ทำไม Chance the Rapper จึงเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ ของรางวัลแกรมมี่

นครินทร์ วนกิจไพบูลย์[email protected]

หากคุณยังไม่รู้จัก Chance the Rapper โปรดจำชื่อนี้เอาไว้ให้ดี

ในงานประกาศรางวัลแกรมมี่ครั้งที่ 59 ที่ผ่านมาในคืนวันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ (หรือเช้าวันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์) มีสุดยอดโมเมนต์ที่เป็นที่กล่าวขานมากมาย

ไล่ตั้งแต่การร้องเพลง carpool karaoke ที่ใหญ่ที่สุดของ James Corden (ซึ่งเขารับเป็นพิธีกรของงาน)

การแสดงสดโชว์หน้าท้องของ Beyonce ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของเวทีแกรมมี่ที่มีผู้หญิงตั้งครรภ์มาอวดสัดส่วนอย่างเต็มที่

โชว์ตอกหน้าและสับเละ โดนัล ทรัมป์ ของวง A Tribe Called Quest และ Busta Rhymes ที่ร้องท่อนหนึ่งว่า “ผมต้องขอบคุณ President Agent Orange (นามแฝง) สำหรับการแบนชาวมุสลิมที่ล้มเหลว ตอนนี้พวกเราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมาก”

การขึ้นมารับรางวัลของวง Twenty One Pilots ด้วยชุดสูทด้านบน แต่ข้างล่างเป็นกางเกงใน!

หรือคำกล่าวขอบคุณสุดซึ้งของอะเดลที่มีต่อบียอนเซ่ หลังจากกวาดรางวัลไปถึง 5 รางวัล แต่เธอพูดบนเวทีตอนรับรางวัลอัลบั้มแห่งปีว่า เธอไม่สามารถรับรางวัลนี้ได้ บียอนเซ่เหมาะสมกว่า จนซาบซึ้ง น้ำตาท่วมกันทั่วงาน

แต่ทั้งหมดนี้ ผมคิดว่าเทียบไม่ได้เลยกับปรากฏการณ์ Chance the Rapper

 

แกรมมี่ครั้งนี้ Chance the Rapper เข้าชิงไปถึง 7 รางวัล โดยเฉพาะรางวัลสำคัญอย่าง Best Rap Album ที่ต้องไปฟาดฟันกับรุ่นพี่อย่าง Drake และ Kanye West และรางวัล Best New Artist ที่สื่อทุกสำนักก็ฟันธงว่าเขาน่าจะได้แน่ๆ

ท้ายที่สุด Chance the Rapper ก็คว้ารางวัลแกรมมี่มานอนกอด 3 รางวัล ได้แก่ Best Rap Album (ชนะรุ่นพี่ได้จริงๆ) Best New Artist และ Best Rap Performance จากเพลง No Problem

Chance the Rapper หรือชื่อจริง Chancellor Johnathan Bennett คือศิลปินฮิปฮอปวัย 23 ปีจากชิคาโก้ ที่ถูกยกย่องจากสื่อหลายสำนักให้เป็นแร็ปเปอร์แห่งปี 2016

ตอนที่เขาเรียน Jones College Prep High School คุณครูหัวเราะกับความฝันของเด็กชาย Chancellor ที่อยากเป็นนักดนตรี

จนกระทั่งในปี 2011 เขาถูกตำรวจจับกุมขณะกำลังดูดกัญชาและต้องโทษคุมขัง 10 วันเพราะมีกัญชาไว้ในครอบครอง

การถูกจับกุมในครั้งนั้นทำให้เขาแต่งเพลงชื่อ 10 Day

และไม่น่าเชื่อว่านั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพนักดนตรีที่ชื่อ Chance the Rapper

Chance the Rapper ให้สัมภาษณ์กับ vanity fair ว่า “ผมชอบร้องเพลงก็จริง แต่ผมคิดว่าตัวเองเป็นแร็ปเปอร์มากกว่านักร้อง ดนตรีแร็พคือส่วนผสมของศิลปะหลายรูปแบบที่ก่อให้เกิดสิ่งใหม่ๆ”

ปี 2013 เขาโด่งดังจากการทำมิกซ์เทปอัลบั้มที่สองของตัวเองชื่อ Acid Rap และมาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากมิกซ์เทปอัลบั้ม Coloring book ที่ปล่อยออกมาให้ฟังกันในปีที่แล้วจนได้รับคำชมจากนักวิจารณ์อย่างสูง

ทำไมผมจึงคิดว่าปรากฏการณ์ Chance the Rapper น่าสนใจ?

