17 ช.ม.สยบ “จ่าคลั่ง” เปิดเบื้องลึกทีมสีกากีพระกาฬพิชิต

เหตุการณ์สยองขวัญวันมาฆบูชา ที่นำมาซึ่งความเศร้าโศกเสียใจของญาติผู้เสียชีวิต 29 ศพ และคนไทยทั้งประเทศ

เมื่อ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา หรือจ่าพันธ์ อายุ 32 ปี สังกัดกรมสรรพาวุธกระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 (บชร.2) ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา สังหาร พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ กระแสร์ ผบ.พัน.กระสุน 22 (บชร.2) ผู้บังคับบัญชา กับนางอนงค์ มิตรจันทร์ แม่ยาย คาบ้าน เพราะทะเลาะกันเรื่องเงินค่านายหน้าที่ดิน ก่อนบุกปล้นคลังอาวุธขโมยปืนเอชเคและปืนกลเอ็ม 60 พร้อมกระสุนหลายร้อยนัด ขับรถจี๊ปดัดแปลงยิงดะประชาชนผู้บริสุทธิ์ตามรายทางขณะไปวัดศรัทธารวม แล้วบุกยึดห้างเทอร์มินอล 21

ตามปากคำญาติ จ.ส.อ.จักรพันธ์บอกถึงเส้นทางการเคลื่อนตัว “จ่าคลั่ง” ว่า ต้องการไปทวงเงินจากภรรยาผู้บังคับบัญชา ที่ทราบมาว่าไปทำบุญที่วัดนี้ แต่พอไปถึงแล้วกลับไม่เจอ ก็ไปตามต่อที่ห้าง เพราะทราบมาว่าจะไปรับประทานอาหารที่นี่

สำหรับเหตุการณ์คืนอลหม่าน ที่มีชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นเดิมพันเมื่อคืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์นั้น มีการตั้งกองบัญชาการ ณ ร้านค้าแห่งหนึ่ง ริมถนนมิตรภาพ ติดกับห้างเทอร์มินอล 21 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการ

โดยตอนแรกให้ร่วมกับ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก เพื่อให้ ผบ.เหตุการณ์ ใช้อำนาจกฎหมายตามปกติ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการตัดสินใจ เป็นเสรีในการปฏิบัติและตัดสินใจบริหารเหตุการณ์

พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้ประชุมกับคู่หู ซึ่งเป็นเพื่อน นรต. 36 “บิ๊กปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ที่เดินทางล่วงหน้ามาถึงก่อน กับหน่วยที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะวางแผนร่วมกัน เพื่อนำชุดควบคุมสถานการณ์ลงพื้นที่ปฏิบัติ 5 ชุด ประกอบด้วย

1. ชุดปฏิบัติการพิเศษ บช.ภ.3 (ปพ.บช.ภ.3) ที่มี พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 3 ควบคุม

2. หน่วยคอมมานโด กองบังคับการตำรวจราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผบก.มหด.รอ.904 ควบคุม

3. หน่วยอรินทราช 26 กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ. ควบคุม

4. หน่วยหนุมาน กองกำกับการสนับสนุน กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม ควบคุม

และ 5. หน่วยนเรศวร 261 เป็นหน่วยตำรวจที่มีขีดความสามารถในการยุทธ์เคลื่อนที่ทางอากาศ การรบพิเศษ และการปฏิบัติการพิเศษ เพื่อตอบโต้ต่อภัยคุกคามที่เป็นทหาร และไม่ใช่ทหารในการสงครามพิเศษ และการแก้ไขปัญหา การก่อความไม่สงบ การก่อการร้ายทุกรูปแบบ ด้วยการปฏิบัติการปกปิด

ซึ่ง ร.ต.อ.ชานันท์ ชัยจินดา หรือ “สารวัตรฮัท” ซึ่งเป็นมือสไนเปอร์อยู่ในหน่วยนี้ด้วย โดยมี พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. ควบคุม

พล.ต.ต.อัคราเดชที่ปฏิบัติงานในพื้นที่หลังเฝ้าติดตามสถานการณ์มาตลอด ทราบดีว่า “จ่า” นั้นผ่านการฝึกยุทธวิธีอย่างชำนาญ รวมถึงชื่อชั้นเป็นนักแม่นปืนของกองทัพภาคที่ 2 และประเมินสถานการณ์ว่า “ทหารโหดคนนี้” น่าจะมีระเบิดติดตัวมา จึงมีการสั่งการทุกนายว่า ตัวประกันห้ามไม่ให้เคลื่อนไหวเด็ดขาด

