ภาพยนตร์/นพมาส แววหงส์ /GEMINI MAN ‘มนุษย์โคลนนิ่ง’

นพมาส แววหงส์

ภาพยนตร์/นพมาส แววหงส์

GEMINI MAN

‘มนุษย์โคลนนิ่ง’

 

นำแสดง

Will Smith

Clive Owen

Mary Elizabeth Winstead

Benedict Wong

Linda Emond

 

อั้ง ลี เป็นหนึ่งในผู้กำกับหนังที่ใครๆ ก็จับตามองและตั้งตาคอย ดูเหมือนเขาตั้งใจจะทำหนังโดยไม่ยอมย่ำเท้าซ้ำรอยเดิมหรือย่ำเท้าอยู่กับที่เลย

หนังของเขามีหลากประเภท หลายสไตล์ ต่างเนื้อหา ต่างมุมมอง ต่างบรรยากาศ ดูจะฉีกแนวไปจากหนังเรื่องก่อนหน้าอยู่เสมอ

เริ่มตั้งแต่แนวที่เขาน่าจะถนัดที่สุดคือ ดราม่า แล้วก็ขยายไปสู่คอเมดี้ หนังกำลังภายใน หนังโรแมนติกย้อนยุค ดราม่าเข้มข้นของความรักระหว่างชายกับชาย หนังมหัศจรรย์พันลึก หนังซูเปอร์ฮีโร่ มาจนบัดนี้กลายเป็นหนังแอ๊กชั่นไซไฟเต็มตัว

คราวนี้เขาหันไปทำหนังแอ๊กชั่นไซไฟ เป็นแนวบู๊ล้างผลาญ แต่ก็ผสานไว้ในความเป็นดรามาและการศึกษาแคแร็กเตอร์ตามที่ตัวเองถนัด

 

หลังจาก Life of Pi และ Hulk ซึ่งใช้เทคโนโลยีในการสร้างภาพตัวละครด้วยคอมพิวเตอร์กราฟิก ทำให้ดูเหมือนมีเสือลายพาดกลอนตัวเบ้อเริ่มมาโลดแล่นร่วมเดินทางไปกับนักแสดงตัวจริงเสียงจริงบนเรือลำเล็กนิดเดียว หรือให้ตัวละครแปรสภาพจากคนธรรมดาไปเป็นมนุษย์จอมพลังตัวเขียวแล้ว ขณะนี้เขาหันมาใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่าการลดวัยให้กลับเป็นหนุ่มสาว (de-aging technology)

ซึ่งเป็นการถ่ายทำและสร้างภาพให้นักแสดงสามารถลดทอนอายุของตัวเองกลับหนุ่มสาวขึ้นได้อีกหลายสิบปี แถมทำให้หล่อขึ้นอีกด้วยเรียวหน้าและโหนกแก้มที่ดูดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ

วิลล์ สมิธ จึงได้กลับไปเป็นหนุ่มน้อยหน้ามนวัยยี่สิบเศษ ร่างกายกำยำล่ำสัน มาต่อกรห้ำหั่นกับตัวเองในวัย 51 ปี ผมเริ่มหงอกประปราย โดยประจันกันแบบถึงพริกถึงขิง

กะจะให้ตายกันไปข้างหนึ่ง

 

เฮนรี่ โบรแกน (วิลล์ สมิธ) ในวัยห้าสิบเอ็ด เป็นสไนเปอร์ฝีมือฉกาจที่สุดขององค์กรลับที่ซ่อนอยู่หลังฉาก ประมาณว่าเป็นซีไอเอ หรือสำนักข่าวกรองก็ว่าได้ เพียงแต่ปฏิบัติงานขั้นลับสุดยอดซึ่งจะมีผลต่อความอยู่รอดปลอดภัยของประเทศและสันติภาพในโลกอันบิดเบี้ยวยุคปัจจุบัน

ฝีมืออันยากหาใครเทียบของเฮนรี่ถูกนำเสนอตั้งแต่เปิดเรื่อง เมื่อเขากำลังปฏิบัติภารกิจกำจัดบุคคลอันตราย ซึ่งนั่งมาบนขบวนรถไฟโดยสารความเร็วสูง ก่อนจะลอดเข้าอุโมงค์

เฮนรี่หมอบอยู่บนเนินเขาห่างออกไปหลายร้อยเมตร เตรียมเล็งยิง และชะงักไปเมื่อมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาขวางทางบังอยู่หน้าคนที่ตกเป็นเป้ายิงของเขา

