มาดามหลูหลี / The Untamed : ปรมาจารย์ลัทธิมารอี๋หลิง

มาดามหลูหลีhluhlee@gmail.com

ปรมาจารย์ลัทธิมาร หรือ The Untamed หรือ Mo Dao Zu Shi สร้างจากนิยายดังของ Mo Xiang Tong Xiu (Grandmaster of Demonic Cultivation, Mo Dao Zu Shi) มาเป็นซีรี่ส์ดังข้ามประเทศ ถึงกับต้องจัดงานพบดารา “The Untamed Fan Meeting in Thailand” เมื่อ 21 กันยายน 2562

ซึ่งมีแฟนคลับจำนวนมากซื้อบัตรราคาแพงเข้าชมดาราที่ชื่นชอบอย่างใกล้ชิด

The Untamed เป็นซีรี่ส์สายวายแบบชายชอบชาย หรือ Boy Love/Bromance โดยดาราดังคู่หล่อคู่จิ้นเซี่ยวจ้านกับหวังอี๋ป๋อ เซี่ยวจ้านรับบทเว่ยอู๋เซี่ยน หรือเว่ยอิง มักสวมใส่ชุดสีดำเหมือนฝ่ายมาร ส่วนหวังอี้ป่อรับบทหลานวั่งจี ฉายา “หานกวงจวิน” หรือหลานจ้านแห่งตระกูลหลาน มักสวมใส่ชุดขาวมีสายคาดสีฟ้าบนหน้าผาก เป็นเหมือนเทพเซียน

ซีรี่ส์ตอนแรก เหมือนการฟื้นคืนชีพของเว่ยอู๋เซี่ยน โดยวิญญาณใช้ร่างของโม่เสวียนอวี่ และเว่ยอู๋เซี่ยนก็ได้ระลึกถึงอดีตเมื่อ 16 ปีก่อน ซึ่งเขาอยากให้กลับเป็นเช่นเดิม

ช่วงเวลาแห่งความสุขที่ท่าเรือสัตตบงกชของตระกูลเจียง

 

เว่ยอู๋เซี่ยน เด็กชายกำพร้าที่ประมุขตระกูลเจียงรับเลี้ยงเสมือนลูกของตน เลี้ยงคู่กับลูกชายเจียงเฉิง (หวังเซ่าเฉิง) และเจียงเยี่ยนหลี (ฉวนหลู) ลูกสาวคนโต ซึ่งรักเอ็นดูเว่ยอู๋เซี่ยนเหมือนน้องชายแท้ๆ

ประมุขตระกูลเจียงส่งทั้งสามพี่น้องให้ไปเรียนวิชาที่ “อวิ๋นเซินปู๋จือฉู่” หรือกูซูของตระกูลหลาน ซึ่งตระกูลอื่นๆ ก็ต่างส่งลูกๆ ไปเช่นกัน

เมื่อเข้าเรียนที่กูซูของตระกูลหลาน จึงต้องรู้กฎ 3,000 กว่าข้อ ซึ่งคนรักอิสระเช่นเว่ยอู๋เซี่ยนมักจะผิดกฎ ฝ่าฝืนกฎอยู่เสมอ ถูกประมุขตระกูลหลานลงโทษเป็นประจำ

ต่างกับหลานวั่งจีที่ประพฤติตนอย่างซื่อตรงสง่างาม คนสองคนเหมือนขาวกับดำ เว่ยอู๋เซี่ยนผู้ร่าเริง คิดและพูดอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา เขาอธิษฐานกับตัวเองว่า “ขอให้กำจัดคนชั่ว ช่วยเหลือคนอ่อนแอ ไม่ละอายใจต่อตนเอง”

หลานวั่งจีที่ดูเหมือนเย็นชาต่อเว่ยอู๋เซี่ยน แต่ทั้งคู่มักได้ประสบเหตุต่างๆ ร่วมกันหลายต่อหลายครั้ง จนต่างช่วยเหลือและเชื่อใจกัน

เมื่อถึงยามวิกฤต เว่ยอู๋เซี่ยนมักพบเจอวิชาพิศดารและได้รับพลังลึกลับ

 

เวินรั่วหาน (ซุ่ยหนิง) ประมุขเวินหรือเซียนตู ที่ต้องการครอบครองยุทธภพด้วยเหล็กทมิฬอันทรงอานุภาพ ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 5 ชิ้น เขาครอบครองไว้ถึง 3 ชิ้น รู้ว่าอีกหนึ่งชิ้นอยู่ที่ตระกูลหลาน

เวินเฉา (เหอปิง) บุตรชายของเวินรั่วหาน ได้สังหารคนและทำลายล้างตระกูลต่างๆ และถึงแม้ว่าเว่ยอู๋เซี่ยนจะยื่นมือช่วยเหลือหลานจ้านและคนอื่นๆ อันเป็นข้ออ้างให้เวินเฉาและสมุนฆ่าพ่อแม่ของเจียงเฉิง

เจียงเฉิงสูญเสียจินตานหรือกำลังภายใน ขณะที่เว่ยอู๋เซี่ยนถูกทำร้ายปางตายและถูกนำไปทิ้งยังเมืองที่เต็มไปด้วยวิญญาณร้ายอาฆาต และวิญญาณร้ายเหล่านี้กลับช่วยเว่ยอู๋เซี่ยนสร้างพลังวิชามารพิสดารแก่เขา และได้เป็นเจ้าของตราพยัคฆ์ทมิฬ โดยไม่ต้องแสวงหา เลิกใช้ดาบใช้ขลุ่ยไม้ไผ่เป็นอาวุธ (เพิ่งรู้ว่าการไม่พกกระบี่ประจำกายเหมือนไม่ได้รับการอบรม)

