ฟ้าทะลายโจร : ยาปฏิชีวนะไทย ปลอดภัยจากเชื้อดื้อยา

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ/โครงการสมุนไพรเพื่อการพึงพาตนเอง มูลนิธิสุขภาพไทย www.thaihof.org

ฟ้าทะลายโจร : ยาปฏิชีวนะไทย ปลอดภัยจากเชื้อดื้อยา

คงไม่มีใครไม่ได้ยินแอดโฆษณาของ สสส.ที่ว่า ทุกๆ 15 นาทีจะมีคนไทยตายจากเชื้อดื้อยาหนึ่งคน เท่ากับว่าปีหนึ่งมีคนไทยตายจากเชื้อดื้อยาถึงราว 35,000 คน คิดเป็นมูลค่าสูญเสียทางเศรษฐกิจราวปีละ 46,000 ล้านบาท

เหตุที่ไทยหันมาตื่นตัวในเรื่องนี้ก็เพราะองค์การอนามัยโลกเพิ่งแจ้งเตือนว่า พลเมืองโลกราว 10 ล้านคนต่อปีต้องสังเวยชีวิตเพราะเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะ

ที่น่าวิตกก็คือ คนตายส่วนใหญ่ถึง 9 ล้านคนอยู่ในทวีปยากจนของเอเชียและแอฟริกา คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจำนวนมหาศาลถึง 3,500 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว

ประเทศไทยจึงเป็นประเทศหนึ่งในเอเชียที่มีพฤติกรรมการใช้ยาอย่างสุ่มเสี่ยง

ที่พบมากก็คือ แค่เป็นหวัดก็จัดยาชุดซึ่งมีส่วนประกอบของยาปฏิชีวนะมารับประทาน

นอกจากจะไม่มีผลในการรักษาโรคหวัดซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสแล้ว ยังทำให้เกิดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาปฏิชีวนะด้วย

จนกระทั่งเมื่อราว 2 ปีที่แล้วมีอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยท่านหนึ่งรณรงค์ให้ใช้สมุนไพรแทนยาปฏิชีวนะแผนปัจจุบัน โดยชูคำขวัญว่า “ยาตัวแรกที่ต้องนึกถึงเมื่อเป็นหวัดคือฟ้าทะลายโจร” และแนะให้หมอสั่งจ่ายยาฟ้าทะลายโจรเป็นยาตัวแรก (first line drug) สำหรับผู้ป่วยด้วยโรคหวัด

ซึ่งนับเป็นการรณรงค์เชิงบวกที่มียาปฏิชีวนะไทยให้ทดแทน ไม่ใช่แค่รณรงค์ให้ระวังการใช้ยาปฏิชีวนะแผนปัจจุบันเท่านั้น

 

อันที่จริง ฟ้าทะลายโจรไม่ใช่ยาสมุนไพรไทยดั้งเดิม แต่เป็นสมุนไพรจีนที่นิยมใช้กันแพร่หลาย ชื่อ “ชวนซินเหลียน” ซึ่งหมายถึง “ดอกบัวในหัวใจ” ก็บ่งบอกถึงความสำคัญของสมุนไพรตัวนี้ นับว่าสอดคล้องกับหมอไทยที่ให้ชื่อสมุนไพรตัวนี้ว่า “ฟ้าทะลายโจร” หมายถึงฟ้าประทานยาดีให้มาปราบโรคต่างๆ ที่เป็นเหมือนโจรร้ายนั่นเอง

ซินแสใช้รสขม ฤทธิ์เย็นของ “ชวนซินเหลียน” เพื่อดับร้อน ลดบวม ลดพิษไม่ให้เข้าเส้นลมปราณของปอดและหัวใจ เป็นสมุนไพรเพียงไม่กี่ชนิดที่หมอจีนให้ใช้เป็นยาเดี่ยวได้

เมื่อ 30 ปีมาแล้ว โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งตนเอง มูลนิธิสุขภาพไทย ได้รวบรวมข้อมูลสรรพคุณและการใช้ฟ้าทะลายโจรทั้งในและต่างประเทศ โดยสนับสนุนให้มีการวิจัยฟ้าทะลายโจรในยุคแรกๆ เพื่อผลักดันสมุนไพรตัวนี้เข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติ

ยกตัวอย่างเช่น งานวิจัยทางคลินิกของโรงพยาบาลบำราศนราดูร ซึ่งเป็นโรงพยาบาลโรคติดต่อของกระทรวงสาธารณสุข โดยศึกษาวิจัยเปรียบเทียบการใช้ยาฟ้าทะลายโจรแคปซูลกับยาเตตร้าซัยคลินเพื่อรักษาโรคอุจจาระร่วงและบิดอันเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย

