ทราย เจริญปุระ | นอน “เร็ว”

ทราย เจริญปุระ

คุณมีความสามารถพิเศษอะไรกันบ้างคะ?

ความสามารถพิเศษประเภทที่เอาไว้กรอกในเฟรนด์ชิปของเพื่อนตอนเด็กๆ ความสามารถพิเศษประเภทถ้าใครรู้ต้องให้เราทำให้ดู อะไรแบบนั้น

ตอนเด็กๆ ถ้ามีใครถามฉันจะตอบว่า-ว่ายน้ำ- เพราะมันก็ดูพิเศษนิดหน่อย แต่ไม่จำเป็นต้องออกมาแสดงให้ใครเห็น เอาแค่รู้ว่าฉันว่ายน้ำได้ ว่ายน้ำเป็นก็พอแล้ว

เห็นเพื่อนคนอื่นก็จะเขียนพวกร้องเพลง, รำไทย, เต้น หรืออะไรเทือกๆ นั้น

พอโตๆ ขึ้นมา เห็นเด็กๆ รุ่นหลังทำอะไรได้ตั้งมากมาย แต่เขาไม่ยักเรียกว่าเป็นความสามารถพิเศษกันแล้วแฮะ แต่ระบุแค่ว่ามันเป็นกิจกรรม คือว่างก็ไปทำ หรือไม่ก็หากิจกรรมทำไปเรื่อยๆ

ขืนตอนนี้ฉันไปบอกใครว่ามีความสามารถว่ายน้ำเป็นคงได้รับการมองกลับด้วยสายตาว่างเปล่า

ว่านี่น่ะเหรอพิเศษ

จริงๆ เรื่องแบบนี้ฉันลืมไปนานมากแล้ว เพราะตัวเองก็ไม่ได้มีความสามารถพิเศษอะไร ก็ทำงานทำอะไรไปตามปกติ

จนเมื่อไม่นานมานี้เอง ความสามารถอย่างหนึ่งของฉัน สามารถเรียกเสียงฮือฮาจากคนรอบตัวได้ แถมหลายคนยังถามด้วย ว่าทำได้ยังไง

เท่จัง

ความสามารถพิเศษนั้นก็คือ, การนอนเร็ว

นอนเร็วในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าหัวแตะหมอนก็หลับผล็อย ตัดขาดจากโลกภายนอกได้ในบัดดล

แต่เป็นนอนเร็วแบบเข้านอนเร็ว โดยในวันธรรมดาที่ไม่ต้องทำงาน ฉันจะนอนไม่เกินสองทุ่ม ถ้ามีหนังสือที่อยากอ่านเป็นพิเศษก็คือนอนตั้งแต่หนึ่งทุ่ม-หนึ่งทุ่มครึ่ง อ่านหนังสือไป ไม่เกินสามทุ่มฉันก็หลับแล้ว

โดยส่วนตัวฉันออกจะรู้สึกว่านี่ไม่ใช่เรื่องพิเศษหรือเก๋ไก๋ การนอนเร็วตื่นเช้าดูเป็นกิจกรรมคุณย่าคุณยาย ที่หลับไปตั้งแต่ลูกหลานยังไม่กลับถึงบ้าน แล้วพอเช้าตื่นก็เที่ยวเดินตะคุ่มๆ สำรวจตรงนั้นตรงนี้เหมือนผีเรือน

เพื่อนฉันส่วนใหญ่เป็นพวกโต้รุ่งกันทั้งนั้น ฉันเห็นหลายคนนอนตีสาม ตีสี่ หรือหลับเมื่อตีนฟ้าเปิด แล้วไปตื่นเอาเที่ยงบ่ายนี่มันเท่จัง

กำหนดเวลาชีวิตได้ด้วยตัวเอง อยากทำอะไรตอนไหนก็ทำ ออกไปแฮงก์เอาต์กันได้ดึกๆ ประเภทจู่ๆ ก็ชวนกันตอนห้าทุ่มแล้วออกไปเจอกันเลย ซึ่งเวลานั้นไม่มีใครคิดจะชวนฉัน กว่าฉันจะตื่นมารับรู้การนัดหมายก็ย่ำรุ่ง ดีไม่ดีวงยังไม่เลิกเสียด้วยซ้ำยามฉันตื่น

ฉันเคยฝืนอยากเป็นคนเก๋ๆ และเป็นคู่รักผู้ทุ่มเทในเวลาเดียวกัน ยอมตามไปนั่งเฝ้าเป็นเงายันเช้า หรือแกล้งทำเสียงใสตอนตีหนึ่งเมื่อเขาโทร.ถามว่าทำอะไรอยู่

-บ้าเธอ ตีหนึ่งเอง เราอ่านหนังสืออยู่น่ะ- ทั้งที่ในความจริงคือหลับตายไปแล้ว แต่อาศัยเปิดเสียงกริ่งโทรศัพท์ให้ดังที่สุด บวกกับความสามารถทางการแสดงที่มีอยู่เดิม รับสายขึ้นมาก่อนจะเดินง่วงๆ ไปล้างหน้าและขับรถออกไปยามค่ำคืน

ตอนนั้นรู้สึกเท่มากและทุ่มเทมาก

ไม่เห็นจะดูโง่เหมือนตอนนี้ที่มองย้อนกลับไปซักนิด

ฉันโดนฝึกให้นอนเร็วมาตั้งแต่เด็ก และไม่เคยเข้าใจว่าคนนอนไม่หลับนี่มันนอนไม่หลับได้ยังไงกัน จนพอป่วยเข้า และแก่ขึ้นก็ให้ซาบซึ้งใจว่านอนไม่หลับมันก็คือไม่หลับ ให้พลิกคว่ำพลิกหงายตีลังกา ตะแคงตัวหรืออะไรก็ไม่ช่วยทั้งนั้น

