วิเคราะห์ | ฝ่ายค้านลั่นกลองรบซักฟอก เปิดฤกษ์ “ก.พ.” เช็กบิลรัฐบาล

หากเป็นไปตามปฏิทินที่ฝ่ายค้านปักหมุดยึดไว้ว่าจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลต่อประธานสภา บวกลบวันที่ 20 มกราคม 2563 แล้ว “ศึกซักฟอก” รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ครั้งแรกจะลั่นกลองรบดังขึ้นในช่วงหลังวันที่ 25 มกราคม ซึ่งเป็นวันตรุษจีนเป็นต้นไป

ไทม์ไลน์ที่วางไว้นอกจากจะหลีกปัญหาที่ประสบมาเมื่อการอภิปราย พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 วาระ 2-3 ที่ผ่านมา ที่ตรงวันเด็กแห่งชาติ ส.ส.ติดอภิปรายงบฯ ในสภาข้ามวันข้ามคืน ลงพื้นที่ไม่ได้ จนต้องถ่ายโอนงานให้ลูกน้องลงพื้นที่แทนแล้ว

แว่วว่าหากอยากล้มรัฐบาล ต้อง “เดือนกุมภาพันธ์” ได้ยินมาอย่างนั้น แปลว่า เรื่อง “ฤกษ์พานาที” ก็สำคัญ

ซึ่ง “สุทิน คลังผา” ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านก็แย้มออกมาตรงกันกับเสียงแว่วที่ได้ยินมาว่า “บางคนเชื่อเรื่องฤกษ์ มีคนบอกว่าเดือนกุมภาพันธ์เป็นเดือนมรณะของรัฐบาล บางคนเขาเชื่ออย่างนั้น”

ดังนั้น กรอบที่พอจะเป็นไปได้มากที่สุดสำหรับศึกซักฟอกศึกแรกของ “รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์” น่าจะชักธงรบกันประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้

เพราะ “สุทิน” แย้มว่ามีข้อมูลสำคัญในช่วงนั้น ที่ฝ่ายค้านรอเพื่อจะหยิบเอามาฟาดรัฐบาลอยู่

หากแจงรายชื่อของรัฐมนตรีที่จะต้องถูกขึ้นเขียงก่อนแบบเห็นชื่อ เห็นตัวกัน ขณะนี้คร่าวๆ “พรรคเพื่อไทย” จองกฐินไว้ 5 รายชื่อ คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

สำหรับประเด็นที่จะอภิปราย 5 รายชื่อที่ปรากฏนี้นั้นจะประกอบไปด้วยเรื่องเศรษฐกิจเป็นหลัก เช่น เรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เรื่องการทุจริต ทั้งการทุจริตแบบตรงๆ และทุจริตเชิงนโยบาย “เพื่อไทย” บอก “มีหลายเรื่อง หลายประเด็น”

ซึ่งนอกเหนือจาก 5 รายชื่อที่เป็นข่าวไปแล้วยังมีรัฐมนตรีอีก 2-3 คน เป็นรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงด้านเศรษฐกิจที่จะถูกซักฟอกด้วย

ซึ่งแว่วๆ มาว่า มีชื่อ “อุตตม สาวนายน” รัฐนตรีว่าการกระทรวงการคลังรวมอยู่ด้วย

กลองรบกับรัฐบาลยังไม่ทันดัง ขุนพลฟากฝ่ายค้านใน “เพื่อไทย” ก็วางมวยใส่กันเองก่อนแล้ว ไม่รู้ว่าแค่ลองเชิง ซ้อมมวยกันก่อนเฉยๆ หรือต้องการปล่อยหมัดใส่กันจริงๆ แต่ไม่ว่าอย่างไหน ก็ทำให้ “เพื่อไทย” แบ่งมวยเป็น 2 ค่าย

แม้ “ขุนพลบางบอน” จะบอกว่าไม่ได้มีความขัดแย้งกันและทำงานกันเป็นทีมก็ตาม แต่ก็ยอมรับกลายๆ ว่าพรรค พท.มีมวยเยอะ ก็เลยต้องแยกกันซ้อม เพราะถ้าไปซ้อมเวทีเดียวกันเดี๋ยวต่อยกันเอง

