ฟ้า พูลวรลักษณ์ | PLANKTON คือ สิ่งที่ค้ำจุนโลก

หนังสือเรียนสำหรับเด็ก เล่มใหม่ (๖๓)

มนุษย์บนโลกนี้ รับรู้ข้อมูลจาก

๑ การเสพจากสื่อ

๒ การเสพจากความจริง

สองข้อนี้ไม่เหมือนกัน ข้อแรกเราเลี่ยงไม่ได้ ในยุคที่สื่อเป็นใหญ่ แต่เราต้องระลึกด้วยว่า ข้อมูลจากสื่อ อาจไม่ใช่ความจริง มันอาจตรงข้ามกับความจริง หรือเป็นความจริงเพียงบางเสี้ยว ส่วนที่เหลือคือการขยายความ การต่อเติม หรือแม้แต่การแก้ไข

เรามาคิดง่ายๆ ว่าอะไรคือความดีที่ค้ำจุนโลก

มันคือสิ่งเล็กๆ รอบกาย

ไม่ใช่พฤติกรรมของวีรบุรุษ หรือสิ่งใหญ่โต

เช่น วันหนึ่ง ขณะที่ฉันนั่งเครื่องบิน ข้างกายของฉันมีผู้หญิงคนหนึ่งอุ้มลูกมาด้วย และเด็กคนนั้นนอนหลับ แต่เขายื่นเท้ามาถีบฉัน คนที่เป็นแม่พยายามจะดึงขาเขาออกไป แต่ขาของเขาก็ยังกลับสู่สภาพเดิม และถีบฉันต่อ ในขณะที่เขาหลับอยู่

ฉันบอกแม่ของเขาว่า ไม่เป็นไรหรอก

ฉันพูดด้วยความเอ็นดู และสิ่งที่ทำ ไม่ใช่ความดียิ่งใหญ่อะไร ประเด็นสำคัญคือ สิ่งนี้คนส่วนใหญ่ก็ทำกัน ฉันเห็นผู้ใหญ่มากมายที่เอ็นดูเด็ก ให้อภัยเด็ก

ความดีเล็กๆ นี้ มีผลกว้างใหญ่มาก มันค้ำจุนโลกนี้จริงๆ

เพราะมันถูกกระทำโดยผู้คนส่วนใหญ่ของโลก มันแผ่ลามจนเราไม่สังเกตเห็น

ทั้งที่มันเล็กนิดเดียว ไม่เป็นข่าว และไม่ได้น่าภาคภูมิใจอะไร แต่หากเราคิดสักนิด เราจึงจะประทับใจ

มีวันหนึ่ง ฉันเดินอยู่ในซอยแห่งหนึ่ง เป็นซอยแคบๆ มีผู้หญิงอ้วนใหญ่คนหนึ่งเดินอยู่ข้างหน้า เธอเดินช้าๆ เพราะร่างกายของเธออ้วนใหญ่มาก หากฉันจะแซงเธอ ฉันต้องขอทางเธอ หรือไม่ก็ต้องเบียดจนอาจกระแทกถูกเธอก็ได้ แต่เพราะฉันไม่ได้มีธุระรีบด่วนอะไร ฉันจึงเดินช้าๆ ตามเธอไป ในขณะที่ฉันเดินตามไปอย่างช้าๆ ฉันก็รู้สึก ว่านี่คือความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ คือความเห็นใจเพื่อนมนุษย์ เธอร่างกายเป็นเช่นนี้ ไม่ใช่โดยเจตนา

แน่ละ ความมีน้ำใจเล็กๆ นี้ ไม่ใช่ความดีพิเศษ คนจำนวนมากในโลกก็มีน้ำใจแบบนี้ มีคนเยอะแยะที่ฉันเห็น เป็นคนมีมารยาท มีน้ำใจ มีเมตตาในสิ่งเล็กๆ

มันเล็กเกินกว่าจะเป็นข่าว น้อยเกินกว่าจะมาอวดอ้างได้

แต่ที่น่าทึ่งคือ สิ่งเล็กๆ เหล่านี้ต่างหากที่ค้ำจุนโลก ทำให้โลกดำเนินต่อไปได้ ทำให้มนุษยชาติยังไม่สูญพันธุ์ บางคนอาจไม่เชื่อ คิดว่าสิ่งเล็กแค่นี้น่ะหรือ ที่ทำให้มนุษย์เราไม่สูญพันธุ์

คนที่มีน้ำใจ มักเป็นคนจน คนกิ๊กก๊อก โลกนี้ไม่ได้อยู่ได้ด้วยคนอย่างตูน บอดี้สแลม ต่อให้มีตูนร้อยคนพันคน ก็ไม่มีผล