ผลปรากฏว่าคนไข้ที่รับยาฟ้าทะลายโจรสามารถลดจำนวนอุจจาระเหลวและลดปริมาณน้ำเกลือที่ใช้ แม้จะมีช่วงระยะเวลารักษาคนไข้จนหายเท่ากับการใช้ยาเตตร้าซัยคลินก็ตาม

ต่อมามีงานวิจัยมากมายที่รับรองสรรพคุณของฟ้าทะลายโจรในการรักษาอาการหวัดตัวร้อน เจ็บคอและโรคท้องเสีย ท้องร่วง มีผลให้ อย.ยินยอมให้ระบุสรรพคุณรักษาโรคทางเดินหายใจและโรคทางเดินอาหารดังกล่าวของฟ้าทะลายโจรไว้ในบัญชียาหลักแห่งชาติ

นอกจากสามารถทดแทนยาปฏิชีวนะในการรักษาอาการของโรคหวัดจากเชื้อไวรัสแล้ว ยังมีรายงานการวิจัยใหม่ๆ เช่น ของคณะนักวิจัยทางแพทย์และเภสัชวิทยา ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่สามารถทำยาครีมจากสารสกัดแอนโดรกราโฟไลด์ (andrographolide) และอนุพันธุ์ของสารแอนโดรกราโฟไลน์เพื่อใช้ในการทำลายเชื้อไวรัสเริม (Herpes Simplex Virus) ได้เทียบเท่าอะไซโคลเวียร์ (Acyclovir) และยังสามารถทำลายโปรตีนที่เป็นโครงสร้างสำคัญของเชื้อไวรัส (Human Papilloma Virus) ที่ก่อมะเร็งปากมดลูกได้อย่างมีประสิทธิผลภายใน 48 ชั่วโมงด้วย

ที่สำคัญคือไม่มีเชื้อที่ดื้อยาฟ้าทะลายโจร ตรงกันข้ามแม้แต่นักวิชาการในกรมการแพทย์แผนไทยฯ ก็ยังยอมรับว่ายาฟ้าทะลายโจรช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต้านเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย

 

ฟ้าทะลายโจรเป็นยากระตุ้นร่างกายให้สร้างภูมิคุ้มกันก่อนที่อาการโรคจากเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสจะกำเริบ ดังนั้น เมื่อเริ่มมีอาการหวัด ครั่นเนื้อครั่นตัว เริ่มมีน้ำมูกไหลให้เริ่มรับประทานยาเพื่อตัดไข้ ในที่นี้ขอแนะนำขนาดการใช้ของแพทย์แผนไทยที่ใช้ได้ผลในรูปแบบยาผงละลายน้ำสุก คือรับประทานครั้งละ ครึ่งช้อนชา (2.5 กรัม) วันละ 4 ครั้ง ก่อนอาหารเช้า กลางวัน เย็นและก่อนนอน

หากมีอาหารหนักขึ้นถึงขั้นเจ็บคอ ให้เพิ่มขนาดการใช้เป็นครั้งละ 1 ช้อนชา วันละ 4 ครั้งเช่นกัน

ข้อควรระวังคือ แม้ฟ้าทะลายโจรเป็นยาที่มีผลข้างเคียงน้อย แต่ในรายที่แพ้ยาเกิดอาการมวนท้อง วิงเวียนศีรษะ หน้ามืดตาลายเนื่องจากความดันตกให้หยุดยาทันที และห้ามใช้ติดต่อกันเกิน 5 วันเพราะฤทธิ์เย็นของยาอาจทำให้เกิดอาการเหน็บชา แขนขาอ่อนแรงได้

ห้ามใช้ในคนไข้ที่มีประวัติเป็นโรคหัวใจรูห์มาติกและโรคไตอักเสบเนื่องจากเชื้อแกรมบวกสเตรปโตค็อคคัด (Streptococcus group A)

ดังนั้น ทุกครั้งที่เป็นหวัดต้องท่องคำเตือนตนเองให้ขึ้นใจว่า “อย่าซื้อยาปฏิชีวนะมากินแก้หวัด เพราะอาจสร้างเชื้อดื้อยา รักษาไม่หาย เสี่ยงตายมากกว่า”

พร้อมกันนั้นก็บอกกับตนเองว่า “เป็นหวัดคราใดให้นึกถึงฟ้าทะลายโจรเป็นยาตัวแรก”

นั่นแหละท่านจึงจะสามารถหยุดสร้างเชื้อดื้อยาด้วยตัวของท่านเอง

บทความก่อนหน้านี้“ถั่วพู” เป็นอาหารก็ดี ยาก็ยิ่งดี! แก้ได้สารพัดโรคดังนี้!
บทความถัดไป“กะเม็งตัวเมีย” วัชพืชสมุนไพร : ใบแก้อาเจียนเป็นเลือด แก้จุกเสียดแน่น แก้โลหิตทำพิษให้ร้อน