คุยกับทูตอังกฤษ ‘ไบรอัน เดวิดสัน’ มองไทยศักยภาพสูง พร้อมฝากความหวังรัฐสภาควรทำเพื่อประชาชน

คุยกับทูต ไบรอัน เดวิดสัน ก่อนอำลาสู่สถานทูตอังกฤษแห่งใหม่ ที่ทันสมัยกว่าบนถนนสาทร (4)

“ผมไม่ค่อยชอบพูดถึงเรื่องการเมืองนัก แต่รู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่นึกถึงประเทศไทย คิดว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูง ตามที่ได้พูดเสมอว่า พวกเราต้องการเห็นประเทศไทยกลับสู่กระบวนการประชาธิปไตยอีกครั้ง ซึ่งเราก็ได้เห็นว่า ประเทศไทยจัดให้มีการเลือกตั้งไปแล้วในปี 2562”

มร.ไบรอัน เดวิดสัน (H.E. Mr. Brian Davidson) เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย แสดงความคิดเห็น

“ไม่ว่าจะถูกมองว่าอย่างไร เราก็เห็นประเทศไทยดำเนินการตามระบอบประชาธิปไตยแล้ว และผลจากการเลือกตั้ง ทำให้ได้มีรัฐบาลเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศ ถือว่าประเทศไทยนั้นเป็นแนวคิดพหุนิยมทางการเมือง”

“มีอย่างหนึ่งที่เราอยากจะเน้นคือ รัฐสภาจะต้องทำหน้าที่สะท้อนความต้องการของประชาชน เป็นตัวแทนของประชาชน และจะต้องเป็นกระบอกเสียงสื่อกลางระหว่างประชาชนและรัฐบาล เพื่อที่จะให้ประชาชนมีโอกาสในการพูดคุยและอภิปรายเกี่ยวกับความกังวล หรือแม้กระทั่งแรงบันดาลใจ และความหวัง ซึ่งรัฐบาลจะต้องดำเนินการตอบสนองด้วย”

“ผมคิดว่า ตอนนี้ประเทศอยู่ในช่วงที่มีโอกาสและมีความหวังที่ดี โดยมีรัฐสภาและรัฐบาลที่จะมองหานโยบายในการพัฒนาประเทศไทยและภูมิภาค อีกทั้งนโยบายที่จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ซึ่งจะช่วยสร้างอาชีพให้แก่ชาวไทยและชาวต่างชาติอีกด้วย โดยนโยบายเหล่านั้นจะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศไทยพัฒนาอย่างยั่งยืนและเจริญมากขึ้น”

“ผมจะไม่พูดถึงเรื่องไม่ดี เพราะผมเป็นคนมองโลกในแง่ดี เพราะไม่ว่าประเทศใดในโลกนี้ก็มีทั้งข้อดี ข้อเสีย มีช่วงดีและมีช่วงไม่ดีกันทั้งนั้น”

“หากคุณถามว่า ผมรู้สึกอย่างไรกับประเทศไทย ผมบอกได้เลยว่า ผมมีความหวังว่า ประเทศไทยจะดำเนินไปในทางที่ดีขึ้น หากประเทศไทยเดินหน้า ดำเนินการตามระบอบประชาธิปไตยไปถึงจุดที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทำการอภิปรายและพูดคุยถึงความต้องการ และเปิดโอกาสให้รัฐสภาและรัฐบาลทำการตอบสนองการอภิปราย เพื่อสร้างความมั่งคั่ง สร้างโอกาสทางการศึกษา ยิ่งจะเป็นเรื่องที่ดีต่อนาคตของประเทศไทยเป็นอย่างมาก”

“และหากคุณคิดถึงภูมิภาคอาเซียน คุณก็จะนึกถึงภูมิภาคที่มีพลวัตมากที่สุดในโลก คือมีพลังเคลื่อนไหว ไม่หยุดนิ่ง เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เป็นภูมิภาคที่ใครๆ ก็ต้องการที่จะอยู่ และเป็นภูมิภาคที่พลเมืองชาวอังกฤษต้องการที่จะอยู่เช่นกัน”