 

ถ้าไม่นับว่าผมได้ไปสัมผัสความคลั่งไคล้ของคนอเมริกันที่มีต่อ Chance the Rapper จริงๆ ที่นิวยอร์ก ผมคิดว่ามีสาเหตุที่เราควรสนใจปรากฏการณ์นี้ด้วยกัน 3 ข้อ

ข้อแรก ผมคิดว่ารางวัลที่เขาได้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของวงการเพลงที่กำลังอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่าน

ต้องปูพื้นก่อนว่า หลังจากแกรมมี่โดนด่ามาหลายปีติดต่อกัน มีศิลปินหลายคนแบบไม่ส่งผลงานเข้าประกวด (เช่น Frank Ocean ไม่ส่งอัลบั้ม Blonde ที่นักวิจารณ์ชมสูงมาก) ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของการมีความหลากหลายน้อย การตัดสินค้านสายตาของคณะกรรมการ หรือการถูกครหาว่าแกรมมี่หน้าเงิน

ในที่สุดปีนี้แกรมมี่ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนกติกาเล็กน้อย

กฎใหม่ที่เปลี่ยนนี้คือ การอนุญาตให้ผลงานที่ออกมาในรูปแบบออนไลน์หรือสตรีมมิ่งเพียงอย่างเดียวเข้าเกณฑ์ในการพิจารณาได้

แต่มีข้อแม้ว่าต้องลงในระบบที่คิดค่าบริการจากผู้ใช้งาน อย่างการเหมาจ่ายรายเดือนที่สตรีมมิ่งส่วนใหญ่ทำกัน

นั่นหมายความว่าหากเพลงอยู่ในระบบสตรีมมิ่งที่ไม่เก็บค่าบริการ หรือ YouTube ซึ่งก็เป็นการฟังฟรี จะไม่ถูกนำมาพิจารณา

เหตุผลของการเปลี่ยนแปลงนี้ก็เป็นเพราะว่าคนสมัยนี้ฟังเพลงผ่านโลกออนไลน์กันหมดแล้ว ศิลปินที่ส่งเพลงเข้าประกวดจึงไม่จำเป็นต้องมีอัลบั้มเป็นแผ่นที่จับต้องได้จริงๆ

และอัลบั้ม Coloring Book ของ Chance the Rapper ที่ออกมาเฉพาะผ่านระบบสตรีมมิ่ง ก็ได้กลายเป็นอัลบั้มแรกที่ทำสถิติติดชาร์ตบิลบอร์ดอัลบั้มด้วยคะแนนจากการสตรีมมิ่งเพียงอย่างเดียว และเป็นอัลบั้มที่ปล่อยแต่ในระบบสตรีมมิ่งอัลบั้มแรกของโลกที่เข้าชิงรางวัลแกรมมี่

ตอนที่รับรางวัลบนเวที Chance the Rapper ก็กล่าวว่า “รางวัลนี้เป็นของศิลปินอินดี้ทุกคน ส่งเสียงให้กับ Soundcloud กันเถอะ”

รางวัลจึงเป็นเหมือนจุดเปลี่ยนเล็กๆ ของวงการเพลง

 