และแน่นอนว่าการพบแพทย์ กินยา ดมกลิ่นอโรมา รวมถึงสร้างนิสัยใหม่ด้วยการปิดโทรศัพท์ เอามันไปวางไว้ให้ห่างเตียงที่สุด และตั้งจิตว่าคงไม่มีใครเกิดธุระร้อนยามดึกจนต้องติดต่อฉัน เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น ฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้จนกว่าจะตีห้าหรือหกโมงที่ได้เวลาตื่นของฉันพอดี

ฉันพูดเล่นบ่อยๆ ว่านอนเร็วเพื่อความงาม เพราะฮอร์โมนที่ช่วยซ่อมแซมความร่วงโรย เสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายมันจะมาตอนสี่ทุ่ม

ซึ่งก็เป็นการจำเขามาพูดเพื่อสร้างความชอบธรรมให้ความนอนเร็วของฉัน ก็จนกระทั่งหนังสือเล่มนี้ออกมา

Why We Sleep, นอนเปลี่ยนชีวิต เป็นผลงานของแมตธิว วอล์กเกอร์ ศาสตราจารย์ด้านประสาทวิทยาและจิตวิทยา เป็นผู้ก่อตั้งห้องปฏิบัติการด้านการนอนหลับที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์

นี่เป็นหนังสือเกี่ยวกับการนอนหลับฉบับสมบูรณ์ที่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รองรับ

โดยแมตธิวสามารถนำข้อมูลที่ผ่านการทดลองหลายอย่างมาบอกกับคุณได้ ว่าการนอนหลับอย่างมีคุณภาพในทุกคืนต้องทำอย่างไร และมันให้อะไรกับคุณบ้าง

ไขปริศนาเบื้องหลังการหลับและการฝันที่ซ่อนอยู่ในสมองตลอดจนผลกระทบต่อการเรียนรู้ ความจำ และความเชื่อมโยงกับโรคร้ายอย่างอัลไซเมอร์ เบาหวาน หรือมะเร็ง รวมถึงตอบข้อข้องใจสารพัดเรื่องการนอนหลับ เช่น กาเฟอีนและแอลกอฮอล์ส่งผลอย่างไรต่อการนอนหลับ หรือคนที่นอนหลับคืนละ 6 ชั่วโมงติดกัน 10 วัน จะมีประสิทธิภาพต่ำพอๆ กับคนที่อดนอนติดกัน 24 ชั่วโมง หรือเรื่องของการกดเลื่อนปลุกที่อาจทำร้ายหัวใจและระบบประสาทของเราได้มากกว่าที่คิด

แมตธิวเชื่อว่าธรรมชาติไม่ได้สร้างการนอนหลับ ซึ่งเป็นเวลาที่ผู้คนเปล่าเปลือย ปลดปล่อย และอ่อนแอที่สุดขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล

มันไม่ใช่แค่การพักเครื่องยนต์ แต่การนอนมีอะไรมากกว่านั้น

หนังสือสนุกและน่าสนใจมาก และทำให้มนุษย์เช้าอย่างฉันออกจะดีใจไม่น้อยที่มีหลักฐานไว้อ้างอิงได้ว่าการนอนเร็วนี่มันเรียกได้ว่าเป็นความสามารถพิเศษจริงๆ แต่ก็ไม่ได้ให้ร้ายมนุษย์ดึก เพราะเขาบอกว่าเรื่องแบบนี้มันถูกระบุมาในพันธุกรรมของแต่ละคน

เอาเข้าจริงฉันออกจะรู้สึกว่าการนอนเร็วนี่มันแสนจะนายทุนมากๆ ตรงที่เลือกเวลานอนเองได้เร็ว เวลาทุ่มสองทุ่มบางคนยังเดินทางกลับจากที่ทำงาน ค้างเติ่งอยู่บนขบวนรถแออัด วันแล้ววันเล่าจนระบบร่างกายผิดเพี้ยน แต่ก็อีกนั่นแหละ, วันไหนที่งานฉันต้องดึก ก็จะดึกได้อย่างบ้าคลั่ง เช้าชนเช้าแบบเรียกร้องให้ฉันผุดผ่องและสวยแจ่ม 24 ชั่วโมง ซึ่งก็ฝืนธรรมชาติไม่น้อยไปกว่าใคร

นอกจากจะสนุกแล้ว หนังสือเล่มนี้ได้ผลมากจริงๆ

คือฉันอ่านมาสามคืนแล้วยังไม่จบทั้งที่มันแสนจะสนุก

จะให้จบได้อย่างไร

ก็ฉันดันหลับผล็อยไปเสียก่อนจบทุกที

สมจุดประสงค์ของผู้เขียนแล้วล่ะ

“Why We Sleep” นอนเปลี่ยนชีวิต เขียนโดย Matthew Walker แปลโดย ลลิตา ผลผลา ฉบับพิมพ์ครั้งแรกโดยสำนักพิมพ์ Bookscape, มกราคม 2563

บทความก่อนหน้านี้เส้นทางความรัก-หัวใจ “ปู ไปรยา” กับ วาทะ “ถ้าเรารักใครจริงเราต้องปล่อย”
บทความถัดไปเกษียร เตชะพีระ | “รัฐธรรมนูญ-ประชาธิปไตย-สันติวิธี” (จบ)