จรัญ พงษ์จีน : โค้งสุดท้าย “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” รัฐบาลประยุทธ์ ใครตัวจริง-ตัวประกอบ?

จรัญ พงษ์จีน

“เคาะ” กันยกสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว “ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล” ที่ 6 พรรคฝ่ายค้านยื่นชำแหละ 6 คน ประกอบด้วย

1. “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถูกจับเรียงร้อยเหงือก “มากและหนัก” กว่าใครเพื่อน ด้วยข้อกล่าวหา ไม่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย-มุ่งสืบทอดอำนาจ-บริหารผิดพลาดบกพร่อง-มีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติ-ใช้อำนาจไม่ชอบธรรม-เอื้อประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้อง-ล้มเหลวแก้เศรษฐกิจ-บังคับใช้กฎหมายโดยเลือกปฏิบัติ

2. “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรี ข้อกล่าวหา ไม่มีความซื่อสัตย์-สร้างความมั่งคั่งให้กับตนเอง-มีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติ-มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ แสวงหาประโยชน์

3. “นายวิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี โดนบอมบ์ว่า ก้าวก่าย แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม-ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์-ช่วยเหลือเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง

4. “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ แสวงหาผลประโยชน์-บริหารผิดพลาดบกพร่อง-ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต

5. “นายดอน ปรมัตถ์วินัย” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กับข้อกล่าวหา แทรกแซงราชการเพื่อตนเองและพวกพ้อง-เอื้อประโยชน์บริษัทข้ามชาติ-บริหารผิดพลาดบกพร่อง-นำพาชาติเข้าสู่ความขัดแย้งระหว่างประเทศ

6. “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประเด็น บริหารผิดพลาดบกพร่อง-ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล ปกป้องพวกพ้อง-มีลักษณะต้องห้ามดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี-ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

ภายหลังที่ “ร่างญัตติซักฟอก” ยื่นต่อประธานสภา “ชวน หลีกภัย” อย่างเป็นทางการ คณะกรรมการประสานงานรัฐบาล หรือ “วิปรัฐบาล” เครือข่าย “พรรคพลังประชารัฐ” อ่านถ้อยความที่เป็นไตเติลนำร่อง ก่อนล็อกสเป๊ก 6 เสนาบดีแล้ว พากันสะดุดเจ็ดแปดตลบ เพราะบางวรรค-วลี นำเสนอด้วยภาษารุนแรง มีจุดบกพร่อง เป็นข้อความเท็จและ “ไม่เหมาะสม”

แยกเป็น 2 กรณีด้วยกันคือ “หนึ่ง” กล่าวหาว่า “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นผู้ไม่ยึดมั่นและศรัทธาต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯ กระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ ซึ่งวิธีการมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

“กรณีที่สอง” ปรากฏข้อความในญัตติว่า “พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้นำประเทศที่กร่าง เถื่อน มองคนเห็นต่างเป็นศัตรู ปิดปากผู้มีความเห็นต่าง ชอบก่นด่าเมื่อถูกซักถาม”

“วิปรัฐบาล” เห็นว่า เป็น “ข้อความเท็จ-ไม่เหมาะสม” มีลักษณะเสียดสี ไม่สุภาพ จึงเข้าชื่อยื่นหนังสือต่อ “นายชวน หลีกภัย” ขอให้ตัดถ้อยคำในญัตติทิ้งก่อนเข้าสู่โหมดอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร

แต่ปรากฏว่า “ช้าไปต๋อย” เนื่องจากญัตติซักฟอกของพรรคฝ่ายค้าน ข้ามขั้นตอนที่จะปรับปรุงแก้ไขใหม่ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

มีการย้อนเกล็ด “ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ” รัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ทั้งในปี 2554-2555 และ 2556 ก่อนถูกคว่ำกระดานมาเปรียบเทียบระหว่างบรรทัด-คำต่อคำ

ปรากฏว่า ถ้อยคำที่เขียนเบิกร่องเพื่อดำเนินการอภิปราย มีลักษณะ “รุนแรง” หนักหน่วงครือๆ กัน

ยกตัวอย่างมาประกอบ เช่น ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล “ปู” เมื่อปี 2556 มี “พรรคประชาธิปัตย์” เป็นหัวหมู่ทะลวงลำไส้ ก็เขียนข้อความไว้ว่า

“พวกข้าพเจ้าผู้มีรายนามท้ายญัตติ ขอเสนอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทั้งนี้เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้บริหารราชการแผ่นดินบกพร่องล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ภูมิปัญญา ไร้ความสามารถ ขาดคุณธรรม จริยธรรม ไร้สำนึก ลอยตัวหนีปัญหา เลือกปฏิบัติ พูดอย่างทำอย่าง”

