กรองกระแส / จากคดีอิลลูมินาติ รัฐประหาร ‘ประชาธิปไตย’ อนาคตการเมืองไทย

กรองกระแส

 

จากคดีอิลลูมินาติ

รัฐประหาร ‘ประชาธิปไตย’

อนาคตการเมืองไทย

 

ภายในความเลอะเทอะอันดำรงอยู่ใน “คดีอิลลูมินาติ” ก็ทำให้สังคมไทยมองเห็นความเป็นจริงมากยิ่งขึ้นด้วยว่าอะไรคือปัจจัยในการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย

สำนวนคดี “อิลลูมินาติ” นั่นเองคือ “ครูด้านกลับ”

หากศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองนับแต่หลังสงครามเป็นต้นมา ภายใต้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2489 ก็จะเข้าใจในปัจจัยอันเป็นอันตรายก่อให้เกิดวงจรอุบาทว์

นั่นก็คือ รัฐประหาร

นับแต่รัฐประหารเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2490 เป็นต้นมา คนไทยได้ผ่านการเรียนรู้ผลสะเทือนของรัฐประหารลึกยิ่งขึ้น ลึกยิ่งขึ้น

กระทั่งมาถึงรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

 

พฤศจิกายน 2490

พฤษภาคม 2557

 

เริ่มต้นจาก 1 รัฐประหารเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2490 ไปสู่ 2 รัฐประหารเมื่อเดือนเมษายน 2491 ไปสู่ 3 รัฐประหารเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2494

ไปสู่ 4 รัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2500 ไปสู่ 5 รัฐประหารเมื่อเดือนตุลาคม 2501

ไปสู่ 6 รัฐประหารเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2514 ไปสู่ 7 รัฐประหารเมื่อเดือนตุลาคม 2519 ไปสู่ 8 รัฐประหารเมื่อเดือนตุลาคม 2520 ไปสู่ 9 รัฐประหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2534 ไปสู่ 10 รัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 มาสู่ 11 รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

ถามว่าเป็นปฏิบัติการของใคร เป็นของนักการเมือง เป็นของพรรคการเมืองอย่างนั้นหรือ

ความเป็นจริงเด่นชัดว่าเป็นการรัฐประหารโดยทหาร เป็นการลงมือกระทำโดยกองทัพ ใช้กำลังอาวุธในการโค่นล้มรัฐบาล ยุบพรรคการเมือง จับกุมนักการเมือง ฉีกรัฐธรรมนูญ

แล้วก็ตั้งตนเป็นรัฐบาล เริ่มต้นร่างรัฐธรรมนูญ

สำนวน “คดีอิลลูมินาติ” พยายามจะชี้ให้เห็นว่านักการเมือง พรรคอนาคตใหม่ มีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย

ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงก็รู้กันอยู่เป็นอย่างดีว่าใครคือผู้ล้มล้าง

 

แนวทางอนาคตใหม่

บนหนทางรัฐสภา

 

ต้องขอบคุณสำนวน “คดีอิลลูมินาติ” ต้องขอบคุณคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คุณูปการอย่างสำคัญก็คือ

ด้าน 1 ยืนยันว่าพรรคอนาคตใหม่มิได้เป็นไปตามข้อกล่าวหา

ขณะเดียวกัน ในอีกด้าน 1 กระบวนการต่อสู้ของพรรคอนาคตใหม่ ไม่ว่าจะเป็นนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ได้ฉายภาพอีกภาพหนึ่งตามความเป็นจริงออกมาว่าผู้ที่เป็นปรปักษ์และล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยคือผู้ทำรัฐประหาร

จึงได้เสนอนโยบายในการปฏิรูปกองทัพ แยกกองทัพออกจากกระบวนการทางการเมือง ทำกองทัพให้เป็นสถาบันเพื่อการป้องกันประเทศอย่างทันสมัย ก้าวหน้า

ทันสมัยและก้าวหน้าเหมาะสมกับยุคแห่งศตวรรษที่ 21

การยื่นญัตติด่วนเพื่อจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางในการป้องกันการรัฐประหารจึงเป็นอีกจังหวะก้าวหนึ่งอันทรงความหมายในทางการเมือง

การยุติเงื่อนไขรัฐประหารจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อพัฒนาการแห่งระบอบประชาธิปไตย

 

ยุติรัฐประหาร

พัฒนาประชาธิปไตย

 

ญัตติด่วนจัดตังคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแนวทางในการป้องกันการรัฐประหารจึงเป็นการทดสอบอุณหภูมิทางการเมืองอีกครั้ง

นอกเหนือจากญัตติด่วนจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาทบทวนประกาศและคำสั่ง คสช.

สภาผู้แทนราษฎรจะเป็นพื้นที่อันทรงความหมาย 1 ในการทบทวนบทเรียนในทางประวัติศาสตร์อันเกี่ยวกับรัฐประหารในประเทศไทย

1 ทดสอบจุดยืนของแต่ละพรรคการเมือง นักการเมืองต่อการรัฐประหาร

เป็นสันปันน้ำและหินลองทองอันคมแหลมในการพิสูจน์ทราบจิตวิญญาณของนักการเมือง พรรคการเมืองว่าเป็นเช่นใด

      ยืนอยู่กับรัฐประหาร หรือยืนอยู่ตรงกันข้ามกับรัฐประหาร

บทความก่อนหน้านี้อนุทิน โพสต์จะติดเครื่องตรวจทำไมในเมื่อยกเลิกไฟล์ทจากอู่ฮั่นแล้ว มั่นใจคุมสถานการณ์ได้
บทความถัดไปเดินตามดาว/หมอทรัพย์ สวนพลู/ ประจำวันที่ 24-30 มกราคม 2563