ฉันเคยเดินไปในถนนที่ไม่มีรถประจำทาง หาทางกลับได้ยาก ฉันจึงต้องโบกรถ และสังเกตว่า รถหรู รถราคาแพง เขาจะไม่รับฉันแน่ เพราะเขากลัวรถจะสกปรก และกลัวฉันอาจเป็นโจรไปปล้นเขา แต่รถที่อาจรับฉัน กลับเป็นรถกิ๊กก๊อก รถกระบะ รถคนจน ที่เขามีความเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ หากไม่มีรถแบบนี้ ฉันคงต้องเดินไปเรื่อย หลายสิบกิโลเมตร หรือเป็นร้อยกิโลเมตร

ในสถานที่มากมาย คนรวยคือคนเห็นแก่ตัว ไม่เอาใครเลย นอกจากตัวเองและครอบครัวของตน ฉันไม่เคยเห็นใครหวงแหนใน space ของตัวเองเท่าชาวยุโรปเลย ทั้งที่พวกเขาเจริญที่สุด เราเห็นได้ในทุกแห่งหน และหากมันแผ่ออกไปจนครอบคลุมหมดทั้งโลก หมายถึงความดับสลายของมนุษย์

พวกเขาอาจทำความดีเฉพาะในบางอารมณ์ หรือไม่ก็สร้างเพราะต้องการสื่อ

ที่จริง หากพวกเขาทำความดีก็ไม่ได้เสียหายอะไร แต่พวกเขาไม่ควรกระพือข่าวให้ใหญ่โตจนเกินไป ควรลดลงให้มีขนาดเล็กเท่ามนุษย์ตัวเล็กๆ ทุกวันนี้มันบิดเบือนไปกันหมด จนไม่รู้ว่าแล้วรูปร่างที่แท้จริงของมนุษย์อยู่ตรงไหน

หากคนเราไม่รอกัน หากฉันเดินช้า และคนที่อยู่ข้างหลังฉัน ยกเว้นคนที่กำลังมีธุระรีบด่วน ล้วนกระแทก เบียดแซงตัวฉันออกไป โลกนี้จะไม่น่าอยู่ เพราะทุกคนจะเร่งรีบ จะเอาตัวเอง คนช้าจะถูกฆ่าตาย ไปทีละคนสองคน จนในที่สุดพ่อแม่ของคุณก็จะตายไปด้วย ไม่เหลือตัวคุณ

ในโลกนี้ สิ่งที่ค้ำจุนโลก ได้แก่ plankton

คำจำกัดความของมันคือ สิ่งมีชีวิตที่ลอยไปกับกระแสน้ำในมหาสมุทร หรือในน้ำจืดก็ได้

มันอาจเป็นพืชหรือสัตว์ หรืออาจเป็นแบคทีเรีย อาร์เคีย หรือสาหร่าย โปรโตซัว หรือชีวิตแบบใดก็ได้ ที่ไม่ต้านกระแสน้ำ

นี่เป็นคำจำกัดความที่น่าสนใจ หากไม่สังเกต จะไม่รู้

เราอาจคิดว่ามันเป็นพืชหรือสัตว์

ที่จริงมันรวมไปถึงแมงกะพรุน ด้วยเพราะแมงกะพรุนจะลอยไปตามกระแสน้ำ

สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ของ plankton มักจะมีขนาดเล็ก เล็กเกินกว่าจะมองเห็นด้วยตาเปล่า มันวิจิตรพิสดารยิ่งนัก หากขยายภาพตัวมันออกมา ทั้งสวยงาม ทั้งเจิดจ้า

สิ่งมีชีวิตนี้เอง ที่เป็นส่วนล่างสุดของห่วงโซ่อาหาร เพราะมีมัน จึงมีปลา มีสัตว์น้ำนานาชนิดในมหาสมุทร และนั่นย่อมหมายถึงสิ่งมีชีวิตนานาบนบกด้วย

มันมีจำนวนมากมาย สุดคณานับ เป็นอสงไขย

เวลานับ เรานับเป็นตัน ว่ามีกี่แสนตัน กี่ล้านตัน

พวกมันทำให้มหาสมุทรเปลี่ยนสี มันล่องลอยไปเรื่อยในกระแสน้ำ สิ่งเล็กนี้ค้ำจุนโลก

หากวันใดที่เกิดมลภาวะ หรือสภาวะร้ายแรง จน plankton ลดจำนวนลงไปมาก หรือหายไป ย่อมหมายถึงวันโลกดับ

ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเลยบนโลกนี้จะอยู่ได้

บทความก่อนหน้านี้สุรชาติ บำรุงสุข | ปฏิรูปความมั่นคง 2563 : รัฐสภากับงานความมั่นคง
บทความถัดไปบาดแผล “อนาคตใหม่” กับ แผล5ปี คสช.-วีรกรรมรัฐบาลไทยสร้าง “วัฒนธรรมลอยนวล”