ต่างประเทศ “มองอนาคตแฮร์รี่และเมแกน ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์

หลังจากเจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์แห่งราชวงศ์อังกฤษ ประกาศที่จะก้าวถอยออกจากการเป็นสมาชิกราชวงศ์อังกฤษ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

จนสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเรียกประชุมด่วนเพื่อสรุปอนาคตครอบครัวของรัชทายาทลำดับที่ 6 ในทันที

ล่าสุดสำนักพระราชวังบักกิ้งแฮมได้ออกแถลงการณ์ถอดพระยศ “โรยัล ไฮเนส” ที่ใช้สำหรับสมาชิกราชวงศ์ระดับเจ้าชายและเจ้าหญิงรวมถึงคู่สมรส ประกาศถอดตำแหน่งทางการทหารที่ได้รับการแต่งตั้งของเจ้าชายแฮร์รี่

รวมไปถึงระบุชัดเจนว่าเจ้าชายแฮร์รี่จะไม่เป็นตัวแทนของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ประกอบพระราชกรณียกิจอีกต่อไป

เหตุผลหลักๆ ของเจ้าชายแฮร์รี่ต่อการขอลดบทบาทลง ก็คือต้องการอิสระและความเป็นส่วนตัวมากขึ้น หลังถูกตามติดจากสื่อนับตั้งแต่งานพิธีเสกสมรสของทั้งสองพระองค์เมื่อปี 2018

และนับจากนี้ทั้งสองพระองค์ยินดีที่จะไม่รับเงินรายปีจากงบประมาณแผ่นดิน และพร้อมที่จะหารายได้เลี้ยงชีพอย่างอิสระ

 

ก่อนหน้านี้เจ้าชายแฮร์รี่และเมแกนมีรายได้จากส่วนแบ่งของ “กองทุนเงินอุปถัมภ์ส่วนพระมหากษัตริย์” ซึ่งในปีงบประมาณ 2018-2019 ที่ผ่านมา รัฐบาลอังกฤษ โดยสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์อนุมัติงบฯ ส่วนดังกล่าวให้กับราชวงศ์อังกฤษเป็นเงิน 82.2 ล้านปอนด์ หรือราว 3,200 ล้านบาท

แม้จะไม่เป็นที่ชัดเจนว่าดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์มีส่วนแบ่งจากเงินส่วนนี้เท่าใด แต่มีรายงานว่า คิดเป็นสัดส่วนราว 5 เปอร์เซ็นต์จากรายได้ทั้งหมดที่ทั้งสองพระองค์ได้รับ

รายได้ในส่วนที่เหลือเป็นรายได้จาก “ดัชชีแห่งคอร์นวอลล์” ดัชชีของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ดยุคแห่งคอร์นวอลล์ พระบิดาของเจ้าชายแฮร์รี่ เปรียบเสมือนกับเงินกงสีของครอบครัว โดยเงินในส่วนนี้เป็น อสังหาริมทรัพย์บนที่ดิน 53,000 เฮกเตอร์ มูลค่า 1,000 ล้านปอนด์ ซึ่งสามารถสร้างผลกำไรได้กว่า 20 ล้านปอนด์ในปีงบประมาณที่ผ่านมา

และเจ้าชายแฮร์รี่ได้รับส่วนแบ่งราว 5 ล้านปอนด์ หรือราว 198 ล้านบาท

 

แถลงการณ์ของสำนักพระราชวังชี้ชัดว่า เจ้าชายแฮร์รี่และเมแกนจะไม่รับเงินจากกองทุนเงินอุปถัมภ์ส่วนพระมหากษัตริย์อีกต่อไป และจะจ่ายเงินที่นำมาใช้ปรับปรุง “พระตำหนักฟร็อกมอร์” พระตำหนักที่ทั้งสองจะยังคงเก็บเป็นที่ประทับในอังกฤษต่อไป มูลค่า 2.4 ล้านปอนด์ หรือราว 95 ล้านบาทคืนให้กับกองทุนด้วย

ส่วนที่ยังคงเป็นคำถามก็คือ ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ จะยังคงรับเงินจาก “ดัชชีแห่งคอร์นวอลล์” ต่อไปหรือไม่

โดยสื่ออย่างเดลี่ เทเลกราฟ รายงานเอาไว้ว่า เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ พระบิดาของเจ้าชายแฮร์รี่ จะยังคงสนับสนุนทางการเงินให้กับลูกชายอย่างแฮร์รี่และพระชายาด้วยเงินส่วนตัวของพระองค์ต่อไป โดยคาดว่าจะเป็นการใช้รายได้จากการลงทุนส่วนพระองค์ ซึ่งแหล่งข่าวใกล้ชิดราชวงศ์อังกฤษเปิดเผยว่า ไม่ใช่จำนวนเงินที่มากมายนัก