เฮนรี่รอจนเด็กผู้หญิงออกไปพ้นทาง เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะลั่นไก กระสุนพุ่งเข้าเป้าหมาย เหยื่อสังหารล้มลงก่อนที่ขบวนรถจะวิ่งเข้าอุโมงค์ตกอยู่ในความมืด

หลังจากนั้น เฮนรี่ได้รู้ว่ากระสุนที่เขาเล็งยิงที่หัวนั้นพลาดไปโดนคอ ห่างจากเป้าเพียงหกนิ้ว แต่ผลก็คือตายคาที่เหมือนกัน ทว่าเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเฮนรี่อย่างเหลือเกิน

ขนาดที่ว่าเขาขอปลดตัวเองจากงานมือสังหารนี้ เพราะหวั่นเกรงว่าฝีมือที่ไม่แม่นยำขนาดจับวางของเขาจะไปทำร้ายคนบริสุทธิ์รอบข้าง

อีกประการ เฮนรี่สารภาพกับเพื่อนสนิทว่าหลังๆ นี้เขาไม่เคยสามารถมองหน้าตัวเองในกระจกได้ จากงานที่เขาทำนี้

แต่ใครที่ขึ้นหลังเสือแล้ว ก็ยากที่จะลงได้ง่ายๆ โดยไม่เจ็บตัวหรือโดนเสือตะปบ

 

เฮนรี่ได้รู้ว่าบุคคลที่เขาสังหารนั้น อันที่จริงไม่ใช่คนร้ายระดับนานาชาติที่มีพิษมีภัยต่อความอยู่รอดปลอดภัยของโลก แต่เป็นเพียงนักชีววิทยาระดับแนวหน้า ที่กลายเป็นขวากหนามของแผนการใหญ่ของคนบางคน จนอยากกำจัดออกไปให้พ้นทาง

พูดง่ายๆ คือ เขาถูกหลอกให้ฆ่าคนบริสุทธิ์เพื่อผลประโยชน์ของคนที่มีอำนาจที่เล่นไม่ซื่อ

แถมตัวเฮนรี่เองยังกลับกลายเป็นตัวอันตรายของหน่วยงานที่เขาสังกัดและเพิ่งจะลาออกมา

เฮนรี่ถูกตามล่าตามล้างผลาญอย่างไม่ลดละ ภายใต้การสั่งการของเจ้านายเก่าของเขาเอง

เคลย์ เวอร์ริส (ไคลฟ์ โอเวน) อยู่เบื้องหลังทั้งหมด และตั้งใจจะงัดเอาทีเด็ดขั้นสุดยอดมาตามล้างผลาญเฮนรี่

นั่นคือมนุษย์โคลนนิ่งจากดีเอ็นเอของตัวเฮนรี่เอง

และเฮนรี่มีผู้ช่วยสองคนในการหลบหนีแบบเอาชีวิตแทบไม่รอด จากคนที่มีเทคโนโลยีเหนือชั้นอยู่ในมือ

แดนนี่ (แมรี่ เอลิซาเบธ วินสเตด) เป็นจารชนมือใหม่ที่เข้ามาอยู่ในเส้นทางการกำจัดเฮนรี่ และแบรอน (เบเนดิกต์ หว่อง) เป็นสหายเก่าที่ร่วมงานเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา แต่ผันตัวไปเป็นนักบินเครื่องบินส่วนตัว

ทั้งคู่มีบทบาทเป็นผู้ช่วยพระเอกโดยไม่มีเรื่องราวชีวิตส่วนตัวของตัวเองเข้ามาเกี่ยวข้องเลย นอกจากในแง่ที่จะเอื้ออำนวยทำตามความประสงค์ของพระเอก

 

บทหนังยังไม่ค่อยแน่นเท่าไรนัก อันที่จริงจะว่าดูหลวมโพลกก็ว่าได้

เรื่องราวพาเราไปในประเทศโคลอมเบีย แล้วก็บินข้ามมหาสมุทรไปสู่ฮังการี เหมือนจับพลัดจับผลู ไม่ได้วางเรื่องไว้ให้แน่นหนาน่าเชื่อ

ที่ไปโคลอมเบียก็เพราะจะได้มีฉากไล่ล่าบนมอเตอร์ไซค์ ผ่านถนนหนทางที่มีสีสันแบบละติน