อาเซียนทุกวันนี้เติบโตและขยายตัวอย่างรวดเร็ว จากข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ ประเมินว่าภายในปี ค.ศ.2025 จะมีเมืองใหม่เพิ่มขึ้นอีก 66 แห่ง โดยกลุ่มประเทศใน CLMV จะเติบโตสูงที่สุด อีกทั้งจำนวนครัวเรือนที่มีรายได้ปานกลางในอาเซียนซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 80 ล้านครัวเรือน จะเพิ่มเป็น 2 เท่าภายในอีก 15 ปีข้างหน้า

ความเติบโตของเมืองที่ไม่เคยมีมาก่อนนี้ คาดว่าจะนำไปสู่การเติบโตของเมืองเล็กๆ มากกว่า 200 เมือง

ตัวเลขและข้อมูลดังกล่าวนี้ ตอกย้ำว่าอาเซียนเป็นภูมิภาคแห่งโอกาสของธุรกิจ ซึ่งความเติบโตเหล่านี้ก็ทำให้อาเซียนต้องการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ที่อยู่อาศัย การคมนาคมขนส่งที่สะดวก และมีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างมหาศาล ทั้งยังมีความสามารถในการจับจ่ายสินค้าคุณภาพ เพราะรายได้ชนชั้นกลางที่เพิ่มขึ้น

“ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคก็ว่าได้ เพราะหากประเทศไทยมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ เป็นนักปฏิรูป และเป็นกระบอกเสียงด้านประชาธิปไตยในประชาคมโลก คุณสมบัติเหล่านั้นจะทำให้ภูมิภาคอาเซียนเป็นจุดมุ่งหมายที่น่าสนใจสำหรับทุกคน และเป็นที่ที่มีความปลอดภัยมากขึ้นด้วย”

“ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของวิสัยทัศน์ของอาเซียนที่ได้รับการยอมรับเพราะไม่มีประเทศอย่างประเทศไทยที่มีความเป็นผู้นำทางปัญญาที่สามารถเป็นนักปฏิรูป ในฐานะเสียงแห่งประชาธิปไตยในโลกใบนี้ อันจะทำให้ภูมิภาคนี้เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าดึงดูดสำหรับทุกคน และเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วย”

“ประเทศของคุณเปิดโอกาสให้ประชาชนพูดโดยเสรี ผมคิดว่าคุณสามารถแสดงความคิดเห็นได้โดยเสรี แต่ขึ้นอยู่ว่า ความคิดเห็นหรือคำพูดนั้นเป็นประทุษวาจาหรือไม่ การพูดหรือแสดงความคิดเห็นเป็นพื้นฐานดั้งเดิมของประเทศอังกฤษอยู่แล้ว ที่สำคัญพอๆ กับการให้ประชาชนสามารถอภิปรายโต้แย้งกับคุณโดยเสรี ดังนั้น คุณก็ควรที่จะรับฟังเขาด้วย แต่คุณจะเห็นด้วยหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”

“หากคุณเห็นการอภิปรายครั้งล่าสุดของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ บอริส จอห์นสัน (Boris Johnson) ที่เกี่ยวกับนโยบายลดความยากจน ลดปัญหาความไม่เท่าเทียม และปัญหาภูมิอากาศ คุณจะเห็นว่า ประชาชนต่างก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไป ผมคิดว่า คุณค่าหลักของสังคมประเทศอังกฤษนั้น เปิดโอกาสให้ประชาชนอภิปราย โต้แย้ง ได้อย่างเปิดเผย ฉะฉานโดยสันติภาพ เพราะพวกเรามีวัฒนธรรมที่ส่งเสริมสิ่งเหล่านั้นให้เกิดขึ้น นั่นคือ หนทางที่ผมคิดว่า เป็นการสร้างฉันทามติให้เกิดขึ้นภายในสังคมของเรา”

“การอภิปรายและพูดคุยกันนั้น เป็นหนทางในการเปลี่ยนความคิดเห็นของอีกฝ่าย หรือเป็นการทำความเข้าใจความคิดของอีกฝ่าย และจริงๆ แล้วถึงผมจะไม่เห็นด้วยในสิ่งที่คุณพูด แต่อาจจะมีบางอย่างที่คุณพูดออกมาและผมคิดไม่ถึง ความคิดเห็นของคุณคือสิ่งที่คุณรู้สึก และผมต้องเคารพถึงความแตกต่างทางความคิดของคุณ ผมคิดว่า ในระบบของเรา มีกระบวนการในการนำประชาชนเข้าร่วมเพื่อที่จะหานโยบายร่วม ในการนำพาประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้”

