รายงานพิเศษ/โชคชัย บุณยะกลัมพ/Google AI ตรวจจับมะเร็งเต้านม แม่นยำกว่าผู้เชี่ยวชาญ

รายงานพิเศษ/โชคชัย บุณยะกลัมพ

https://www.facebook.com/ChokCyberAIEntertainment/

Google AI

ตรวจจับมะเร็งเต้านม

แม่นยำกว่าผู้เชี่ยวชาญ

 

มะเร็งเต้านมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี ผู้หญิงทุกคนอาจมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านมเกิดจากความผิดปกติของเซลล์ที่อยู่ภายในท่อน้ำนมหรือต่อมน้ำนม เซลล์เหล่านี้มีการแบ่งตัวผิดปกติ ไม่สามารถควบคุมได้ มักแพร่กระจายไปตามทางเดินน้ำเหลือง ไปสู่อวัยวะที่ใกล้เคียง

เช่น ต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ หรือแพร่กระจายไปสู่อวัยวะที่อยู่ห่างไกล เช่น กระดูก ปอด ตับ และสมอง เช่นเดียวกับมะเร็งชนิดอื่นๆ

การตรวจเต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรม X-ray ทรวงอกด้วยความแม่นยำที่สูง ปัจจุบันการนำ AI ช่วยแพทย์ในการตรวจหามะเร็งเต้านม ด้วยการสแกนภาพเอ็กซเรย์ด้วยเครื่องแมมโมแกรม ซึ่งสามารถเอาชนะแพทย์รังสีผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมนุษย์ในสหรัฐได้แล้ว

เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2563 สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ทีมนักวิจัยทั้งจากสหรัฐและอังกฤษได้ออกมาเปิดเผยว่า ระบบปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอของกูเกิลได้พัฒนาความสามารถจนสามารถตรวจพบเซลล์มะเร็งเต้านมในรูปแบบแมมโมแกรม

และลดความผิดพลาดในการตรวจจับมากขึ้น

 

ความก้าวหน้านี้ได้รับการเผยแพร่ผ่านวารสารเนเจอร์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปัญญาประดิษฐ์มีศักยภาพที่ตรวจจับเซลล์มะเร็งเต้านมได้แม่นยำมากขึ้น

โดยสมาคมมะเร็งแห่งชาติสหรัฐกล่าวว่า นักรังสีวิทยาจะมีโอกาสผิดพลาดในการตรวจจับเซลล์มะเร็งในแมมโมแกรมถึง 20% และครึ่งหนึ่งของผู้หญิงทั้งหมดที่ได้รับการตรวจกว่า 10 ปี ซึ่งให้ผลบวกที่เป็นเท็จ

มอซซิยาร์ อิเตมาดี นักวิจัยจากวิทยาลัยแพทยศาสตร์นอร์ธเวสต์ในชิคาโกกล่าวว่า แต่สำหรับปัญญาประดิษฐ์ของหน่วยดีฟมายด์ของบริษัทกูเกิล ร่วมกับทีมกูเกิลเฮลท์ ได้พัฒนาอย่างสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจจับมะเร็งเต้านมในระยะแรกได้

ด้านทีมวิจัยพร้อมด้วยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลอนดอนและสำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติอังกฤษได้ฝึกระบบให้ตรวจจับเซลล์ด้วยการใช้แมมโมแกรมถึงหมื่นๆ ครั้ง จากสตรีมากกว่า 76,000 รายในสหราชอาณาจักร และ 15,000 รายในสหรัฐอเมริกา โดยพวกเขาได้เทียบประสิทธิภาพของระบบด้วยการตรวจผลจริงจากชุดตรวจแมมโมแกรมของอังกฤษจำนวน 25,856 ชิ้น และสหรัฐอีก 3,097 ชิ้น

การศึกษาแสดงให้เห็นว่าระบบเอไอสามารถระบุอัตลักษณ์ของเซลล์มะเร็งในระดับความแม่นยำที่ใกล้เคียงกับนักรังสีวิทยาชำนาญการ

และยังลดตัวเลขผลบวกที่เป็นเท็จของทางสหรัฐได้ 5.7% และจากอังกฤษ 1.2%

และยังสามารถลดผลเป็นลบที่เป็นเท็จได้อีกโดยของสหรัฐมากถึง 9.4% และอังกฤษ 2.7%

คณะนักวิจัยยังได้ทดสอบโมเดลดังกล่าวกับข้อมูลต่างชาติ กล่าวคือ นำโมเดลที่ถูกเทรนด้วยข้อมูลจากสหราชอาณาจักรไปทดสอบกับข้อมูลจากสหรัฐ ซึ่งผลปรากฏว่าโมเดลก็สามารถทำงานได้โดยมี False Positive และ False Negative ลดลง

