แมลงวันในไร่ส้ม/ เกมสภาเขย่าเรือแป๊ะ ปัดวุ่นข่าว ‘ปรับ-ยุบ’ เกมข่มขวัญ ‘ปชป.’

แมลงวันในไร่ส้ม

เกมสภาเขย่าเรือแป๊ะ

ปัดวุ่นข่าว ‘ปรับ-ยุบ’

เกมข่มขวัญ ‘ปชป.’

 

แล้วรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มาถึงจุดที่มีข่าว “ปรับ ครม.-ยุบสภา”

การประชุมสภาพิจารณาญัตติตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาผลกระทบจากการประกาศกฎหมายของ คสช.และมาตรา 44 เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม เกิดการปรากฏขึ้นของ “งูเห่า” อย่างโจ่งแจ้งและมีจำนวนมากที่สุด

กล่าวคือ มี ส.ส.ฝ่ายค้านไม่วอล์กเอาต์จากที่ประชุม ขณะที่กำลังตรวจสอบองค์ประชุม ทำให้องค์ประชุมมีจำนวน 261 คน จากจำนวน ส.ส.รัฐบาล 254 คน และมาไม่ครบ เนื่องจากเจ็บป่วยและติดภารกิจ

ก่อนจะมีมติไม่ตั้งกรรมาธิการตามโผของรัฐบาล ซึ่งมี ส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์โหวตสวนมติวิป

จึงเกิดกระแสไม่พอใจพรรคประชาธิปัตย์จากพรรคร่วมรัฐบาล

นำไปสู่ข่าวการปรับปรุง ครม.

ในจำนวน 10 งูเห่าที่ไม่วอล์กเอาต์ ในช่วงเช็กองค์ประชุม มี ส.ส.จากพรรคเศรษฐกิจใหม่รวมอยู่ด้วย ทำให้มีกระแสข่าวว่า พรรคเศรษฐกิจใหม่ซึ่งมี ส.ส. 6 คน อาจจะเข้าร่วมรัฐบาล

เมื่อมีข่าวสะพัดออกไป ปรากฏว่า บรรดาแกนนำรัฐบาล โดยเฉพาะจากพรรคพลังประชารัฐ ต่างให้ความเห็นเชิงบวกกับข่าวนี้ ยิ่งทำให้กระแสการเข้าร่วมเป็นจริงเป็นจังมากขึ้น

ประกอบกับมีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงการปรับปรุงคณะรัฐมนตรี และยุบสภา ทำให้เรื่องนี้เป็นจริงเป็นจังมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 9 ธันวาคม ที่รัฐสภา เกียกกาย นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ แถลงกรณีไม่อยู่ในที่ประชุมสภา ในวันดังกล่าวว่า ยืนยันว่า มาประชุมสภาผู้แทนราษฎร และได้ใช้บัตรแสดงตนว่ามาประชุมแล้ว

ส่วนกรณีที่ 4 ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่โหวตให้รัฐบาล ยืนยันว่า ไม่มีมติพรรคในเรื่องนี้ เพราะหากมีมติพรรคจะต้องแจ้งว่า มีการประชุม กำหนดวาระ และให้มีการลงมติภายในที่ประชุมพรรค รวมถึงต้องทำบันทึกการประชุม และแจ้งให้สมาชิกพรรคเพื่อรับทราบการตัดสินใจ และปฏิบัติตาม แต่ไม่มีใครแจ้งอะไรเลย

“ผมไปใช้ห้องประชุมที่พรรคเศรษฐกิจใหม่ ทุกคนก็มาเจอกัน ถามว่ามีอะไรหรือไม่ ก็บอกกันว่าไม่มีอะไร ยืนยันว่าผมไม่ได้ขาดประชุมสภาตามที่หัวหน้าพรรคกล่าวพาดพิง การอ้างมติพรรคเศรษฐกิจใหม่นั้น จะต้องมีการแจ้งการประชุม มีการกำหนดวาระและลงมติและต้องมีการบันทึกการประชุมและแจ้งให้ ส.ส.ทราบ แต่ทุกคนบอกไม่มีอะไร แล้วกลับบอกว่าเป็นมติพรรค”

“ทุกคนเข้ามาได้เพราะผมหรือเปล่า เอาไปพูดอย่างนี้ ผลกระทบอะไรเกิดขึ้นบ้าง ผมโดนด่าและโดนด่ามาโดยตลอด ผมถือว่า สิ่งเหล่านี้กระทบต่อชื่อเสียงของตระกูลและต้นทุนทางสังคม วันนี้ผมเองมายืนแถลงคนเดียว เพราะไม่ต้องการฉากหลังใดๆ ทั้งสิ้น ขอฝากไปยัง ส.ส.ทุกคน ต้องนึกถึงวันที่พวกคุณไปเชิญผมมาร่วมกับพรรคด้วย”

นายมิ่งขวัญกล่าวว่า ยืนยันอีกครั้งว่า ไม่เคยเปลี่ยนจุดยืน คนอื่นทำมันคนละเรื่อง พรรคเศรษฐกิจใหม่ คือ มิ่งขวัญ คือ ลุงมิ่ง ตนไม่ได้พูดก็จะมีการถือวิสาสะเอาชื่อตนไปอ้าง ทั้งๆ ที่จุดยืนตนยังเหมือนเดิม

