เชิงบันไดทำเนียบ : สายน้ำไม่ไหลกลับ ? 29 ปี จาก รสช. ถึง คสช. จาก ‘สามัคคีธรรม’ ถึง ‘พลังประชารัฐ’

ย้อนกลับไปเมื่อ 29 ปีก่อน ‘บิ๊กจ๊อด’พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ผบ.สูงสุด และ ประธาน รสช. ทำ รัฐประหาร รัฐบาล ‘น้าชาติ-พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ’ เหตุจากรอยร้าว ‘รบ.-กองทัพ’ ตั้งแต่ช่วงปี 2533 โดยมีจุดเริ่มต้นมาจาก ‘ทีมที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลก’ ของ ‘น้าชาติ’ ออกมาวิจารณ์กองทัพ
.
ตามมาด้วย ‘บิ๊กจิ๋ว- พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ’ ได้ลาออกจากตำแหน่ง ผบ.ทบ. – ผบ.สูงสุด จากนั้น ‘บิ๊กจ๊อด’ เพื่อน จปร.1 ได้ขึ้นเป็น ผบ.สูงสุด และ ‘บิ๊กสุ’พล.อ.สุจินดา คราประยูร ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. แม้ ‘น้าชาติ’ จะแก้ปัญหาให้ พล.อ.ชวลิต มาเป็น รองนายกฯ และรมว.กลาโหม เพื่อสมานรอยร้าว แต่ก็ไม่จบ เพราะ พล.อ.ชวลิต กลับได้วิจารณ์รัฐบามีการคอร์รัปชัน
.
โดยเฉพาะ อสมท. ที่มี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ดูแล ทำให้ ร.ต.อ.เฉลิม ออกมาตอบโต้ว่า “ทหารควรกวาดบ้านตัวเองก่อน” ทำให้เกิดรอยร้าวมากขึ้นไปอีก ต่อมา พล.อ.ชวลิต ได้ลาออกจาก ครม. มาทำพรรคความหวังใหม่

สถานการณ์ดุเดือดขึ้น หลัง พล.อ.สุนทร ได้กล่าวว่า “ทหารเสื่อมศรัทธาในรัฐบาล” แม้ พล.อ.ชาติชาย จะพยายามสมานรอยร้าวด้วยวิธีต่างๆ แต่ก็ไม่เป็นผล แถมมาพร้อม ‘ข่าวลือรัฐประหาร’ และ ข่าวลือว่า ‘น้าชาติ’ จะปลด ‘บิ๊กจ๊อด-บิ๊กสุ’ ออกจากตำแหน่งอีก
.
สุดท้ายเกิด รัฐประหาร 23 ก.พ.2534 โดย รสช. นำโดย พล.อ.สุนทร ต่อมา ‘บิ๊กจ๊อด’ เกษียณอายุราชการ ทำให้ ‘บิ๊กสุ’ ควบคำแหน่ง ผบ.ทบ.และ ผบ.สูงสุด แทน และได้มีการจัดเลือกตั้งขึ้น โดยมี ‘ณรงค์ วงศ์วรรณ’ เป็น หน.พรรคสามัคคีธรรม ที่ถูกมองว่าเป็น ‘พรรคทหาร’ ได้รวมเก้าอี้กับ พรรคชาติไทย-กิจสังคม-ประชากรไทย-ราษฎร แต่ ‘ณรงค์’ ถูกทางโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐฯ ประกาศเป็นหนึ่งใน ‘แบล็คลิสต์’ ไม่สามารถขอวีซ่าเข้าสหรัฐฯได้ เพราะมีรายชื่อเกี่ยวพันกับนักค้ายาเสพติด จึงทำให้ขาดคุณสมบัติการเป็นนายกฯ
.
จากนั้นทั้ง 5 พรรค ได้เชิญ ‘บิ๊กสุ’ ขึ้นเป็น นายกฯ ช่วง มี.ค.-เม.ย.35 ถือเป็นจุดเริ่มต้น ‘พฤษภาทมิฬ 2535’ ทำให้ พล.อ.สุจินดา ต้องประกาศลาออกจากตำแหน่ง นายกฯ และนับจากนั้นได้ใช้ชีวิตเงียบๆมาโดยตลอด ส่วนพรรคสามัคคีธรรม ได้มีการเปลี่ยนชื่อพรรคเป็น ‘พรรคเทิดไท’ พร้อมกับเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เมื่อ ก.ค.2535 หลังคณะกรรมการฯชุดเดิมส่วนใหญ่ได้ลาออกจากตำแหน่งและลาออกสมาชิกพรรค จากกรณี ‘ณรงค์ วงศ์วรรณ’ นั่นเอง ทว่ากก.บริหารพรรคเทิดไททำงานมาได้ราว 1 เดือน ได้ประกาศลาออกจากพรรค ทำให้พรรคไม่ได้ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ก.ย.35 ทำให้บทบาทของพรรคในทางการเมืองหายไปทันที นำมาสู่จุดจบของพรรคหลังศาลฎีกาประกาศยุบพรรค ก.พ.36
.
ผลพวงจากเหตุการณ์ ‘พฤษภาทมิฬ 35’ ทำให้ทหารต้องกลับเข้ากรมกองยาว 14 ปี เป็นผลพวงจาก ‘วิกฤติศรัทธาทหาร’ ที่เกิดขึ้น จนเกิดรัฐประหาร 19ก.ย.49 ขึ้นมาอีกครั้ง นำโดย ‘บิ๊กบัง’พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.ในขณะนั้น ที่ขึ้นเป็น ประธาน คมช. ทำรัฐประหาร รบ.ทักษิณ ซึ่งไม่ใช่ ‘รัฐประหารครั้งสุดท้าย’ โดยผลลัพธ์ครั้งนั้น ‘ขั้วอำนาจทักษิณ’ ยังกลับมามีอำนาจอีกครั้ง จนทำให้ รปห. ครั้งนั้น ถูกมองว่า ‘เสียของ’
.
ผ่านมา 8 ปี เกิดรัฐประหารขึ้นอีกครั้ง นำโดย ‘บิ๊กตู่’พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในขณะนั้น นั่งเป็น หัวหน้า คสช. ทำรัฐประหาร รบ.ยิ่งลักษณ์ และนั่งเป็น นายกฯ เอง ในรอบ 40 กว่าปี เพราะหัวหน้าคณะรัฐประหารคนล่าสุดที่นั่ง นายกฯ เองคือ จอมพลถนอม กิตติขจร โดยครั้งนี้ ‘บิ๊กตู่’ อยู่ยาว 5 ปี พร้อมถอดบทเรียนในอดีตไม่ให้ซ้ำรอย ‘เสียของ’ เช่นเดิม พร้อมลงเลือกตั้งในนาม ‘พรรคพลังประชารัฐ’ ได้กลับมาเป็น นายกฯ อีกครั้ง ใกล้ครบ 1 ปีวันที่ชนะการเลือกตั้ง เท่ากับว่า พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ยาวใกล้ครบ 6 ปีเต็มแล้ว และเชื่อกันว่าจะยาวกว่านี้ ด้วยสถานการณ์ในสภาที่ ‘เสียงปริ่มน้ำ’ น้อยลง

