มองบ้านมองเมือง/ปริญญา ตรีน้อยใส/ สาวน้อยจิตอาสา

ปริญญา ตรีน้อยใส

มองบ้านมองเมือง/ปริญญา ตรีน้อยใส

สาวน้อยจิตอาสา

 

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

“มองบ้านมอง” เมืองขออนุญาตนำเรื่องราวเล็กๆ ที่แม้จะเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว แต่เชื่อว่าเป็นเรื่องราวที่ไม่ค่อยมีใครรู้มาก่อน เลยนำมาเล่าสู่กันฟังในโอกาสดีๆ เช่นนี้

หลายคนคงลืมไปแล้วว่าเคยเกิดมหาอุทกภัยในกรุงเทพฯ เมื่อเกือบสิบปีก่อน คือปี พ.ศ.2554 ทำให้ผู้คนเดือดร้อน และบ้านเมืองเสียหายอย่างมาก

ช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตมหาอุทกภัยนั้น ประชาชนคนไทยในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และพื้นที่ภาคกลางล้วนได้รับความเดือดร้อนทั่วหน้า ซึ่งรวมทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นอกจากจะต้องวางแผนป้องกันพื้นที่มหาวิทยาลัย ประกาศเลื่อนเปิดภาคการศึกษา และส่งนิสิตออกไปช่วยเหลือนิสิต บุคลากร ประชาชนทั่วไป รวมทั้งสัตว์เลี้ยงแล้ว

ยังมีการผลิตส้วมเฉพาะกิจ ที่ออกแบบดัดแปลงจากเก้าอี้นั่งพลาสติก เสื้อชูชีพทำจากขวดน้ำ และแพบรรทุกทำจากถังสี

งานประดิษฐ์ดังกล่าวยังเป็นที่ชื่นชมของเลขาธิการสหประชาชาติ เมื่อครั้งที่เดินทางมาเยี่ยมศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยของมหาวิทยาลัย

 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังร่วมมือกับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดตั้ง ศูนย์เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ศาลาพระเกี้ยว เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในแต่ละวันจะมีอาสาสมัครที่เป็นนิสิต เพื่อนนิสิต และประชาชนทั่วไปมาร่วมทำงานช่วยเหลือให้ผู้ประสบภัยเป็นจำนวนมาก

หนึ่งในกิจกรรมที่คึกคัก วุ่นวาย และเหน็ดเหนื่อยคือการบรรจุถุงยังชีพ ซึ่งประกอบด้วย ข้าวสาร บะหมี่แห้ง อาหารกระป๋อง ไฟฉายและถ่าน ยาและอื่นๆ

กิจกรรมที่วุ่นวายและโกลาหลจนต้องมีการวางแผนแต่ละขั้นตอน ต้องมีการกำหนดจุดรับสิ่งของ แนวคนเดินถุง เส้นทางลำเลียง และสถานที่กองพัก

รอส่งไปยังพื้นที่ประสบภัยในแต่ละวัน

 

ในจำนวนผู้ที่มีจิตอาสานั้น มีหญิงสาวคนหนึ่ง เดินทางมาร่วมกิจกรรมหลายครั้งหลายครา

ช่วงบ่ายๆ หญิงสาวผู้นี้จะขับรถโฟล์กเต่าสีเขียวบ้าง รถมินิสีแดงบ้าง โดยนัดหมายเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน ที่เป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา อัยการ หรือทนายความ มารวมตัวกันที่ศาลาพระเกี้ยว

บางวันหญิงสาวและเพื่อนจะเข้ากลุ่มนั่งแพ็กสิ่งของตามที่กรรมการบริหารสโมสรนิสิตกำหนด

บางวันหญิงสาวจะเป็นคนหนึ่งในแถวยาวกว่าร้อยเมตร เดินวนเวียนทั้งภายในภายนอกอาคาร นานสองสามชั่วโมง บรรจุถุงยังชีพให้ครบตามจำนวนที่ต้องการ

ในตอนเย็น พิธีกรกล่าวขอบคุณอาสาสมัครและนัดแนะเรื่องกิจกรรมอื่น และเชิญชวนให้กลับมาช่วยงานในวันต่อไป ก่อนที่อาสาสมัครต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน ในสภาพร่างกายที่อ่อนล้า แต่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเป็นสุขที่ได้มาร่วมกิจกรรม

หนึ่งในนั้นคือหญิงสาวที่ขับรถยนต์ตามรถตำรวจนำ โดยมีอาสาสมัครคนอื่นๆ ยืนส่งเสด็จด้วยความชื่นชม ที่เสด็จมาร่วมกิจกรรมเคียงบ่าเคียงไหล่อย่างไม่ถือพระองค์

ไม่มีนายทหารผู้ติดตามหรือนางกำนัลมาล้อมรอบ

ไม่มีพิธีการใดเป็นพิเศษ หากเสด็จมาร่วมกิจกรรมเยี่ยงสาวน้อยจิตอาสา ผู้ห่วงใยประชาชนคนไทยคนหนึ่งเท่านั้น

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

บทความก่อนหน้านี้รายงานพิเศษ/โชคชัย บุณยะกลัมพ/เทคโนโลยีเกิดใหม่ จะเปลี่ยนแปลงชีวิตคน ภายในปี 2030
บทความถัดไปโลกหมุนเร็ว/เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง/เราได้อะไรจากภาษีอากร