ถามถึงเหตุการณ์ที่ไม่อาจลืมและประสบการณ์ที่ประทับใจระหว่างการเป็นนักการทูต

“ผมว่า คำถามนี้ตอบยากมาก เพราะไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่ง หรือประเทศใด ผมคิดว่าทุกอย่างต่างก็ให้ความทรงจำด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน และผมก็ชอบในความแตกต่างนั้น”

“แต่ก่อนหน้าที่จะมาประจำประเทศไทยผมประจำที่ประเทศจีน เหตุการณ์ที่อยู่ในความทรงจำมากที่สุด คือการเข้าพิธีสมรสกับสามีที่สถานทูตอังกฤษ ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เกิดเหตุการณ์ที่น่าสนใจ เพราะหลังจากพิธีสมรส เราได้ลงรูปภาพของเราในโซเซียลมีเดียเพียงหนึ่งภาพ เกิดการแพร่ระบาดทางอินเตอร์เน็ตขนานใหญ่ มีคนเข้าไปชมและแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมายกว่า 40 ล้านคน ค่อนข้างเป็นเรื่องที่พิเศษสุดสักหน่อย ซึ่งนับเป็นเรื่องราวที่ประทับใจของผมในประเทศจีน”

“และก็ไม่ใช่เพียงเพราะว่า ตอนนี้ผมประจำประเทศไทยเท่านั้น แต่ผมมีประสบการณ์ที่จะตราตรึงใจตลอดไปก็คือ การได้มีโอกาสเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ผมรู้สึกเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิต”

“เนื่องจากผมเป็นคนอังกฤษที่เติบโตมาจากเมืองเล็กๆ ซึ่งไม่ได้อยู่ในแผ่นดินใหญ่ของอังกฤษ แต่เป็นในไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland) เมืองที่มีประชากรเพียง 12,000 คน ผมเข้าโรงเรียนเล็กๆ ที่เพื่อนๆ ในชั้นเรียนของผมไม่เคยไปท่องเที่ยวที่ไหนเลย อีกทั้งพ่อแม่ของผมก็เป็นชาวสก๊อต ไอริช และเราก็ไม่ได้มาจากชนชั้นสูงแต่อย่างใด เป็นเพียงคนธรรมดา”

“มาถึงวันนี้ ผมมีงานที่ดีและยังมีโอกาสเป็นตัวแทนประชาชนชาวอังกฤษ ได้เข้าร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์ที่ทรงอิทธิพลและพิเศษที่สุด ในสิ่งที่พระองค์ได้ทำเพื่อประเทศไทยและเอเชีย”

“และแน่นอนที่สุด พระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทย ที่ผ่านมานั้น งดงามและเป็นที่ประทับใจผมอย่างที่สุด”

สุดท้าย ท่านทูตเดวิดสันกล่าวว่า

“การเข้าร่วมพระราชพิธีทั้งสองนี้ เป็นเรื่องที่พิเศษมากสำหรับผมซึ่งเป็นคนธรรมดา ไม่มีปูมหลังใดๆ แต่มีโอกาสได้มายืนอยู่ตรงนี้ เพื่อถวายความเคารพพระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทย ท่ามกลางพระบรมวงศานุวงศ์และคนอื่นๆ นั่นคือเรื่องเหลือเชื่อ ผมจึงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูง เพราะผมทราบดีว่า เพื่อนคนไทยของผมส่วนมากไม่สามารถเข้าร่วมพระราชพิธีได้ และนี่ผมอยู่ ณ ตรงนี้ ได้รับเกียรติให้เข้าร่วมพระราชพิธีอันยิ่งใหญ่ จึงเป็นเรื่องที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผมอย่างมิอาจลืมเลือน”

ภาพชุด เดินแฟชั่นชุดผ้าไหมไทย ในงาน มหกรรมผ้าไหม 2562 ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 9 ณ หอประชุมกองทัพเรือ

 

บทความก่อนหน้านี้ด่วน! ศาลรธน.ยกคำร้อง อนาคตใหม่ ล้มล้างการปกครอง รอดถูกยุบพรรค
บทความถัดไป“วราวุธ” ชงครม.ให้รถบรรทุกเข้ากทม.ชั้นในวันคู่ สลับวิ่งวันเว้นวันถึงก.พ.63