สถานีคิดเลขที่ 12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร / สกัดได้หรือ

สถานีคิดเลขที่ 12 / สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

————————-

สกัดได้หรือ

————————-

สัญญาณเข้มข้น ขึ้นเป็นตามลำดับ

ที่แกนนำรัฐบาล โดยเฉพาะพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ไม่อยากให้กิจกรรมแบบ “วิ่ง ไล่ ลุง”เกิดขึ้นอีก

โดยเฉพาะตอนนี้ โฟกัสไปที่ การจัดงานที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ นี้

ซึ่งคงต้องดู อำนาจรัฐ จะสกัด กิจกรรมในฟากฝั่งไม่สนับสนุน รัฐบาล ได้หรือไม่

เชื่อว่า คงสกัดกันเต็มที่ ในทุกรูปแบบ

ยิ่งเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แสดงความข้องใจ แบบ “อิ หยัง วะ” ทำงานก็หนัก ทำงานมาก และไม่คิดว่าใครเป็นศัตรู

แต่ก็ยังมีคนออกมาขับไล่อีก

ดังนั้น กลไกรัฐ คงออกแรงกันเต็มที่เพื่อไม่ให้ วิ่ง ไล่ ลุง มีขึ้น

ด้วยเพราะ มันจะไปตอกย้ำ การขับไล่ลุง “จุดติด”

และยิ่งเมื่อสามารถขยายตัวออกไปจัดในภูมิภาคได้ เชื่อว่าก็คงมีอีกหลายภูมิภาคขานรับ

ซึ่งไม่น่าจะเป็นผลดีต่อรัฐบาล

และคงต้องจับตาว่าจะใช้วิธีการใดสกัดและจะทำได้หรือไม่

หรือจะเป็นอย่างที่ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.และรองโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ตั้งข้อสังเกตุก็คือ

วิ่ง ไล่ ลุง ที่จัดในกทม. ครั้งแรก ก็ถูกห้ามแบบเชียงใหม่ เช่นกัน

แต่สุดท้าย กระแสการตอบรับจากสังคมจะเป็นคำตัดสิน พล.อ.ประวิตรไม่ได้มีอำนาจบีบบังคับเสรีภาพของประชาชนได้ การจัดกิจกรรมต่างๆ ถือเป็นเสรีภาพของประชาชน

ซึ่งตรงนี้แหละ เป็นจุดแข็งของฝ่ายขับเคลื่อนกิจกรรม เพราะหากสามารถระดมคงออกมาร่วมได้มาก

ฝ่ายรัฐบาล คงดำเนินการอะไรลำบาก

ยิ่ง ตอนนี้ มีเงื่อนไข ที่ทำให้ กิจกรรม วิ่ง ไล่ ลุง มีประเด็นสมควรที่จะขับเคลื่อน

โดยเฉพาะประเด็นแห่งความเท่าเทียม และการมีมาตรฐาน ขององค์กรอิสระ ที่ฝ่ายฟากรัฐบาล และอดีตคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.) มักจะใช้เป็นกลไกในการขจัดฝ่ายตรงข้าม

ที่ร้อนแรงตอนนี้ ก็คือ คณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) ที่กำลังเผชิญคำถามอย่างหนักหน่วง ถึงความเท่าเทียมเป็นธรรม ในการปฏิบัติต่อพรรคการเมือง กรณี การกู้ยืมเงินของพรรคอนาคตใหม่

ซึ่งนอกเหนือจากเอกสารหลุด เกี่ยวกับขั้นตอนปฏิบัติที่ชวนให้เกิดคำถาม โดยเฉพาะ การมุ่งที่จะให้ ยุบพรรค แล้ว

ยังปรากฏข้อมูล ว่ามิใช่มีเพียงพรรคอนาคตใหม่เพียงพรรคเดียว ที่มีปัญหา แต่ยังมีพรรคอีกหลายสิบพรรคก็มีปัญหาเช่นกัน

แต่คำถามก็คือ ได้มีการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันหรือไม่

หรือมีเป้าหมายจัดการเพียงบางพรรคหรือบุคคลบางคนเท่านั้น

การปฏิบัติที่หลายมาตรฐาน และเลือกปฏิบัติ นี้เอง ได้ไปทำให้ตะกอนที่อยู่ในใจของประชาชน ฟุ้งกระจายขึ้นมา

และต้องการแสดงออกมาให้เห็น

แน่นอน ส่วนหนึ่งก็คือ การเข้าร่วม กิจกรรม วิ่ง ไล่ ลุง นั่นเอง

ดังนั้น จึงอาจเป็นคำตอบให้กับฝ่ายรัฐบาล รวมถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ระดับหนึ่ง ว่า วิธีการอะไร จึงจะทำให้คนไม่เข้าร่วมกิจกรรมวิ่ง ไล่ ลุง

แน่นอน สิ่งสำคัญประการหนึ่ง นั่นก็คือ การคืนความเป็นธรรม เท่าเทียม และไม่หลายมาตรฐาน ให้แก่ ทุกฝ่ายทุกกลุ่ม

เพียงแค่นี้ก็จะทำให้คน พร้อมจะอยู่ในที่ตั้ง แถมยังจะให้โอกาส รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีได้พิสูจน์ฝีมือ อีกระยะ

แต่หากยังคงทำแบบเดิมๆ แถมยังหากลวิธี สกัดกั้น การแสดงออกของประชาชน ในทุกวิถึทางด้วย

เชื่อว่า กิจกรรม วิ่ง ไล่ ลุง ก็คงคึกคักและขยายตัว ออกไปเรื่อยๆ

ยิ่งเมื่อ ประสานกับ กิจกรรม อภิปราย ไล่ ลุง ในสภา เสริม เข้ามาอีก

ดูไม่จืด-อิ หลี เด้อ

 

บทความก่อนหน้านี้“วีรศักดิ์”สั่ง ITD ติวเข้มการขายอีบุคส์หวั่นผิดกฎหมายลิขสิทธิ์
บทความถัดไปโฟกัสพระเครื่อง/โคมคำ/เหรียญหน้าไฟ 2521 หลวงปู่จันทร์ เขมิโย อดีตเจ้าคณะนครพนม