มองบ้านมองเมือง / ปริญญา ตรีน้อยใส / สามย่านมิตรทาวน์

ปริญญา ตรีน้อยใส

มองบ้านมองเมือง/ปริญญา ตรีน้อยใส

สามย่านมิตรทาวน์

 

สามย่านมิตรทาวน์ ศูนย์การค้าใหม่ที่เปิดตัวไปเมื่อสองเดือนก่อน แม้จะอยู่ใกล้ตัว อยู่ในพื้นที่เดียวกับสถานที่ทำงานของผู้เขียน

แต่ด้วยช่วงแรกมีผู้คนเห่อของใหม่ พากันมาเที่ยวชมกันมาก เลยรอเวลาให้คนซาลง เลยเป็นว่าพาไปมองช้าไปหน่อย

ในเรื่องรูปแบบ เสียดายว่าไม่แปลกใหม่ ดูเหมือนกับศูนย์อื่นๆ ที่เปิดมานานแล้ว อาจเป็นเพราะถูกบังคับด้วยสภาพที่ตั้ง ซึ่งที่จริงเป็นทำเลทองกลางเมือง ทำเลสี่ดาว เพราะมีถนนและซอยรอบทั้งสี่ด้าน อาจเป็นเพราะมีพื้นที่ใช้สอยแบบผสม ซึ่งที่จริงก็อยู่ในกระแสมิกซ์ยูส

ด้านทิศเหนือ ที่ติดคณะนิติศาสตร์ เป็นโรงแรมและคอนโดมิเนียม

ด้านทิศใต้ ที่ติดถนนพระรามสี่ เป็นสำนักงาน

และด้านติดที่ถนนพญาไท เป็นร้านค้า ทั้งสามส่วนขนาบ ที่จอดรถหลายชั้นตรงกลางที่ขนานไปกับถนนจุฬาฯ ซอย 15

แต่ถ้ามองไกลๆ ก็จะเห็นเพียงอาคารสูงหลังแรกเป็นโรงแรมและคอนโดมิเนียม และหลังที่สองเป็นสำนักงาน ตั้งอยู่บนส่วนล่างที่เป็นร้านค้า และที่จอดรถ

ในด้านการสัญจร แยกรถยนต์เข้า-ออก และคนเดินเท้า ออกจากกันเลย ไม่วุ่นวาย ดีกว่าศูนย์ที่อยู่ตรงข้าม ที่มีพื้นที่ใช้สอยคล้ายๆ กัน แต่พื้นที่ส่วนต่างๆ และทางสัญจรดูจะวุ่นวาย โดยเฉพาะทางขึ้น-ลงที่จอดรถ รวมทั้งทางรถยนต์เข้า-ออกไปขีดขวางการจราจรบนถนนพญาไท สร้างปัญหาเช้าเย็น

แม้จะเว้นที่ว่างหน้าอาคารน้อยกว่า แต่ก็ออกแบบให้ดูสวยงาม ไม่รกรุงรังเป็นป่าหญ้า เหมือนอีกฝั่งหนึ่งที่อุตส่าห์เว้นห่างจากถนน แต่ไม่ได้ประโยชน์อะไร

 

ภายในศูนย์ชั้นล่างออกจะสับสน เพราะต้องเดินเข้า-ออกผ่านหลายประตู เพราะออกแบบมีส่วนไม่ปรับอากาศกั้นกลางแยกส่วนร้านค้ากับสำนักงาน ส่วนชั้นอื่นๆ ก็เป็นแบบมาตรฐาน มีร้านค้าเรียงรายสองฝั่ง ตรงกลางเป็นช่องเปิดโล่งทะลุสามสี่ชั้น มีบันไดเลื่อนพาดไป-มา

ส่วนร้านค้าก็มีแบรนด์ต่างๆ ที่คุ้นเคย โดยเฉพาะร้านอาหาร ร้านกาแฟ ขาดแต่ร้านเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ทั้งของหญิงของชาย รวมทั้งห้างสรรพสินค้า มีแค่ร้านสะดวกซื้อเท่านั้น ซึ่งดูจะสอดคล้องกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

ผู้บริหารศูนย์คงเป็นนิสิตเก่าจุฬาฯ หรือรู้และเข้าใจว่า นิสิตจุฬาฯ นั้นนิยมซื้อเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ที่สยามสแควร์ พารากอน หรือเซ็นทรัลเวิลด์ ส่วนสามย่าน เป็นแค่ที่กินเวลาเงินน้อย หรือกินเป็นกลุ่มใหญ่

จึงไม่แปลกที่ร้านอาหารทั้งชั้นใต้ดินและชั้นบน จะขายดี โดยเฉพาะเวลากลางวัน

ตอนนี้มีแค่ส่วนร้านค้าที่เปิดบริการ แต่ก็ยังไม่เต็มทุกพื้นที่ หลายร้านยังตกแต่งหรือยังไม่เปิด เช่นเดียวกับโรงแรม ทริปเปิ้ลวาย และคอนโดมิเนียม ที่เพิ่งเปิดบางส่วน รวมทั้งส่วนสำนักงาน