ข้อสอง เขาคือศิลปินฮิปฮอปผิวสีคนแรกที่ได้รางวัล Best New Artist ในรอบเกือบ 20 ปี

โดยศิลปินผิวสีคนล่าสุดที่ได้รับรางวัลนี้คือ Lauryn Hill ในปี 1999

แม้ว่าศิลปินผิวสีจะมีบทบาทในวงการเพลงอเมริกันมากอยู่แล้ว

แต่การที่ Chance the Rapper ได้รางวัลนี้ก็ช่วยตอกย้ำสิทธิของคนผิวสีมากขึ้น


ข้อสาม เขาคือศิลปิน “อินดี้” อย่างแท้จริง

Chance the Rapper คือศิลปินอิสระอย่างแท้จริง เขาไม่มีค่ายเป็นของตัวเอง เขาเล่าให้กับ Vanity Fair ถึงเหตุผลที่ไม่อยากเซ็นสัญญากับค่ายเพลงว่า ก่อนหน้านี้เขาเคยทำมิกซ์เทปปล่อยออกมาสู่โลกออนไลน์แล้ว และมีแผนจะเซ็นสัญญากับค่ายเพลง แต่หลังจากที่ได้คุยกับค่ายเพลง 3 ค่าย เขาก็พบว่าจุดแข็งของตัวเองคือการทำงานแบบที่ไม่มี “ลิมิต” และไม่มี “กรอบ”

“สองโปรเจ็กต์แรกผมปล่อยให้คนฟังฟรีๆ ส่วนอัลบั้ม Coloring Book ผมก็แค่ให้แอปเปิ้ลมิวสิกได้ exclusive ใน 2 สัปดาห์แรก แต่หลังจากนั้นคุณก็ฟังได้ฟรี”

แล้วเขาหารายได้จากไหน ถ้าไม่คิดตังค์ค่าเพลงเลย

“ผมหารายได้จากการทัวร์คอนเสิร์ตและขายสินค้าของตัวเองแทนครับ”

บนเวทีรางวัลแกรมมี่ เขาพูดประโยคหนึ่งซึ่งส่งเสริมแนวคิดการเป็นศิลปินอินดี้ของเขาที่น่าสนใจมาก

“ผมคิดว่าคนคงคิดว่า independence หมายความว่าคุณทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่จริงๆ แล้ว independence หมายความว่า “อิสระ” ต่างหาก”

จึงอาจถือได้ว่าเขาเป็นศิลปินอิสระคนแรกๆ ที่ได้รางวัลแกรมมี่รางวัลใหญ่มากมายขนาดนี้ และผลงานของเขาก็มีความเป็นอิสระ สด ใหม่ อย่างน่าชื่นชม

จริงอยู่ที่รางวัลของ Chance the Rapper อาจไม่ได้ยิ่งใหญ่หรือสั่นสะเทือนอะไร พูดกันตามตรงๆ แบบไม่เข้าข้าง เขาก็เป็นศิลปินหน้าใหม่คนหนึ่งที่แสงไฟกำลังส่องสว่างใส่ เหมือนกับศิลปินคนอื่นๆ ที่เคยผ่านมา

แต่เหตุผลที่ผมคิดว่าปรากฏการณ์นี้น่าสนใจเพราะว่าเขาเป็นศิลปินที่ไม่ยึดติดกับกรอบใดๆ และกล้าทำในสิ่งใหม่ๆ ที่คนยุคก่อนไม่เคยทำ

สำหรับผม เขาไม่ใช่แค่ Best New Artist แต่ยังเป็น Best New Way to be an artist ด้วย

ก็คงเหมือนกับที่เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า

“ผมเชื่ออย่างสัตย์จริงว่าถ้าคุณพยายามทุ่มเททำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และคุณทำมันอย่างถูกต้อง คุณจะไม่มีความจำเป็นต้องเดินไปในเส้นทางเดิมๆ เลย”

บทความก่อนหน้านี้ผบ.ทบ. เผยพร้อมให้หน่วยปฏิบัติการจิตวิทยา หนุนงานดีเอสไอ ค้นวัดธรรมกาย
บทความถัดไปโลกร้อนเพราะมือเรา เมื่อ พืชสัตว์ “ต่างถิ่น” บุกสวิส