ปากว่าตาขยิบ ชอบแอบอ้างประชาธิปไตย กระทำการอันไม่บังควร สมรู้ร่วมคิดกับพวกพ้อง ทำลาย ข่มขู่ ก้าวก่ายสถาบันหลักในระบอบประชาธิปไตย ทั้งสถาบันนิติบัญญัติ ตุลาการ และองค์กรอิสระ ทั้งแก้ปัญหาของบุคคลในครอบครัวมากกว่าปัญหาประชาชน

“ทั้งมีพฤติกรรมฉ้อฉล ทุจริต ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต จงใจปกปิดข้อมูลเพื่อปิดบังการทุจริตและล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน ส่งเสริมปกป้องการฉ้อราษฎร์บังหลวง และการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบเพื่อตนเอง ความร่ำรวยของครอบครัวและวงศ์วานว่านเครือ นโยบายรณรงค์ต่อต้านการทุจริตเป็นแค่ละครปาหี่ ไม่มีผลปฏิบัติจริง”

แค่บางส่วนที่ยกมาบรรยายสรรพคุณ ญัตติของพรรคประชาธิปัตย์ที่ยื่นอภิปรายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สมัยสุดท้ายก่อนโดนปฏิวัติก็รุนแรง หนักหน่วงเหลือจะกล่าว

เนื้อหา ภาษา “แรงกว่า” ที่ 6 พรรคฝ่ายค้านชุดปัจจุบัน ยื่นซักฟอกรัฐบาล “บิ๊กตู่” เป็นรายบุคคลเสียอีก

“โฟกัส” ไปที่ 6 เสนาบดีที่ถูกฝ่ายค้านจับขึ้นเขียงเชือด ประเมินดูทุกบริบท ก็พอจะจินตนาการออกว่า 5 ราย อันประกอบด้วย “พล.อ.ประวิตร-นายวิษณุ-พล.อ.อนุพงษ์-นายดอน-ร.อ.ธรรมนัส”

น่าจะเป็นแค่ “ตัวประกอบ” บางรายแค่ “อะไหล่เสริม” ซักฟอกไปตามคำขอของพรรคฝ่ายค้านร่วม

ตามที่มีข่าวคลุกวงในระบุว่า ในรายของ “บิ๊กป้อม” กับ “ร.อ.ธรรมนัส” พรรคเพื่อไทยขอบาย อ้างว่าไม่มีข้อมูลใหม่ เป็นเรื่องเก่า เลยลบชื่อทิ้ง

ขณะที่ในส่วนของ “นายวิษณุ” กับ “นายดอน” มีประเด็นกว้างๆ แค่บริหารบกพร่อง แต่ไม่มีหลักฐานเด็ดชนิดตอกฝาโลง โป้งเดียวจอด

ส่วน “บิ๊กป๊อก” แม้จะมีผู้อภิปรายบางคนอวดอ้างว่ามีข้อมูลลับ สามารถเช็กบิลกลางสภาได้ แต่ดังที่ทราบ “พล.อ.อนุพงษ์” ชั่วโมงนี้พูดจาตอบโต้เก่ง ตอบโต้ได้ลื่นไหล

ประชุมคณะรัฐมนตรี ใครพูดพาดพิงหรือกระทบชิ่งไปยังกระทรวงมหาดไทย “บิ๊กป๊อก” ร่ายยาว เกือบจะอดกินข้าวเที่ยง รัฐมนตรีในรัฐบาล “ตู่ 2/1” รู้ดี ต้องระวังตัวแจ

“ธง” ของศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจในคาบนี้ ผู้สันทัดกรณีทุกสำนักเชื่อว่า หมายเผด็จศึก “พล.อ.ประยุทธ์” เพียงผู้เดียว จึงเหวี่ยงแหแบบครอบจักรวาล ถึงประเด็นที่จะถูกอภิปราย มีทั้งหมด 12 เรื่อง

ทุกพรรคมีชื่อจองกฐินสามัคคี รุมกินโต๊ะ “บิ๊กตู่” ทั้งหมด

เห็นว่าทีเด็ดอยู่ที่คนของ “พรรคเพื่อไทย” ส่วนจะเป็นใคร “อุบชื่อ” เอาไว้ก่อน

บทความก่อนหน้านี้ศัลยา ประชาชาติ : พิษไวรัส-ภัยแล้ง นักท่องเที่ยวหาย ฉุดจีดีพีหด เศรษฐกิจไทยซึมยาว
บทความถัดไปมุกดา สุวรรณชาติ : ปัญหาไวรัสโคโรนา จะส่งผลกระทบทั้งประเทศ