วิเคราะห์ | แนวรบ “อยู่เป็น” แนวคิด “อยู่ไม่เป็น” แนวปะทะการเมืองไทยร่วมสมัย

ปรากฏการณ์ “แผ่นดินของเราฯ” ที่ “บิ๊กแดง – พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์” ผบ.ทบ. ขึ้นเวทีทอล์ก แม้จะไม่ได้ระบุถึงพรรคการเมืองใดชัดๆ แต่เป้าหมายที่ถูกโจมตีย่อมเป็นพรรคอนาคตใหม่อย่างไม่ต้องสงสัย

การขึ้นเวทีทอล์กของ พล.อ.อภิรัชต์ ถือเป็นการ “เปิดศึกอย่างเป็นทางการ” ของ “องคาพยพ” ฝ่ายต่อต้านพรรคอนาคตใหม่และเครือข่าย โดยมีการจัด “แนวรบ” อย่างเป็นระบบ

อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของแนวรบดังกล่าวคือการตั้ง “สถาบันทิศทางไทย” หรือ “Thai Move Institute” ขึ้นมา โดยมีคำขวัญว่า “ทิศทางไทยก้าวเดินตามรอยพระยุคลบาท” และแฮชแท็ก #NEXTMOVEประเทศไทย ถ้าคุณไม่ ใครจะทำ

ภายหลังพรรคอนาคตใหม่จัดงาน “อยู่ไม่เป็น” ขึ้นมา แม้พรรคจะยืนยันว่าไม่ได้ต้องการเสียดสีใคร แต่ตั้งใจชี้ให้เห็นถึงการพูดคำว่า “ไม่” ว่าจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง

แต่ในทางการเมืองนั้น คำพูดที่ว่า “อยู่เป็น” ได้ใช้เปรียบเปรยถึงพฤติกรรมที่จะอยู่ในสังคมอย่างไร และการยอมรับต่อระบอบของสังคม ทำให้มีวาทกรรมอื่นๆ ที่ประยุกต์ตามมา เช่น “อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้” เป็นต้น

ดังนั้น สถาบันทิศทางไทยจึงจัดเวทีคู่ขนาน “อยู่เป็น” ขึ้นมา ผ่านหัวข้อเสวนา “ประเทศไทยอยู่อย่างไรให้อยู่เย็น เป็นสุข”

โดยมีผู้ร่วมเสวนาโต๊ะกลม เช่น “อุ๊ – หฤทัย ม่วงบุญศรี” ศิลปินนักร้อง, “มาดามเดียร์ – วทันยา วงษ์โอภาสี” ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ และ “ศรีสุวรรณ จรรยา” เลขาธิการองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ เป็นต้น

“บางครั้งเราตีตราคนอื่นไปแล้ว ความคิดบิดเบี้ยวสร้างอคติไม่รู้ตัวจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองและประเทศ เราคงเห็นสภาพเกาะฮ่องกง ต่อสู้บนอุดมการณ์ที่เห็นว่าเราถูกอย่างเดียวคนอื่นผิด เป็นการต่อสู้ของคนรุ่นลูกกับคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ ไม่ยอมลดละให้กัน สุดท้ายก่อความพินาศยับเยินให้กับประเทศของตัวเอง” มาดามเดียร์กล่าวในวงเสวนา

“ผมเคยสงสัยคนฮ่องกงที่ต่อต้านจีนแต่กลับเรียกร้องให้แยงกี้ตาน้ำข้าวมาช่วย แต่ตอนนี้ไม่แปลกใจ เพราะคนที่กำลังจะขึ้นพูดที่จตุจักร ไปยืนถ่ายรูปที่ฮ่องกง ผมไม่เคยเห็นพรรคเพื่อไทยร้องแรกแหกกระเชอ แต่เดินไปตามระบบรัฐสภา ขณะที่บางพรรคคิดไอเดียจัดอีเวนต์ “อยู่ไม่เป็น” เพราะกำลังจะโดนวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562″ ศรีสุวรรณระบุ

“นายปิยบุตรเป็นไดโนเสาร์ปลูกฝังความคิดใส่เด็ก สร้างวาทกรรมว่าประชาธิปไตยตะวันตกถูกต้องไปเสียทุกอย่าง ทั้งที่เราควรสร้างระบอบให้ “อยู่เป็น” ไม่ใช่ให้ไปตาย จะเอาอะไรจากประเทศไทยอีก จึงใช้คำว่า “อยู่ไม่เป็น” คนไทยรู้ได้และประเมินได้