ที่ไปฮังการีก็เพื่อจะได้มีฉากไล่ล่าในอุโมงค์ใต้ดิน อ่างเก็บน้ำใต้อาคารเก่าแก่

ที่น่าขัดใจอยู่ไม่น้อยในการสร้างตัวละคร คือเฮนรี่ซึ่งได้รับการฝึกฝนลับสมองให้ว่องไวเพื่อรับสถานการณ์เลวร้ายต่างๆ นานา กลับดูซื่อบื้อ ไม่ได้เฉลียวใจในรูปลักษณ์ที่ดูเหมือนตัวเองในวัยหนุ่มแน่นฉกรรจ์

กว่าจะนึกได้ก็ต้องมีคนชี้แนะและหาข้อพิสูจน์ทางดีเอ็นเอให้ จึงได้หายกังขา

การสร้างจุดอ่อนให้แก่ตัวละครโดยให้เป็นคนแพ้ผึ้งกัดต่อย ก็ดูจะดีอยู่หรอกในตอนแรก แต่เมื่อถูกใช้เป็นเพียงข้อพิสูจน์ตัวตนของเขาในตอนหลัง กลับดูแปลกแปร่งไม่ค่อยน่าเชื่อนัก

ส่วนจุดอ่อนเรื่องการกลัวจมน้ำตายของเฮนรี่นั้นนำเสนอได้ดีกว่า โดยย้อนกลับไปอธิบายอดีตและความผูกพันของเขาต่อตัวละครสำคัญตัวหนึ่ง

 

การพัฒนาตัวละครผู้หญิงในเรื่อง คือ แดนนี่ ซึ่งต่อสู้เคียงข้างเฮนรี่มาตลอดนั้น ก็ดูเหมือนวางไว้แบบครึ่งๆ กลางๆ ความสัมพันธ์ไม่ได้เกินเลยไปกว่าเพื่อนร่วมงานและเพื่อนแท้เพื่อนตาย

ส่วนเบเนดิกต์ หว่อง ก็มีตอนจบแบบตัวละครชาวเอเชียหรือคนผิวดำ ที่เป็นผู้ช่วยพระเอกสมัยก่อน ไม่บอกให้ชัดเจนละนะคะว่ามีตอนจบแบบไหน เชิญไปดูเอาเองดีกว่าถ้าอยากดู

ไคลฟ์ โอเว่น เป็นผู้ร้ายเต็มตัวในเรื่องนี้ เช่นเดียวกับอภิมหาวายร้ายที่เป็นอันตรายสุดยอด เขามีเหตุผลที่สูงส่งของตัวเอง แต่ในสังคมอเมริกันนั้น ต้องเรียกว่า ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เสรีภาพ และสิทธิพลเมืองอย่างสุดโต่ง

ขณะเดียวกันอั้งลีก็อดสร้างดราม่าเล็กๆ ให้แก่ตัวละครผู้ร้ายตัวนี้ไม่ได้ ด้วยการวางบทบาทความเป็นพ่อที่รักลูกแบบโหดๆ ให้แก่เขา

เรื่องราวน่าจะหนักแน่นได้กว่านี้อีก อย่างเช่น ความเป็นมาของเหยื่อสังหารบนรถไฟ ซึ่งไม่ได้เป็นตัวอันตรายอย่างที่คิด แต่เรื่องจุดนี้ก็ถูกทิ้งไปเสียเฉยๆ อย่างน่าเสียดาย โดยไม่มีการสานต่อ

สรุปว่าอั้งลีไม่ได้แสดงฝีมือให้โดนใจคนดูได้อย่างที่เคยทำได้ และเรื่องราวก็ไม่ได้มีความแปลกใหม่โดดเด่นออกมา ไม่ว่าจะในบรรดาหนังไซไฟ หรือหนังแอ๊กชั่น

อดผิดหวังเล็กๆ ไม่ได้กับหนังอั้งลีเรื่องนี้

บทความก่อนหน้านี้ใส่บ่าแบกหาม/พรพิมล ลิ่มเจริญ /Holiday in the Wild
บทความถัดไปอนุดิษฐ์ นาครทรรพ | ล็อกเป้าประยุทธ์อภิปรายไม่ไว้วางใจ และ คำตอบต่อคำถามที่ว่าเพื่อไทย “อยู่เป็น” หรือ “อยู่ไม่เป็น”?