สิ่งที่ชัดเจนอย่างหนึ่งหลังจากนี้ก็คือ เจ้าชายแฮร์รี่และเมแกนจะสามารถหารายได้เลี้ยงชีพได้อย่างอิสระ หลังจากได้รับพระบรมราชานุญาต โดยผู้สันทัดกรณีมองว่าจะไม่เป็นปัญหาสำหรับคู่รักคนดังที่มีรูปลักษณ์ภายนอกดีอย่างทั้งสองพระองค์

 

แฮร์รี่และเมแกนซึ่งเป็นอดีตนักแสดงในซีรี่ส์ดังอย่าง “Suit” ซีรี่ส์จอแก้วของสหรัฐอเมริกาที่ทำเงินให้เธอก่อนจะเข้าเป็นสมาชิกราชวงศ์เป็นจำนวนมาก จะยังคงมีสถานะดยุคและดัชเชสต่อไป ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้าน “การสร้างแบรนด์” และผู้เชี่ยวชาญด้านราชวงศ์อังกฤษ ต่างมีความเห็นตรงกันว่าเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกนจะสร้างแบรนด์ที่มีมูลค่าในหลัก “พันล้านดอลลาร์สหรัฐ” ได้ไม่ยากนัก

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์จะสามารถทำงานหาเงินมหาศาลได้จากการออกหนังสือ รวมไปถึงจากค่าจ้างในการแสดงสุนทรพจน์หรือเป็นวิทยากรในโอกาสต่างๆ

โดยเชื่อว่าทั้งคู่จะสามารถทำเงินได้มากกว่าคู่ของบารัค โอบามา อดีตนายกรัฐมนตรีสหรัฐ และมิเชล โอบามา คู่สามีภรรยาผู้ที่นิตยสารฟอร์บส์ระบุว่า มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิเมื่อปี 2018 ถึง 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,215 ล้านบาท ไปอีกมากทีเดียว

“พวกเขาจะมีมูลค่ามากกว่าคู่โอบามาแน่นอน 100%” โจนาธาน ชาลิต ผู้จัดการคนดัง และประธานบริษัท อินเตอร์ทาเลนต์ไรต์สกรุ๊ป ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษระบุ

ด้านสื่ออย่างเน็ตฟลิกซ์ สตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่ก็ส่งสัญญาณว่าต้องการร่วมงานกับดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์แล้วเช่นกัน โดยเท็ด ซาแรนดอส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านคอนเทนต์ของเน็ตฟลิกซ์ ตอบคำถามนักข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า

“ใครจะไม่อยากร่วมงานกับทั้งคู่ล่ะ?”

 

แม้แฮร์รี่และเมแกนจะได้ในสิ่งที่ต้องการด้วยการลดบทบาทในสถานะสมาชิกราชวงศ์อังกฤษลง ทว่าสิ่งหนึ่งที่ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าอาจไม่เป็นไปอย่างที่ทั้งสองพระองค์คิดก็คือ “ความเป็นส่วนตัว” ที่จะยิ่งมีน้อยลงไปกว่าเดิมอีก

“ปาปารัซซี่จะตามพวกเขาไปทุกที่ที่พวกเขาไป” ชาลิตระบุ และว่า “ภาพเมแกนไปซื้อของที่ร้านอาหารในแวนคูเวอร์จะมีมูลค่า ผมคิดว่าความสนใจที่มีต่อทั้งคู่ในอนาคตจะยิ่งควบคุมได้ยากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่”

ชาลิตระบุว่า โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาต้องการหารายได้อย่างอิสระ พวกเขาก็จะไม่สามารถหลีกเลี่ยงสื่อไปได้พร้อมๆ กัน เพราะลูกค้าที่ซื้อบริการของทั้งคู่ย่อมต้องการ “โฆษณาประชาสัมพันธ์” สิ่งที่จะเชื่อมโยงกับทั้งคู่ด้วยเช่นกัน

คงต้องติดตามต่อไปว่าอนาคตของดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์จะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่นอนในอนาคตอันใกล้นี้ก็คือ การเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายหลังจากทั้งสองพระองค์ฟ้องร้องสื่ออังกฤษบางฉบับที่ตีพิมพ์จดหมายของเมแกนที่เขียนถึงโทมัส มาร์เคิล พ่อที่มีเรื่องระหองระแหงกันอยู่ คดี “ละเมิดความเป็นส่วนตัว”

ซึ่งคงจะตกเป็นข่าวครึกโครมอีกเช่นเคย

บทความก่อนหน้านี้น้ำตาลมิตรผล เปิดตัวแพ็กเกจจิ้งใหม่ ดึงความโดดเด่นของ “อ้อย” ย้ำความเป็นน้ำตาลบริสุทธิ์จากน้ำอ้อยธรรมชาติ 100%
บทความถัดไปมาตรการสร้างความมั่นใจ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าในขณะนี้ เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล กรุ๊ป ผู้บริหาร เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ , ท็อปส์,แฟมิลี่มาร์ท และมัทสึโมโตะคิโยชิ