ถ้าทุกส่วนเปิด มีคนเข้าใช้เต็มทั้งหมด ก็คงคึกคักมากขึ้นบ้าง

 

ในด้านรูปแบบสถาปัตยกรรม ก็เหมือนกับศูนย์อื่นๆ อาคารอื่นเช่นกัน ส่วนบนที่เป็นสำนักงาน โรงแรม และคอนโดมิเนียม เป็นกล่องเหลี่ยม ผนังหน้าต่างเป็นกระจก เพียงแค่หักเห เฉไฉ เอียงไปมาบ้าง ตามกระแสแฟชั่น ไม่มีอะไรพิเศษ

ส่วนล่างที่เป็นร้านค้า ดูจะพิถีพิถัน ตกแต่งผนังด้วยวัสดุหลายชนิด หลายสี ทั้งแบบโปร่ง แบบทึบ สลับไปมา

แม้จะใช้วัสดุที่สวยงาม แต่การจัดองค์ประกอบ ยังคงแบบเก่า เลยแค่สวยงาม แต่ไม่น่าสนใจ

ที่สำคัญตกแต่งมากกว่าศูนย์อื่นๆ ที่เขารู้แล้วว่า ไม่ต้องลงทุนส่วนนี้ เพราะจะต้องปรับเปลี่ยนหน้าตาทุกสี่ห้าปี

การตกแต่งภายในศูนย์ สถาปนิกขยันออกแบบ ทั้งพื้น ทั้งเพดาน ทั้งผนัง มีลวดลาย มีรายละเอียดมากมาย วัสดุก็หลากหลาย ที่คงใช้งบฯ ก่อสร้างมาก แม้จะทำให้ศูนย์ดูดี ในตอนแรกที่ร้านค้ายังไม่มาก แต่ถ้าร้านค้าเปิดบริการครบ คงละลานตา

ดีไม่ดี กลายเป็นข่มร้านค้าไปเสียอีก

 

ปรากฏการณ์หนึ่ง ที่เป็นกระแสในช่วงแรก คือ อุโมงค์ลอดใต้ถนนพญาไท ด้วยศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์นี้ อยู่คนละฝั่งกับสถานีรถไฟใต้ดินสามย่าน เลยต้องลงทุนขุดอุโมงค์ จากศูนย์ไปถึงสถานี

ในเมื่อการขุดอุโมงค์ครั้งนี้ต้องดำเนินการในขณะที่ถนนด้านบนใช้การได้ปกติ จึงต้องใช้เทคนิคพิเศษ ขุดและกั้นผนังไปพร้อมกัน หน้าตัดอุโมงค์รูปวงกลม โดยชิ้นส่วนคอนกรีตที่เป็นผนัง จะเป็นเรียงต่อเนื่อง จนครบวง จนครบระยะทาง

เนื่องจากเป็นชิ้นส่วนสำเร็จรูป หล่อจากโรงงาน ผิวคอนกรีตจึงเรียบร้อย สถาปนิกเลยไม่ตกแต่งฉาบผิว ปล่อยให้เห็นรอยต่อ ตัวยึด และหมายเลขแผ่น แม้แต่พื้นทางเดินที่ต้องปรับเรียบ บางส่วนยังทำพื้นกระจกให้เห็นชิ้นส่วนโค้งด้านล่าง

ด้วยความแปลกใหม่ ทำให้อุโมงค์นี้กลายเป็นฉากถ่ายภาพเซลฟี่ ทำให้มีคนมากมายตั้งใจมาศูนย์การค้า ก็เพื่อจะถ่ายรูปจะได้ไม่ตกกระแส

เลยกลายเป็นว่า การออกแบบที่ตรงไปตรงมา ไม่ตกแต่ง หากเสนอสภาพวัสดุและเทคนิคการก่อสร้างของอุโมงค์ใต้ดิน กลับได้รับความสนใจมากกว่าการตกแต่ง ประดับประดาภายนอกและภายในอาคาร

ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะเหมือนกับสภาพเศรษฐกิจบ้านเราตอนนี้หรือไม่ ที่ประชาชนอยากรู้ความเป็นจริงว่า ย่ำแย่ขนาดไหน จะได้เตรียมตัวทำใจ ไม่อยากให้ใครมาหลอกด้วยตัวเลข หรือโปรโมชั่นแบบที่ทำอยู่ก็ได้

 

บทความก่อนหน้านี้ในประเทศ / ผบทบขทปชช
บทความถัดไปการศึกษา / วิกฤต ‘หนี้ครู’ พุ่ง 1.4 ล้านล้าน ปัญหา (โลกแตก)…แม่พิมพ์ไทย!!