อย่างเช่นกรณีว่า ควรมีชื่อ “บิ๊กป้อม” หรือไม่ต้องมีชื่อ “บิ๊กป้อม” นี่ก็เรื่องหนึ่ง

ในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา “พรรคเพื่อไทย” เหมือนจะยังหาข้อสรุปไม่ได้ แย้งกันให้วุ่น ว่าจะเอายังไงกับชื่อนี้ “ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ” อย่าง “ร.ต.อ.เฉลิม” บอก ไม่ควรมี เพราะเรื่องของ “บิ๊กป้อม” อยู่ในมือขององค์กรอิสระ และได้มีคำตัดสินกันออกมาแล้ว หากไปรื้อขึ้นมาพูดอีกก็เข้าอีหรอบเดิม คือยกการตัดสินมาโต้ พูดไม่ออกอีก โต้ไปไม่จบ

ขณะที่สมาชิกใน “ทีมกิจการพิเศษ” บอก ชื่อ “ประวิตร” สมควรต้องมี ทุกวันนี้ถือกระเป๋าเอกสารเป็นปึกๆ บรรจุข้อมูลเรื่อง “บิ๊กป้อม” โดยเฉพาะเดินไปเดินมาในพรรค จะทำนิ่งเฉยไม่กล่าวถึงเสียเลยก็เห็นจะทนไม่ไหว

อีกทั้งประชาชนเองก็อยากให้มีชื่อนี้ เพราะเขาจับตาดูอยู่ ทั้งเรื่องนาฬิกา และเรื่องต่างๆ ที่ยังคงคาใจประชาชน

นอกจากนี้ “พี่ใหญ่บ้าน 3 ป.” คนนี้ ใครก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีส่วนรู้เห็นทุกเรื่องในรัฐบาลแน่ แล้วอย่างนี้จะไม่เอื้อนเอ่ยถึงเลยก็จะค้านตาขัดใจประชาชนเกินไป

“สุทิน” เลยบอกว่า เอาอย่างนี้ มีอยู่แล้ว แต่จะมีโดย “พรรคเสรีรวมไทย” เพราะเขาเสนอชื่อ “พล.อ.ประวิตร” มา ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็อาจจะมีพาดพิงถึงบ้าง แต่เจ้าภาพหลักคือพรรคเสรีรวมไทย

ส่วนที่ “ป๋าเหลิม” บอก จะไม่มีชื่อนี้นั้น พูดในนามพรรคเพื่อไทย ที่จะไม่เสนอชื่อนี้ แต่ถ้าพรรคร่วมเสนอชื่อก็ต้องเคารพและคอยซัพพอร์ตข้อมูลให้ เช่นเดียวกับที่พรรคใดจองชื่อรัฐมนตรีคนใด พรรคอื่นๆ ก็จะคอยซัพพอร์ตข้อมูลให้เช่นกัน

“สุทิน” บอกด้วยว่า จริงๆ แล้วคนที่จะเป็นผู้อภิปรายจะไม่ให้รู้ข้อมูลของกัน โดยจะมี “จราจรเนื้อหา” คอยแบ่งเนื้อหา ไม่ให้ทับซ้อนกัน

อย่างตัวเอง และ “ร.ต.อ.เฉลิม” ก็เป็นหนึ่งใน “จราจร” เนื้อหา ที่จะคอยทำหน้าที่วางเนื้อหาไม่ให้ซ้ำกัน ใครพูดถึงไหน ใครต่อประเด็นใด แล้วสุดท้ายค่อยมาซ้อมอภิปรายร่วมกันอีกทีหนึ่ง

มีแผน มีการเตรียมงาน เตรียมความพร้อมก่อนออกรบรัดกุมแน่นอน “ขุนพลบางบอน” มั่นใจถึงขนาดลั่นวาจาเอาไว้ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องสนุก รับรองงานนี้ไม่มีผิดหวัง พร้อมเตือนให้ระวังด้วยว่าอาจจะมีคนถูกหวยเพิ่ม ครั้งนี้ เพื่อไทยพร้อม และเอาจริงที่สุด

