เชิงบันไดทำเนียบ : พี่ครับ ผมต้องทำ ! ‘บิ๊กแดง’ ผ่าตัด ทบ. ‘บิ๊กตู่’ ไฟเขียว – กำราบ ‘ทหารนอกแถว’

“พี่ครับ ผมต้องทำ”
.
‘บิ๊กแดง’พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เผยคำพูดที่กล่าวกับ ‘บิ๊กตู่’พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ในการล้างบาง ‘ธุรกิจในค่ายทหาร’ ที่เป็นสาเหตุของเหตุการณ์ที่ จ.นครราชสีมา หลัง ‘จ่าสิบเอก’ ไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก ‘ผู้พัน’ และ ‘เครือญาติ’ ในโครงการจัดซื้อบ้านพักสวัสดิการทหาร ที่มีเรื่องของการ ‘ผิดสัญญา’ ตามที่ ‘บิ๊กแดง’ ได้ชี้แจง
.
เหตุการณ์นี้ทำให้ ‘บิ๊กแดง’ ต้องออกมาแถลงข่าวพร้อมกับร่ำไห้กับความสูญเสียที่เกิดขึ้น พร้อมกับขออย่าด่าทหาร อย่าด่ากองทัพบก แต่ให้ต่อว่าตน ในฐานะ ผบ.ทบ. แทน พร้อมเขย่า ‘หม้อข้าวทหาร’ จัดการ ‘เงินนอกงบประมาณ’ ของ ทบ. ใหม่ โดยเตรียมลงนามเอ็มโอยูกับกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง 17ก.พ.นี้ โดยรายได้ทั้งหมดต้องจัดส่งให้กระทรวงการคลัง ก่อนแบ่งสัดส่วนกลับมายังกองทุนสวัสดิการ ทบ. อีกครั้ง ทั้งสนามมวย สนามกอล์ฟ โรงแรม รวมทั้งการใช้ที่ราชพัสดุเป็น ‘โครงการสวัสดิการเชิงพาณิชย์’ อีกทั้งให้ผู้บริหารมืออาชีพที่เป็นเอกชน เข้ามาดำเนินการ ประเดิมที่แรก สวนสนประดิพัทธ์ จ.ประจวบฯ


สิ่งที่ต้องติดตามคือรายละเอียด ‘เอ็มโอยู’ เป็นอย่างไรบ้าง และภาคเอกชนที่จะมาบริหารนั้น จะป้องกันเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไร โดยต้องดูกระบวนการจัดทำ ‘ทีโออาร์’ ที่จะเกิดขึ้นด้วย
.
รวมทั้งการให้ ‘ทหารเกษียณฯ’ ออกจากบ้านพักทหาร หรือ ‘บ้านหลวง’ ภายในสิ้นเดือน ก.พ.นี้ โดย ‘บิ๊กแดง’ ให้ ‘กรมสวัสดิการ ทบ.’ ไปทำการสำรวจ ที่มาพร้อมข้อยกเว้น สำหรับผู้เกษียณฯแล้ว แต่ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติ เช่น นายกฯ , รองนายกฯ , คณะรัฐมนตรี , สมาชิก ส.ว. และองคมนตรี ยังสามารถอาศัยอยู่ได้ตามปกติ เพราะทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศ จึงเกิดเสียงวิจารณ์อย่างหนัก
.
ทำให้เป้านิ่งตกไปที่ ‘3ป.บูรพาพยัคฆ์’ ทันที ซึ่ง ‘บิ๊กป้อม’พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ มีบ้านพักส่วนตัวอยู่ย่านมีนบุรี ส่วนมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด มีรายงานว่าไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่ ร.1 รอ. แล้ว ‘บิ๊กป๊อก’พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ย้ายออกจาก ร.1 รอ. นานแล้ว โดยไปอยู่ที่บ้านพักส่วนตัวย่านพุทธมณฑล

ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงอยู่ใน ร.1 รอ. นับตั้งแต่เป็น ผบ.ทบ. เรื่อยมาถึงการเป็น หัวหน้า คสช. เป็น นายกฯ และควบ รมว.กลาโหม ล้วนเป็นตำแหน่งที่ ‘คุมกองทัพ’ ทั้งหมด และอยู่ใน ‘ข้อยกเว้น’ ตามที่ปรากฏเป็นข่าว
.
ส่วนอดีต ผบ.ทบ. เช่น ‘บิ๊กบัง’พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ก็ย้ายออกจาก ร.11 รอ. ไปอยู่บ้านพักส่วนตัวได้ 2 ปีแล้ว และ ‘บิ๊กโด่ง’พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ที่เคยพักอยู่ใกล้กับบ้านเกษะโกมล ก็ได้ย้ายออกไปแล้ว 5-6 เดือน
.
พร้อมกันนี้ พล.อ.อภิรัชต์ ยังคำรามถึง ‘นายพล’ ถึง ‘พันเอก’ ว่าหลายคนจะไม่มีงานทำแน่ ในช่วง 3 เดือนนี้ ไปจนถึงช่วงแต่งตั้งโยกย้าย เม.ย.นี้ เพราะตนมีข้อมูลทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่อง บ้านสวัสดิการ การกู้เงิน ที่เป็นการร่วมมือระหว่างหน่วยทหารกับพ่อค้า ที่มีเรื่องการวิ่งเต้น
.
ทั้งนี้ ‘บิ๊กแดง’ ได้ลงดาบแรก โดยได้สั่งให้ ‘บิ๊กอี๊ด’พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 มีคำสั่งย้ายนายทหาร ‘พันเอก-พันโท’ ในพื้นที่ภาคอีสาน หลังมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับจ่ายเงินตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ (เวรรักษาการณ์)