ตระกูลเซียนต่างๆ จึงร่วมมือกันกำจัดเวินรั่วหาน ซึ่งเวินรั่วหานใช้คนตายเป็นหุ่นเชิดสังหารผู้คน ช่างโหดเหี้ยมมาก

เมื่อกำจัดคนชั่วได้ ตระกูลเซียนต่างคิดว่าตนเป็นคนดี ฆ่าคนตระกูลเวินอย่างไม่ละเว้นคนแก่ ผู้หญิงและเด็ก เว่ยอู๋เซี่ยนจึงยื่นมือช่วยเหลือเวินฉิงกับเวินหนิงสองพี่น้องที่เคยช่วยเขาและตระกูลเจียง

เว่ยอู๋เซี่ยนจึงถูกฝ่ายเซียนถีบกันออกไปเป็นฝ่ายมาร เป็นพวกอวิชชา! และได้ฉายา “ปรมาจารย์อี๋หลิง”

 

Mo Dao Zu Shi กำกับการแสดงโดย Steve Cheng และ Chan Ka Lam เนื้อเรื่องสนุกเข้มข้นเต็มไปด้วยเลือดและการฆ่าฟันล้างแค้น ภาพวิวทิวทัศน์อันยิ่งใหญ่ของจีนสวยงามมาก เพลงประกอบไพเราะยิ่งนักแสดงแสดงกันเต็มที่

นักแสดงชายทุกคนหนุ่มหล่อหน้าสวยกว่าผู้หญิงบางคน

นักแสดงหญิงสวยงดงาม โดยเฉพาะฉวนหลูที่แสดงเป็นเจียงเยี่ยนหลีพี่สาวใจดี เวลายิ้มมีลักยิ้มเล็กๆ สองข้างแก้ม ช่วงเวลาแห่งความสุขที่สามพี่น้องอยู่ด้วยกัน เป็นความทรงจำที่ดีงาม ต่างเอาใจใส่กัน

คู่จิ้นสายวายที่นอกจากคู่พระเอกแล้ว ยังมีคู่ของหลานซีเฉิง (หลิวไห่ควาน) หรือเจ๋ออู๋จวิน กับจินกวงเหยา (จูจ้านจิ้น) หรือเมิ่งเหยาจอมวางแผนหลอกลวง ยอมก้มหัวให้ก่อนเพื่อเงยหน้าในภายหลัง

ส่วนคู่พระเอกสายวายตัวพ่อ ดูน่ารักไม่เว่อร์วัง ช่วยเหลือดูแลกันเหมือนมิตรสหายผู้รู้ใจ ตอนที่เว่ยอู๋เซี่ยนบาดเจ็บ หลานจ้านให้ขี่หลังตัวเอง เป็นคู่หูที่ร่วมมือกันกำจัดคนร้ายได้ดี แบบมองหน้าก็รู้สื่อใจถึงใจ พยักหน้าก็รู้ว่าต้องทำอะไร ที่ดูนิ่งเงียบเย็นชากลับอบอุ่นจริงใจ

ทั้งคู่ใช้ดนตรีเป็นอาวุธร่วมกันปราบศัตรูมาร หลานจ้านใช้ฉิน (เครื่องดนตรีโบราณคล้ายพิณ) ส่วนเว่ยอู๋เซี่ยนใช้ขลุ่ยไผ่

เจียงเฉิงที่อยู่กับเว่ยอู๋เซี่ยนมาตั้งแต่เด็ก กลับยังไม่รู้จักเขาดีเท่ากับหลานจ้านที่พบกันทีหลัง

เว่ยอู๋เซี่ยนปรมาจารย์อี๋หลิง ที่ถูกรังเกียจและมักถูกแอบอ้าง แต่กลับซื่อตรงต่อการกระทำของตัวเอง ไม่มีอะไรต้องละอายใจ ไม่เคยบอกว่าเป็นวีรบุรุษ พลังวิชาที่ได้มาด้วยโชคชะตาไม่ต้องแย่งชิงกับใคร ต่างกับเหล่าเซียนที่เรียกตัวเองว่าเป็นวิญญูชนกำจัดมาร แต่ต่างโลภอยากได้ตำแหน่งและอำนาจ ทั้งอยากแฉให้ร้ายผู้อื่น

ยามที่เว่ยอู๋เซี่ยนมีพลังเก่งกาจ มีเพียงหลานวั่งจีที่เป็นห่วงคอยตักเตือน แต่ในยามที่เว่ยอู๋เซี่ยนถูกตราหน้าเป็นมาร ก็มีเพียงหลานวั่งจีที่เชื่อเขายืนหยัดอยู่เคียงข้างเขา

โลกนี้มีเพียงมิตรสหายที่รู้ใจ แม้เพียงหนึ่งเดียวก็มากพอแล้ว…

บทความก่อนหน้านี้ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ : ทำไมกรุงศรีอยุธยาจึงเต็มไปด้วยวัด?
บทความถัดไปบาทแข็ง-น้ำมันโลกดิ่งช่วยไทยประหยัดนำเข้าน้ำมันดิบลงกว่า 1.41 แสนล้านบาท