พร้อมเย้ยว่า งานนี้เพื่อไทยจะอภิปรายแบบไม่มีการถลึงตา ไม่มีการหน้างอ จะมีแต่ความอ่อนละมุนเสียด้วย

ตัดภาพมาที่พรรคร่วมฝ่ายค้านสุดจี๊ดอย่าง “พรรคอนาคตใหม่” แม้จะอุบทั้งข้อมูลและรายชื่อรัฐมนตรีที่จะยื่นอภิปราย แต่ก็มีข่าวแพลมออกมาว่า รายชื่อค่อนข้างจะสอดคล้องกับของพรรคเพื่อไทย มีชื่อ “อนุพงษ์” หลุดมาให้ได้ยินชัดๆ อยู่คนหนึ่ง ส่วนอีกคนที่ “อนาคตใหม่” จองไว้คือ “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานด้วยอีกคนหนึ่ง

ส่วน “พรรคเพื่อชาติ” ตัว “สงคราม กิจเลิศไพโรจน์” หัวหน้าพรรค ล็อกเป้าชัด ขอเวลา 45 นาที ส่ง 2 ขุนพล จัดหนัก “นายกฯ” คนเดียวแน่นอน ในประเด็นเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่น และการบริหารราชการแผ่นดินที่ผิดพลาด ที่ล็อกตัวนายกฯ คนเดียว เพราะเห็นชัดสุด และเป็นคนกำกับรัฐมนตรีทุกคนเลยด้วย

ด้าน “พรรคพลังปวงชนไทย” “นิคม บุญวิเศษ” หัวหน้าพรรค แง้มเตรียมอุทิศเวลา 1 ชั่วโมงในสัดส่วนของพรรค จัดหนัก “นายกฯ” เพียงคนเดียว เพื่อจะได้ฉายภาพให้เห็นชัดๆ เอาแบบเนื้อๆ แต่ประเด็นยังบอกไม่ได้ เพราะกำลังดำเนินการอย่างลับๆ อยู่

แย็บว่า ถ้าเป็นประเด็นทั่วๆ ไปเขาคงรู้ ก็เลยเตรียมเป็นประเด็นที่ “เขา” จะคาดไม่ถึงเอาไว้

แต่หลักๆ คงหนีไม่พ้นเรื่องทุจริต “เสี่ยนิคม” บอก “เขาโกงทุกเรื่อง โกงยันกระทั่งตำแหน่งนายกฯ ของตัวเอง” คงจะต้องโฟกัสเรื่องนี้ เชื่อว่า ออกศึกครั้งนี้ ตีค่ายคู่ต่อสู้ได้แน่นอน เพราะ “นายกฯ” ไม่สามารถทำให้ประเทศดีขึ้นได้เลย

ขณะที่ “พรรคประชาชาติ” สายลุยอย่าง ” ซูการ์โน มะทา” ส.ส.ยะลา บอกว่า ขออุบข้อมูลทั้งเรื่องตัวบุคคลที่จะถูกอภิปรายและประเด็นที่จะอภิปรายไว้ก่อน “ประชาชาติ” ได้เวลา 2 ชั่วโมง พรรคจะจัดการตัวบุคคลที่จะลุกขึ้นอภิปรายให้เปรี้ยงที่สุด

นาทีนี้ “ฝ่ายค้าน” ฮึกเหิมออกอาการมั่นอกมั่นใจ แม้จะอุบไต๋เอาไว้ไม่เผยให้อีกฝั่งรู้ แต่ก็พอเดาทางได้ว่า “นายกฯ” โดนแน่ “ฝ่ายเศรษฐกิจของรัฐบาล” ก็ไม่รอด ส่วนหวยจะออกที่ใครเพิ่ม ต้องจับตา

บทความก่อนหน้านี้รู้จัก ‘หนุ่มเจ้าเสน่ห์’ ยิ้มแล้วใจละลาย “ยุ่น ภูษณุ” น่ารักอ่ะ!
บทความถัดไปกทม.สั่งปิดแล้ว 437 ร.ร.ทั่วกรุงเทพฯ หลังกรมอุตุฯ แจ้ง อากาศปิด-ฝุ่นสะสมอีก 2 วัน