แมลงวันในไร่ส้ม / วิปรัฐอุ้ม ‘บิ๊กตู่’ ซัดญัตติเชือดเป็นเท็จ โต้เดือด ‘กร่าง-ฉีก รธน.’

แมลงวันในไร่ส้ม

วิปรัฐอุ้ม ‘บิ๊กตู่’

ซัดญัตติเชือดเป็นเท็จ

โต้เดือด ‘กร่าง-ฉีก รธน.’

 

เป็นข่าวการเมืองที่มีผลสะเทือนไปในหลายวงการ

นั่นคือ ข่าวพรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติไม่ไว้วางใจ 6 รมต. รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

ก่อนหน้านี้ มีข่าวการล็อบบี้ฝุ่นตลบ และมีแนวโน้มว่าจะไม่มีชื่อของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พี่ใหญ่ คสช.ที่มีพรรคพวกในหลายพรรค แต่สุดท้าย ชื่อนี้ก็โผล่มาจนได้ เพราะพรรคร่วม 2 พรรคเห็นว่าญัตติจะขาดชื่อนี้ไปไม่ได้

ญัตติที่ฝ่ายค้านยื่นต่อประธานสภาเมื่อวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา มีเนื้อความดุเดือด ข้อหาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คือ ไม่ยึดมั่นและศรัทธาต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ล้มล้างรัฐธรรมนูญ กระทำการเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจโดยไม่ชอบธรรม ละเมิดหลักนิติธรรมและสิทธิเสรีภาพของบุคคลอย่างกว้างขวาง

เป็นผู้นำที่กร่างเถื่อน มองคนเห็นต่างเป็นศัตรู ปิดปากผู้ที่มีความเห็นต่าง ชอบก่นด่าเมื่อถูกซักถาม

นอกจากนี้ยังระบุว่า บริหารราชการแผ่นดินโดยขาดความรู้ความสามารถ ผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ไม่รักษาวินัยการเงินการคลัง ใช้งบประมาณของรัฐสร้างคะแนนนิยมให้กับตนเองและพรรคการเมือง โดยมิได้คำนึงถึงภาระด้านงบประมาณของประเทศ ล้มเหลวในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

เป็นยุคที่ทุจริตเฟื่องฟู น้ำกำลังจะหมดเขื่อน มวลอากาศเป็นพิษเต็มเมือง เศรษฐกิจถดถอยอย่างรุนแรง หากปล่อยให้บริหารราชการแผ่นดินต่อไปจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงจนประเทศถึงแก่ความล่มจมได้

ถือว่าเป็นญัตติที่มีข้อความและข้อหาดุเดือดร้อนแรงแบบไม่ไว้ไมตรี

 

ส่วนคนอื่นๆ ก็ไม่เบาเหมือนกัน ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เจอข้อหา ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ ฯลฯ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ใช้ตำแหน่งหน้าที่เข้าไปก้าวก่าย แทรกแซง การปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรในกระบวนการยุติธรรม ชี้นำการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐและองค์กรอิสระ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย บริหารผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ขาดคุณธรรมและจริยธรรม ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่แสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเอง บริวารและพวกพ้อง

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทข้ามชาติ นำพาชาติเข้าสู่ความขัดแย้งระหว่างประเทศและไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

และน้องคนสุดท้องในญัตติ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เข้าสู่ตำแหน่งโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล ปกป้องพวกพ้องโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติ

น่าสังเกตว่า ฝ่ายค้านไม่ได้แตะต้องพรรค รมต.จากพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งต่อมาแกนนำฝ่ายค้านชี้แจงว่า ต้องการโฟกัสที่รัฐมนตรีที่สืบทอดอำนาจจาก คสช.