จากนั้น ผบ.ตร.สั่งให้เคลียร์คนออกจากห้างก่อน พร้อมดูแผนผังตัวอาคารในห้างพบพิกัดห้างฟู้ดแลนด์ตั้งอยู่ชั้นใต้ดิน มีทางเข้าสามทาง ลิฟต์ 2 ตัว สืบสวน บช.ภ.3 ปพ.บช.ภ.3 หน่วยปฏิบัติ มหด.รอ.904 เข้าไปดู โดยมีหน่วยหนุมานและอรินทราชเข้ามาเสริม ระหว่างนั้นกล้องวงจรปิดเห็นจ่าพันธ์อยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง พร้อมทำร้ายทุกคน โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเป็นระยะตลอดเวลา

ผู้บัญชาการเหตุการณ์ประเมินแล้วว่าความปลอดภัยของประชาชนต้องมาก่อน จึงสั่งการให้ค่อยๆ อพยพคนออกจากอาคาร ชั้น 1-2-3-4-5 ชั้น G และ LG พล.ต.อ.สุวัฒน์สั่งให้หน่วยปฏิบัติการพิเศษ “หนุมาน” จัดกำลังคอยลำเลียงคนที่ติดค้างออก

พร้อมสั่งให้เสริมกำลังหน่วยปฏิบัติการเข้าไปในห้างเพื่อช่วยเหลือประชาชน และเตรียมกำลังให้พร้อมสำหรับการปะทะกับคนร้าย

เวลาผ่านไปไม่นานประชาชนที่ติดค้างภายในห้างออกมาได้เกือบทั้งหมด ผู้ก่อเหตุจึงอาศัยจังหวะหลบซ่อนตัวอยู่ชั้นใต้ดิน

จากนั้น ผบ.ตร.นำกำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษเข้าไปข้างในเพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ยังคงติดค้างและบริหารเหตุการณ์ภายในชั้นใต้ดิน

การลงพื้นที่ควบคุมสถานการณ์จะใช้แผน 1-2-3 ตามยุทธวิธี สลับไขว้กันไป-มา สำหรับตัว ผบ.เหตุการณ์ พล.ต.อ.จักรทิพย์จะอยู่ในแผน 2 ที่มีภาพลงโซเชียล “ชูนิ้ว” เป็นการสั่งการโดยใช้สัญญาณรหัสมือแทนการออกเสียงเพื่อใช้ในสถานการณ์ในการรบเพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ความเคลื่อนไหว มันคือคำสั่งสัญญาณมือ กระบวนทัพแถวตอนเป็นยุทธวิธีของเจ้าหน้าที่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ซึ่งจะต้องมีการใช้เสียงให้เงียบที่สุดกับชุดปฏิบัติการ ไม่ใช่การโพสท่าถ่ายรูป

พล.ต.อ.สุชาติควบคุมอยู่จุดสูงด้านขวาของห้าง หน่วยอรินทราช 26 อยู่ด้านซ้าย ทีมหนุมานอยู่จุดกลาง โดยมี ปพ.บช.ภ.3 เป็นกองหนุน

ประมาณ 6 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้น 9 กุมภาพันธ์ พล.ต.อ.จักรทิพย์สวมชุดการปฏิบัติการเสื้อเกราะกันกระสุน พร้อมอาวุธครบมือ นำทีมนักแม่นปืนกว่า 10 นายเข้าไปในห้างเมื่อเวลาประมาณ 6 โมงเช้า

หลังจากนั้นไม่ถึงครึ่งชั่วโมงมีเสียงปืนจากการปะทะ

เป็นที่มาจับตาย “จ่าคลั่ง” หน้าห้องเย็นของฟู้ดแลนด์ ชั้น LG ซึ่งเป็นชั้นใต้ดินของห้างเทอร์มินอล 21

ในที่เกิดเหตุพบศพ ร.ต.อ.ตระกูล ทาอาษา ผบ.หมวด (สบ 1) กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 กก.ต่อต้านการก่อการร้าย บก.สปพ. กับ ด.ต.เพชรรัตน์ กำจัดภัย สังกัดอรินทราช 26 ที่ต้องสดุดีในฐานะ “วีรบุรุษ” ของสถานการณ์ครั้งนี้

เป็นเวลา 17 ชั่วโมงในปฏิบัติการสยบ “จ่าคลั่ง”

บทความก่อนหน้านี้“เพื่อไทย” ชง “สินเชื่อดอกเบี้ยติดลบ” จ้างงานภาคท่องเที่ยว สู้พิษโควิด-19
บทความถัดไป“อนาคต” ของ “อนาคตใหม่” : “ปิยบุตร” โพสต์ “ทุกทำวันให้เหมือนวันสุดท้าย” มั่นใจพรรคไม่ถูกยุบ