อนุสรณ์ ติปยานนท์ : เส้นแบ่งอาหาร-การไม่ทำลายชีวิต

อนุสรณ์ ติปยานนท์frontfirework@hotmail.com

ปากะศิลป์ฉบับอ่านใหม่ (15)

เขารู้ดีว่ามีคนที่ไม่กินเนื้อสัตว์มากกว่าสามร้อยล้านคนในโลกนี้

แต่กระนั้นเขากลับพบว่าตนเองยังขาดแรงจูงใจที่จะทำเช่นนั้น การเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่ข้องเกี่ยวกับอาหารจำต้องใช้ความมุ่งมั่นมากกว่านี้

และเขารู้ดีว่าความมุ่งมั่นคือสิ่งเดียวที่เขาขาดแคลน

กระนั้นเขาเองก็เห็นด้วยกับการลดทอนการบริโภคเนื้อสัตว์ เขาจำกัดการกินเนื้อวัว เนื้อหมู และเนื้อไก่ สัตว์สามชนิดที่เป็นแหล่งอาหารสำคัญของมนุษย์

การลดทอนเนื้อสัตว์ทั้งสามชนิดนำพาเขาสู่การกินปลา สัตว์ดั้งเดิมที่มนุษย์ค้นพบวิธีการกินมันนับร้อยนับพันแบบ ปิ้ง ย่าง ต้ม ดอง ทอด นึ่ง จนแม้แต่กินมันดิบๆ โดยปราศจากการปรุงแต่ง

เขาทดลองการกินเช่นนั้นกับปลาที่เขาหามาได้ องค์ประกอบทั้งสองจากรูปแบบของปลาที่ผสมผสานกับวิธีปรุงนานาแบบทำให้สามารถกินสัตว์ที่เรียกว่าปลาได้ทุกวัน

 

ช่วงเวลานี้ เขาสามารถแสวงหาปลาได้ทุกวัน เขาไปตามสะพานปลา ตลาดปลาทั้งสดและทั้งที่อยู่ในอาคาร เขาชอบกลิ่นของปลาที่ขึ้นจากน้ำทะเลใหม่ๆ

ตลาดปลาแห่งหนึ่งที่เขาไปเยือนตั้งอยู่ริมทะเล เรือประมงเข้าจอดเทียบท่า ชาวประมงเจ้าของเรือโดดลงจากเรือ กางแกลงบนหาด ผิวปากและเลือกปลาอย่างใจเย็น

ตัวที่มีราคาอย่างปลากะพง ปลาสาก ปลาโฉมงาม ถูกนำลงใส่ถังใบหนึ่ง

ส่วนปลาทูแขก ปลาแดงที่ติดมาถูกผลักไปอีกด้าน

เขานั่งมองการทำงานเช่นนั้นจนภารกิจดังกล่าวเสร็จสิ้นลง หลังจากนั้นเขาตรงไปเจรจาขอซื้อปลา

“ผมล้างปลาด้วยน้ำทะเลแล้ว ถ้าจะทำอาหาร ทำได้ทันที อย่าล้างน้ำจืดซ้ำ ปลาจะเสียรส” เขารับคำสั่งสอนเช่นนั้น กลับไปที่บ้านและลงมือปรุงอาหารจากปลา

การมีปฏิสัมพันธ์กับชาวประมงให้ความรู้จำนวนมากแก่เขาที่เกี่ยวข้องกับปลา แต่การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ขายให้ความรู้จำนวนมากแก่เขาที่เกี่ยวข้องกับโลกของการบริโภคปลา ปลากระเบนนั้นย่างและจิ้มน้ำจิ้มสามรสดีที่สุด

ปลาเห็ดโคนนั้นต้องตั้งน้ำมันให้ร้อนก่อนนำมันลงทอดในคราเดียว

ปลาหางควายนั้นต้องย่างและมีเครื่องดื่มประกอบ

ส่วนปลาใบม่วงนั้นต้องลอกหนังตากแดดจนแห้ง รสของมันหวานไม่แพ้ใคร

แม่ค้า พ่อค้า ที่หยิบยื่นปลาเหล่านั้นให้เขามักสำทับคู่มือการกินติดมาด้วย

เขาไม่ปฏิเสธคำแนะนำเช่นนั้นทุกครั้งที่ได้พบวิธีการกินปลาใหม่ๆ เขามักรู้สึกว่าปลาเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์กว่ามนุษย์ที่เป็นผู้กินมันด้วยซ้ำไป

 

แม้จะผ่านการแสวงหาปลาด้วยวิธีดังกล่าวมาอย่างช่ำชอง เขากลับปฏิเสธการออกทะเลเพื่อจับปลา