 

รัฐบาลแก้เกมทันที วันที่ 3 กุมภาพันธ์ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เลขานุการวิปรัฐบาล เผยว่า วิปรัฐบาลเสนอให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ว่าเป็นญัตติเท็จ

โดยเฉพาะที่ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ยึดมั่นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ล้มล้างรัฐธรรมนูญ ถือเป็นข้อความเท็จ ขัดข้อบังคับการประชุมสภา ต้องแก้ไขปรับปรุง

เพราะตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ไม่เคยมีการฉีกรัฐธรรมนูญ อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ์มาจากการเลือกตั้งตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญทุกประการ ส่วนฝ่ายค้านจะต้องยื่นญัตติใหม่หรือไม่ ขึ้นอยู่กับประธานสภาจะเป็นผู้วินิจฉัย

ขณะที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ญัตติฝ่ายค้านมีเนื้อหาเป็นเท็จ กล่าวหานายกฯ ฉีกรัฐธรรมนูญ ทั้งๆ ที่วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์มาตามระบอบประชาธิปไตย ถือว่าเป็นนายกฯ คนใหม่แล้วตามรัฐธรรมนูญ จึงต้องส่งญัตติกลับไปให้ประธานสภา เพื่อให้ฝ่ายค้านทบทวนญัตติดังกล่าวให้ถูกต้อง

หากไม่ทบทวน จะมีการประท้วงตั้งแต่เริ่มมีการอภิปราย ทำให้การประชุมไม่ราบรื่น เชื่อว่า หากส่งกลับและมีการแก้ไขน่าจะทัน เพราะยังอยู่ในกรอบ 7 วัน

ต่อมา วิปรัฐบาล นำโดยนายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ พร้อม ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลอีก 8 คน ได้ยื่นเรื่องต่อประธานสภา ให้ฝ่ายค้านแก้ไขถ้อยคำในญัตติ ใน 2 กรณี ดังนี้

กรณีแรก ญัตติปรากฏข้อความว่า พล.อ.ประยุทธ์ล้มล้างรัฐธรรมนูญ เห็นว่า เป็นข้อความเท็จอันก่อให้เกิดความสำคัญผิดในข้อเท็จจริง พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ จากการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 โดยเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของ 2 สภาเห็นชอบให้เป็นนายกฯ เป็นการได้มาซึ่งอำนาจในการบริหารตามกฎหมายทุกประการ

กรณีที่สอง ญัตติปรากฏข้อความ พล.อ.ประยุทธ์กร่างเถื่อน เห็นว่าญัตติใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ไม่สุภาพ เสียดสี ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดิน จึงเรียนประธานสภา ให้ผู้เสนอแก้ไขข้อบกพร่องในญัตติดังกล่าว

 

มุขของรัฐบาลในการกล่าวหาญัตติเป็นเท็จเป็นข่าวใหญ่ในสื่อต่างๆ ขณะที่ฝ่ายค้าน โดยนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า เป็นอำนาจการวินิจฉัยของประธานสภา ส่วนตัวไม่เห็นว่าญัตติดังกล่าวเป็นเท็จได้อย่างไร เพราะถ้า พล.อ.ประยุทธ์ฉีกรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องเท็จ รัฐบาลต้องเป็นคนบอกมาว่าใครเป็นคนฉีกรัฐธรรมนูญ จะเป็น พล.อ.ประวิตร หรือ พล.อ.อนุพงษ์ หรือใคร

ต่อข้อถามว่า วิปรัฐบาลระบุว่ายอมไม่ได้ หากมีการอภิปรายย้อนหลังไปรัฐบาล คสช. อาจจะมีการป่วนตั้งแต่เริ่มต้น นายสุทินกล่าวว่า คิดว่ารัฐบาลตั้งใจใช้ประเด็นนี้อยู่แล้ว เพื่อขัดจังหวะการทำงานของฝ่ายค้าน ซึ่งอยู่ที่การวินิจฉัยของประธานสภา

ในอดีตเคยมีความพยายามปกป้องผู้นำรัฐบาลที่ถูกยื่นญัตติไม่ไว้วางใจด้วยวิธีการต่างๆ มาแล้ว สำเร็จบ้าง ล้มเหลวบ้าง

ที่ผ่านมาเคยมีการล็อบบี้ให้ถอนชื่อจนญัตติล่ม

ส่วนรอบนี้จะทำได้แค่ไหน อย่างไร ถือเป็นข่าวสารสำคัญที่ประชาชนกำลังสนใจติดตาม

บทความก่อนหน้านี้ส.ส.อนาคตใหม่ ไว้อาลัยเหยื่อกราดยิงโคราช เปิดถกแก้ฝุ่น ชี้รัฐต้องแก้เป็นระบบ ไม่ใช่ปชช.ด่าถึงตอบสนอง
บทความถัดไปหลังเลนส์ในดงลึก/ปริญญากร วรวรรณ/ ‘คำตอบ’