“เมื่อคืนมีคนส่งข้อความมาถึงผมเรื่องเบี้ยเลี้ยงต่างๆ ผมจึงได้ส่งไปถามผู้บังคับหน่วยเพื่อให้ดำเนินการ ไม่ใช่ดูอย่างเดียว ขั้นต้นผมก็ได้มีการลงโทษ และในวงรอบต่อไปก็จะมีการปรับย้าย ยืนยันว่าทำจริงจัง” พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวก่อนมีคำสั่งออกมา
.
นอกจากนี้ ‘บิ๊กแดง’ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับตนว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องมีการปรับแก้ ให้ทันยุค ทันเหตุการณ์ ต้องยอมรับว่ากองทัพเป็นเป้าหมาย รวมถึงตนเองด้วย เพราะฉะนั้นการที่ผู้บังคับบัญชา ต้องทำตัวเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่บังคับแต่คนอื่น
.
ทั้งนี้ พล.อ.อภิรัชต์ ยังกล่าวถึงความรู้สึกต่อผลตอบรับหลังแถลงข่าว ที่กระทบไปถึงครอบครัวตนเช่นกัน โดยเปิดเผยว่าภรรยา ‘ดร.อ้อ’รศ.ดร.กฤษติกา คงสมพงษ์และ ‘ลูกสาว’ ต้องปิดการใช้โซเชียลฯไปชั่วคราว ก่อนจะกลับมาเปิดอีกครั้ง
.
“ผมไม่มีอินสตาแกรมและเฟซบุ๊ก ได้รับแต่ข้อความจากโทรศัพท์มือถือ ในส่วนของภริยาและบุตร ก็ต้องปิดโซเชียลมีเดียไปเลย เป็นผลกระทบจากผม ที่ทำให้บุคคลใกล้ชิดและครอบครัวได้รับผลกระทบไปด้วย” พล.อ.อภิรัชต์ กล่าว
.
ทั้งนี้ก่อนการแถลงข่าวเชื่อได้ว่า พล.อ.อภิรัชต์ ได้มีการพูดคุยกับครอบครัว โดยเฉพาะกับลูกสาว หลัง ‘บิ๊กแดง’ เปิดเผยว่า ก่อนมาแถลงข่าว ลูกสาว ได้บอกกับตนว่า อย่าตอบโต้หรือใช้อารมณ์กับนักข่าว เมื่อต้องตอบคำถาม
.
ทั้งหมดนี้เป็น ‘บทพิสูจน์’ ของทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อภิรัชต์ ในการฟื้นศรัทธา ทบ. ให้กลับมาอีกครั้ง ได้เวลา ‘ผ่าตัด ทบ.’ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียง ‘ธุรกิจในค่ายทหาร’ หรือ ‘เงินนอกงบประมาณ’ เท่านั้น แต่ลึกไปถึง ‘โครงสร้างวัฒนธรรม’ ภายใน ทบ. เองด้วย ระหว่าง ‘นายทหารชั้นผู้ใหญ่’ และ ‘นายทหารชั้นผู้น้อย’ ซึ่ง พล.อ.อภิรัชต์ ก็ทราบปัญหาเหล่านี้ดี และ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานอดีต ผบ.ทบ. ก็ทราบดีเช่นกัน

อีกสิ่งสำคัญคือการมี ‘หลักประกันคุ้มครอง’ นายทหารชั้นผู้น้อย ที่มาแจ้งเรื่องราวร้องเรียนจะได้รับการ ‘คุ้มครอง’ อย่างไรบ้าง เพราะสิ่งที่ พล.อ.อภิรัชต์ กำลังดำเนินการอยู่นั้นเป็นการ ‘ตรวจสอบกันเอง’ ของ ทบ. หรือสุดท้ายแล้ว จะร่วมมือกับ ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. ในการตรวจสอบหรือไม่ เพื่อให้การ ‘ล้างบาง ทบ.’ ครั้งนี้ มีทั้งหลักประกันและความน่าเชื่อถือมากขึ้น แม้ว่า พล.อ.อภิรัชต์ จะไม่ประกาศ ‘ลาออก’ จากการเป็น ผบ.ทบ. เพื่อรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยให้เหตุผลว่า เป็นการก่ออาชญากรรมและเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ได้เกิดจากคำสั่งปฏิบัติการทางทหารหรือคำสั่งจาก ผบ.ทบ.
.
แต่ระยะเวลาที่เหลือเพียง 7 เดือนนับจากนี้ จะเป็น ‘บทพิสูจน์’ ตามที่ พล.อ.อภิรัชต์ ประกาศแล้วว่าจะ ‘ไม่กลัว’ และ ‘ไม่ถนอมตัวเอง’ ประวัติศาสตร์จะ ‘บันทึก’ ชื่อ พล.อ.อภิรัชต์ ไว้อย่างไร ?

บทความก่อนหน้านี้ใส่บ่าแบกหาม / พรพิมล ลิ่มเจริญ / Once Upon a Time in Hollywood
บทความถัดไปอนาคตใหม่ เต้น!! ช่อ ขอโทษสมาชิกพรรค ‘พล.ท.พงศกร’ อยู่บ้านหลวง ยันปฏิรูปกองทัพ!