ช่างน่าอายเสียเหลือเกินที่เขาต้องยอมรับว่าตนเองแพ้คลื่นลมในทะเลมากเพียงใด

หลายปีก่อน ในสมัยวัยเยาว์ เขาพบตนเองนอนหายใจเจียนตายจากการออกเรือหาปลากับเพื่อนหนุ่มรุ่นกระทงกลุ่มหนึ่ง

คืนนั้น ท้องน้ำสงบ ดวงจันทร์ส่องสว่างสมกับเป็นคืนเดือนเพ็ญ

เรือของพวกเขาออกจากฝั่งทะเลด้านตะวันออกไปราวหนึ่งชั่วโมงก่อนจะเดินเครื่องช้าๆ ลูกเรือที่สถาปนาตนเองเป็นพรานเบ็ดผู้เชี่ยวชาญ ติดเหยื่อเข้ากับเบ็ดของตน

บางคนขอเพียงให้ได้ปลากระทง

ในขณะที่บางคนขอให้ได้เจอปลาอินทรีขนาดใหญ่

มีเพียงเขาเท่านั้นที่ขอลงเรือมาในฐานะผู้สังเกตการณ์นอนพิงหลังเข้ากับผนังของตัวเรือ

อาการเมาเรือ อาการเมาคลื่นเล่นงานเขานับจากออกจากฝั่ง หนักขึ้น หนักขึ้น และแม้ว่าขณะนี้ คลื่นและการเคลื่อนตัวของเรือจะสงบลงแต่เขากลับรู้สึกไม่แตกต่างจากผู้ป่วยอาการหนักที่ต้องได้รับการเยียวยาโดยด่วน

เสียงหัวเราะและความเพลิดเพลินจากการได้ปลาตัวแล้วตัวเล่ากลบอาการป่วยของเขาออกจากสายตาของทุกคน

เขาหายใจช้าๆ อาเจียนลงไปที่ทะเลรอบแล้วรอบเล่า มือไม้สั่นระริกกำกราบเรือไว้แน่นในทุกครั้งที่โก่งคอลงไปยังผืนน้ำ

เขาคิดถึงความตาย เขาคิดถึงการจบชีวิต เขาไม่มีแรงร้องบอกใคร แม้รู้ดีว่าจะเป็นเพียงทางรอดเดียวก็ตาม

 

จนในที่สุด ใครคนหนึ่งที่ได้ปลาจากเบ็ดของตนเองจนเหนื่อยวางเบ็ดและนั่งเคียงข้างเขา

ใครคนนั้นจับแขนของเขาที่เย็นเฉียบ เอามือแตะหน้าผากเขาแล้วตะโกนบอกบุคคลอื่นที่อาการวิกฤตของเขา ความสนุกทั้งหลายยุติลง

แม้ว่าจะได้ยาแก้คลื่นไส้มาบรรเทา แต่อาการเจียนอยู่เจียนไปของเขาทำให้ไม่มีทางเลือกอื่น เรือแล่นกลับเข้าสู่ฝั่งอย่างรีบเร่ง เขายังคงอาเจียนออกมาอย่างต่อเนื่อง

รถพยาบาลที่ได้รับการติดต่อไว้ล่วงหน้ารอเขาอยู่ สิบกว่านาทีนั้นก่อนถึงโรงพยาบาลเขาได้ทำใจแล้วว่าเขาจะไม่รอดอยู่ดูโลกเป็นแน่

แต่โชคของเขายังดี หลังอยู่ภายใต้การดูแลของหมอ เขาฟื้นตัวขึ้นมา กลับสู่ชีวิตอีกครั้ง

นับแต่นั้น เขาไม่เคยออกทะเล เขาไม่เคยออกไปสู่คลื่นและความโดดเดี่ยวในทะเลอีก

เขาไม่อยากทำร้ายความสนุกของใคร เขาไม่อยากทำให้ใครกังวล และเขาไม่อยากพาตนไปสู่ความอันตราย เขาพึงใจที่จะได้ปลาไว้ในมือ แต่เขาจะไม่ขอจับมันด้วยตนเอง

เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเขากับปลาเป็นเรื่องราวที่มีระยะห่าง แม้ว่าเขาจะรู้วิธีปรุงปลาจำนวนมาก แม้ว่าเขาจะรู้จักปลาจำนวนมาก

แต่เขากั้นระยะห่างระหว่างความเป็นผู้ล่าและผู้บริโภคอย่างชัดเจน

เขาไม่เคยล้ำเส้นแบ่งที่ว่านั้นอีกเลย

บทความก่อนหน้านี้จัตวา กลิ่นสุนทร : ผู้มีคุณูปการ ต่อการศึกษาศิลปะ และ “ศิลปะร่วมสมัย” ในบ้านเรา
บทความถัดไปวิกฤติศตวรรษที่ 21 | โลกาภิวัตน์กับสงครามห่วงโซ่อุปทาน