แสดงให้เห็นว่าโมเดลนี้สามารถไปประยุกต์ใช้ในระบบการแพทย์ของประเทศอื่นๆ ทั่วโลกได้ โดยไม่สูญเสียความแม่นยำระดับเหนือผู้เชี่ยวชาญมนุษย์

 

ขณะที่คอนนี่ ลีห์แมน หัวหน้าฝ่ายภาพทรวงอกของโรงพยาบาลฮาร์วาร์ด แมสซาชูเซตส์ เจเนอรัล กล่าวว่า ผลลัพธ์ดังกล่าวสอดคล้องกับข้อค้นพบจากหลายกลุ่มที่ใช้ AI เพื่อปรับปรุงการตรวจหามะเร็งในแมมโมแกรมรวมถึงงานของเธอเอง

ลีห์แมนยังกล่าวอีกว่า ประเด็นคือ โปรแกรม CAD ปัจจุบันได้รับการฝึกอบรมเพื่อระบุสิ่งที่นักรังสีวิทยาของมนุษย์สามารถมองเห็นได้ใน ขณะที่ AI คอมพิวเตอร์เรียนรู้ที่จะตรวจพบโรคมะเร็งโดยดูจากผลที่แท้จริงของแมมโมแกรมนับพัน สิ่งนี้มีศักยภาพที่จะไปเกินขีดความสามารถของมนุษย์ในการระบุนัยยะที่ดวงตาและสมองของมนุษย์ไม่สามารถรับรู้ได้

ส่วนอิเตมาดีกล่าวอีกว่า แม้ว่าคอมพิวเตอร์ยังไม่ได้ “มีประโยชน์มาก” จนถึงตอนนี้ แต่สิ่งที่เราแสดงให้เห็นอย่างน้อยในหมื่นหมื่นแมมโมแกรม (เอไอ) เป็นเครื่องมือที่สามารถทำการตัดสินใจได้จริง

ดังนั้น การดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง และการค้นพบมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มแรกในขณะที่ก้อนมีขนาดเล็ก และก้อนมะเร็งยังอยู่เฉพาะที่เต้านม ยังไม่แพร่กระจายไปต่อมน้ำเหลืองจึงเป็นเรื่องสำคัญ

เพราะจะมีโอกาสหายขาดมากขึ้น

 

เต้านมคนเราเปลี่ยนแปลงตามอายุและตามรอบประจำเดือน การที่เราหมั่นคลำเต้านมตัวเองจะทำให้เรารู้ลักษณะปกติของเต้านม เราสามารถพบการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นที่เต้านมตั้งแต่แรกๆ

ปัจจัยที่เสี่ยงต่อการเกิดเป็นมะเร็งเต้านม เช่น การมีประจำเดือนตั้งแต่อายุยังน้อย ผู้หญิงที่ไม่มีบุตรหรือมีบุตรคนแรกเมื่ออายุมากกว่า 30 ปี ประวัติญาติสายตรง (แม่ พี่ น้อง) เป็นมะเร็งเต้านม ผู้หญิงที่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นมะเร็งเต้านมหรือมีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นมะเร็งเต้านม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นญาติใกล้ชิด ผู้หญิงที่รอบเดือนมาเร็วและหมดช้า หรือใช้ฮอร์โมนทดแทนเป็นเวลานานกว่า 10 ปี

ผู้หญิงส่วนใหญ่เมื่อมีอาการเจ็บเต้านม มักจะเริ่มสังเกตและคลำที่เต้านม ส่วนหนึ่งจะพบก้อนร่วมด้วย

อีกส่วนหนึ่งคือไม่พบก้อนหรือไม่แน่ใจ ควรเข้าพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าไม่เป็นมะเร็งเต้านม

ซีสต์มักจะเจ็บ ส่วนมะเร็งมักจะไม่เจ็บ การเป็นซีสต์ที่เต้านมจะมีการเปลี่ยนแปลงตามรอบเดือน โตก่อนรอบเดือนมาและเล็กลงหลังรอบเดือนมาแล้ว ส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยที่มีซีสต์มักจะเจ็บที่ก้อน

ทั้งนี้ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้าน AI ที่กำลังมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ กับวงการแพทย์ สามารถตรวจว่าผู้ป่วยมีความเสี่ยงจะเป็นมะเร็งหรือไม่ จะทำให้ช่วยรักษามะเร็งของผู้ป่วยได้รวดเร็ว

และสามารถรู้ล่วงหน้าในการดูแลสุขภาพที่จะเกิดความเสี่ยงต่างๆ ของการเกิดมะเร็งเต้านม เพื่อลดการสูญเสียงบประมาณการรักษาได้มากในอนาคต

บทความก่อนหน้านี้การประพรมน้ำพุทธมนต์ครั้งแรก
บทความถัดไป“ปันปัน ยีย์ยีย์” ศิลปินสาวชื่อแปลก กับเพลงสุดแนว “สวัสดีค่ะ”