เมื่อถามว่า เมื่อยืนยันจุดยืนเดิมแต่จะอยู่ด้วยกันได้หรือไม่ และจะไปร่วมเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายมิ่งขวัญกล่าวว่า ต้องไปถามกรรมการบริหารพรรค ผมเป็นแค่สมาชิกพรรคเท่านั้น ส่วนที่เหลือผมเองไม่รู้

เมื่อถามย้ำว่า จะยอมรับหรือไม่ หาก ส.ส.ของพรรคเศรษฐกิจใหม่จะเปลี่ยนขั้วจริงๆ นายมิ่งขวัญกล่าวว่า ขอพูดแบบลุงป้อมพูด คือ ไม่รู้ครับ

 

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ที่เจอกระแสข่าวว่าอาจถูกปรับออก เพราะแกนนำรัฐบาลไม่พอใจที่มีความเห็นต่างจากรัฐบาลในหลายเรื่อง ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการลงมติญัตติตั้งกรรมาธิการศึกษามาตรา 44 เป็นที่ทราบกันว่า ในพรรคแบ่งออกอย่างน้อย 3 กลุ่ม ทั้งกลุ่มนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค กลุ่ม กปปส.เก่า และกลุ่มอดีตหัวหน้าพรรค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ที่ผ่านมา มีกลุ่ม กปปส.เก่าที่ไม่พอใจพรรค ลาออกจากพรรค คือ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.สอบตก พิษณุโลก ลาออกไปสังกัดพรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง

และล่าสุดยังเกิดกรณีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งเคยเป็นแคนดิเดตชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ยื่นลาออกจากพรรค และคาดว่าเพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจต่อแนวทางของพรรค

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ว่า กระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรีให้พรรคประชาธิปัตย์ออกจาก ครม.บางตำแหน่ง ไม่ขอชี้แจงอะไร เพราะข่าวไม่ได้มาจากตน

การปรับคณะรัฐมนตรีขึ้นอยู่กับนายกฯ หากมีการปรับ ก็ขอให้แจ้งมา พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีปัญหา พร้อมตัดสินใจ

“ยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีปัญหา ในที่ประชุมพรรคจะพูดอีกครั้งหนึ่ง เน้นย้ำให้สมาชิกได้ทราบถึงการปฏิบัติตนอีกครั้ง วันนี้การปรับยังไม่เกิด หากเกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์ขอให้แจ้งมา พรรคไม่มีปัญหาใดๆ ส่วนตัวพร้อมตัดสินใจได้ทันที เพราะมีหลักการในการตัดสินใจอยู่แล้ว” นายจุรินทร์กล่าว

เมื่อถามถึงจุดยืนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์กล่าวว่า ยังมีจุดยืนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง พรรคประชาธิปัตย์ชัดแล้วว่าจะแก้ไขมาตราอะไร ลงลึกศึกษามาครบแล้ว อย่างน้อยที่สุดหมวดว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องได้รับการแก้ไข เพราะถ้าไม่แก้ไขหมวดนี้ก่อน สุดท้ายรัฐธรรมนูญแก้ไขไม่ได้เลย ต้องสะเดาะกุญแจดอกนี้ออกก่อน ประตูประชาธิปไตยถึงจะเปิดได้ ประชาธิปัตย์ชัดเจนมาตั้งแต่ต้น ชัดตั้งแต่ก่อนตัดสินใจร่วมรัฐบาล

เมื่อถามว่า การศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ควรจบลงแค่การทำรายงานและส่งรัฐบาลเท่านั้นใช่หรือไม่

นายจุรินทร์กล่าวว่า “ต้องนำไปสู่ภาคปฏิบัติต่อไป นี่ก็ชัดแล้วนะครับ ผมคิดว่าไม่ได้ตอบอะไรไม่ชัดนะครับ”

 

ส่วนข่าว “ยุบสภา” ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ได้ชี้แจงว่า ยังไม่คิดเรื่องยุบสภา ซึ่งส่วนตัวเพียงแต่ถามว่า ที่ผ่านมาทำกันอย่างไร

โดยสรุป ข่าวปรับ-ยุบ มีที่มาจากสภาพปัญหาเสียงปริ่มน้ำในเรือแป๊ะนั่นเอง

เป็นสภาพอ่อนไหวอย่างมาก เพียงแค่บางพรรคขยับตัวผิดท่า ก็ทำให้เรือโคลงได้ทันที

จนนำไปสู่ความคิดจะดึง ส.ส.จากฝ่ายค้านให้ “ข้ามฟาก” มาร่วมรัฐบาล และความพยายามยุบพรรคฝ่ายค้านบางพรรค

ข่าวปรับ-ยุบในเรือแป๊ะจะยังไม่จบเพียงเท่านี้แน่นอน

บทความก่อนหน้านี้ครช.แถลงการณ์เรียกร้อง 7 ข้อ เสนอร่าง รธน.ใหม่ฉบับ ปชช.อย่างแท้จริง
บทความถัดไปภาพยนตร์/นพมาส แววหงส์ /LIGHT OF MY LIFE “วิบัติภัย”