กรองกระแส / จังหวะการเมือง ‘อานันท์’ กับ ‘ธนาธร อนาคตใหม่’ สะท้อนชะตากรรม ‘ร่วม’

กรองกระแส

 

จังหวะการเมือง

‘อานันท์’ กับ ‘ธนาธร อนาคตใหม่’

สะท้อนชะตากรรม ‘ร่วม’

 

ปรากฏการณ์ที่นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ไปรอฟังคำบรรยายของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย เป็นปรากฏการณ์ที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างสูงในสังคมไทย

อาจเป็นเพราะนายอานันท์ ปันยารชุน เคยเป็นนายกรัฐมนตรี

อาจเป็นเพราะนายอานันท์ ปันยารชุน ได้เป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังจากรัฐประหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2534 และได้หวนกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกภายหลังการเลือกตั้งและสถานการณ์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2535

ขณะเดียวกัน ก็อาจเป็นเพราะสถานะและชะตากรรมในทางการเมืองของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ประสบอย่างต่อเนื่องภายหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562

นั่นก็คือ ได้รับเลือกแต่ก็ประสบอุบัติเหตุกระทั่งไม่สามารถเข้าไปมีบทบาทใน “สภา”

ทั้งยังมีการเคลื่อนไหวจากปรปักษ์ทางการเมืองอย่างกว้างขวาง ต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่จะเล่นงานต่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจโดยตรง หากมีแนวโน้มทำให้เกิดการคาดหมายว่าจะบดขยี้และทำลายพรรคอนาคตใหม่ในลักษณะเดียวกันกับที่เคยทำกับพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน

ยิ่งกว่านั้น กระบวนท่าและกลยุทธ์ที่กระทำต่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็เป็นไปในรูปแบบเดียวกันกับที่นายอานันท์ ปันยารชุน เคยประสบหลังสถานการณ์เดือนตุลาคม 2519

 

ป้ายสี คอมมิวนิสต์

เป็นเหยื่อ “ชังชาติ”

 

ในห้วงที่นายอานันท์ ปันยารชุน ดำรงตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาล ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้มีบทบาทเป็นอย่างสูงปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลในการสานสร้างความสัมพันธ์ฉันปกติระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน

โดยการปฏิบัติตามนโยบาย 1 ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี 1 พล.ต.ชาติชาย ชุณหะวัณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

จากการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลกลายเป็นผลร้ายต่อนายอานันท์ ปันยารชุน

เพราะขบวนการฝ่ายขวาจัดไม่ต้องการเป็นมิตรกับสาธารณรัฐประชาชนจีน จึงไม่เพียงแต่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช พล.ต.ชาติชาย ชุณหะวัณ จะถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ นายอานันท์ ปันยารชุน ก็พลอยถูกหางเลขไปด้วย

เมื่อเกิดรัฐประหารเดือนตุลาคม 2519 จึงถูกปลดออกจากตำแหน่งและตั้งกรรมการสอบสวนในข้อหาฝักใฝ่กับสาธารณรัฐประชาชนจีน ฝักใฝ่กับศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย

เข้าข่าย “พวกชังชาติ” ในลักษณะเดียวกับที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประสบในปัจจุบัน

 

บทบาทอนาคตใหม่

บทบาทของธนาธร

 

นับแต่การจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่และเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 เป็นต้นมา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประกาศแนวทางในการสร้างการเมืองใหม่ แนวทางในการแยกกองทัพออกจากการเมือง ยุติการรัฐประหาร

ประเมินว่าการเมืองนับแต่รัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 เป็นต้นมา ก่อให้เกิดเป็น “ทศวรรษแห่งความมืดมน ทศวรรษแห่งความสิ้นหวัง” ของสังคมไทย

ต้องการสลายความขัดแย้งอันเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 และต่อเนื่องยาวนานมายังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 จึงพยายามผูกมิตรและสร้างแนวร่วมขึ้นอย่างกว้างขวางเพื่อนำไปสู่มิติใหม่ในทางการเมือง

ยื่นมือไปยัง ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อันเคยเป็นรองนายกรัฐมนตรีในรัฐบาล คสช. ยื่นมือไปยังนายกษิต ภิรมย์ ซึ่งเคยร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยื่นมือไปยังนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ซึ่งเคยเป็น กกต.ในห้วงแห่งการชัตดาวน์เลือกตั้งของ กปปส. ยื่นมือไปยังนายจาตุรนต์ ฉายแสง ซึ่งตกเป็นเหยื่อความขัดแย้งตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทยกระทั่งยุคพรรคไทยรักษาชาติ

ความพยายามเช่นนี้ของพรรคอนาคตใหม่และของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถูกมองว่าเป็นตัวอันตรายในทางการเมืองและนำไปสู่ความพยายามในการทำลายล้างทางการเมืองในกระสวนเดียวกันกับที่เคยทำลายนายทักษิณ ชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

และรวมถึงนายอานันท์ ปันยารชุน

 

อานันท์ ปันยารชุน

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

 

การแสดงออกของนายอานันท์ ปันยารชุน หากไม่มองถึงรากฐานเดิมของนายอานันท์ ปันยารชุน หากไม่มองถึงสถานะในปัจจุบันของนายอานันท์ ปันยารชุน และโดยเฉพาะสภาพที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กำลังประสบอยู่ในทุกวันนี้

ก็เป็นการแสดงออกอย่างธรรมดา ปรกติ มิได้มีบทบาทและผลสะเทือนอะไรในทางการเมือง

แต่หากโยงถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต มองผ่านกระบวนการรัฐประหาร มองผ่านบทบาทของนายอานันท์ ปันยารชุน มองผ่านสิ่งที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้รับอย่างหนักหนาสาหัส

   ก็จะเข้าใจในบทบาทและผลสะเทือนอันเนื่องแต่ชะตากรรม “ร่วม” ของบุคคลทั้ง 2

บทความก่อนหน้านี้ขอแสดงความนับถือ/ฉบับประจำวันที่ 6-12 ธันวาคม 2562
บทความถัดไปเดินตามดาว /หมอทรัพย์ สวนพลู /ประจำวันที่ 6-12 ธันวาคม 2562