ด้วยสถานการณ์หลังศาล รธน. มีคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ คดีเงินกู้พรรค 191 ล้านบาท พร้อมตัดสิทธิ์ทางการเมืองกรรมการบริหารพรรค 10 ปี ทำให้เกิด ‘อาฟเตอร์ช็อก’ ตามมากับพรรคอนาคตใหม่ ที่กลายเป็น ‘ผึ้งแตกรัง’ ทันที พรรคอื่นๆเตรียมอ้าแขนรับ ส.ส. กว่า 65 คน ที่จะต้องหาสังกัดพรรคใหม่ภายใน 60 วัน ซึ่งพรรคอนาคตใหม่ก็เตรียม ‘แผนสำรอง’ ไว้แล้ว ด้วยการตั้งพรรคใหม่ขึ้นมา แต่ก็เชื่อกันว่าย่อมมี ‘ส.ส.แตกแถว’ แน่นอน โดยเสียงในสภาขณะนี้ฝ่ายรัฐบาลมี ส.ส. 263 เสียง ฝ่ายค้านมี ส.ส. 224 เสียงจาก ส.ส.ในสภา 487 คน หลังจากนี้ตัวเลขของฝ่ายรัฐบาลจะสูงกว่านี้ ทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลเพิ่มมากขึ้น

แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องเผชิญคือ ‘ความนิยม’ ของรัฐบาล ด้วยปัญหาต่างๆที่รัฐบาลตื่นตัวไม่ทันใจคน เช่น ปัญหาฝุ่น PM2.5 , การรับมือไวรัสโคโรนา ปัญหาเศรษฐกิจ เป็นต้น ถือเป็น ‘โจทย์ใหญ่’ ที่รัฐบาลเองก็ทราบดี จึงต้องจับตาว่าหลัง ‘ศึกซักฟอก’ จะมีการปรับ ครม. หรือไม่ เพราะครั้งนี้มีสัญญาณว่ามีพรรคถูกริบเก้าอี้คืน และมี ‘พรรคน้องใหม่’ ได้เข้าร่วมรัฐบาล เพราะว่ากันว่างานนี้อาจใช้ ‘สูตรคณิตศาสตร์’ มาคำนวณเก้าอี้กันเลยทีเดียว
.
กรำศึก ‘ฝ่ายค้าน’ เสร็จ ต่อด้วยเขย่า ‘ฝ่ายรัฐบาล’ ต่อ !

บทความก่อนหน้านี้เศรษฐกิจ / น้ำมือนักการเมืองทุบ ศก.ไทย งบประมาณล่าช้า-เชื่อมั่นหด จีดีพีดิ่งเหว-จีเอ็มปิดโรงงาน
บทความถัดไปหลังเลนส์ในดงลึก / ปริญญากร วรวรรณ/’รู้’