“การจะลงถนนต้องมีเหตุผล ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวที่ทำผิดพลาด แล้วนำไปบิดประเด็นว่าถูกชนชั้นปกครองรังแก คนไทยอยู่เป็น จนประเทศสงบร่มเย็นมาถึงปัจจุบัน เพราะมีจุดแข็งคือมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจ ปกป้องชาติให้ผ่านพ้นวิกฤตและภาวะสงคราม”

อุ๊ หฤทัย ตอกย้ำ

จะพบว่า “ชุดความคิด” ของบุคคลทั้งสามไปในทิศทางเดียวกัน ที่สำคัญสอดรับกับที่ “บิ๊กแดง” ได้กล่าวบนเวทีทอล์กแผ่นดินของเราฯ

โดยสิ่งเหล่านี้ฝ่ายพรรคอนาคตใหม่ก็ทราบดี จึงเป็นที่มาของการออกมาปฏิเสธสิ่งที่พรรคถูกโจมตี โดย “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการพรรค ได้กล่าวย้ำบนเวที “อยู่ไม่เป็น” ว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่ใช่พวกชังชาติและไม่ได้ล้มเจ้า

หากดูความเป็นมาของสถาบันทิศทางไทยจะพบว่าในวันเปิดตัวมีการกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ทิศทางการพัฒนาประเทศไทยภายใต้การเปลี่ยนแปลงของโลก” จากบุคคลสำคัญ ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ในฐานะนายกสภา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

โดยมีการเปิดเผยรายชื่อผู้ร่วมก่อตั้งและนักวิชาการสถาบันทิศทางไทย ได้แก่ สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ประธานกรรมการ, ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ, เดช พุ่มคชา, ธงชัย สุวรรณวิหค, ธนุ สุขบำเพิง, ดร.แสงเทียน อยู่เถา, กิ่งการะเกด ชื่นฤทัยในธรรม, ฑีญา เผ่าสวัสดิ์

ดร.วีรพจน์ ลือประสิทธิ์กุล, ดร.นักรบ ระวังการณ์, ดร.เวทิน ชาติกุล, ฉัตรชัย ภู่โคกหวาย, ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์, หาญศักดิ์ หาญสมวงศ์, ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์, พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์, นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล และ พรชัย ปัทมินทร เป็นต้น

อีกทั้งในงานเปิดตัวสถาบันก็มีบุคคลที่มีชื่อเสียงมาร่วมงานจำนวนมาก เช่น ถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม, สุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ, เจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล, สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา, สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อดีตรองประธาน สนช., กรณ์ จาติกวณิช, ฉาย บุนนาค และมาดามเดียร์ วทันยา เป็นต้น

หากย้อนไปในงานทอล์กของ “บิ๊กแดง” ก็มีเซเลบการเมือง นักแสดง คอลัมนิสต์ มาร่วมเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน

ถ้าดูจากรายชื่อผู้เข้าร่วมงานทั้งหมดก็จะพบความเชื่อมโยง ซึ่งบุคคลเหล่านี้หลายคนถือเป็น “ผู้นำทางความคิด” ในการถ่ายทอดสิ่งต่างๆ ไปยัง “กลุ่มเป้าหมาย” ของตัวเอง ในสภาวะที่มีการแบ่งขั้วแนวคิดทางการเมืองเป็น “ซ้าย-ขวา”

นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในอดีตเคยมีปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมาแล้ว เช่น เมื่อครั้งยุค 6 ตุลาคม 2519

ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นภาพ “เครือข่าย” หรือ “เน็ตเวิร์ก” ของฝ่ายที่ถูกประทับตราให้เป็น “ฝ่ายขวา” ผ่านองคาพยพที่เป็นเอกภาพและเป็นระบบ ในการเผชิญกับฝ่ายที่ถูกตีตราเป็น “ฝ่ายซ้าย”

รวมทั้งปรากฏการณ์ทางการเมืองที่สำคัญในรอบปีที่ผ่านมาก็ทำให้ “เน็ตเวิร์กฝ่ายขวา” มีพลังเข้มแข็งขึ้นด้วย

ดังนั้น คำเปรียบเปรยที่ว่า “อยู่ไม่เป็น” และ “อยู่ (เย็น) เป็น (สุข)” จึงสะท้อนภาพความขัดแย้งของการเมืองไทยยุคนี้ได้เป็นอย่างดี

บทความก่อนหน้านี้ครม.ขยายเวลาเยียวยาผู้ประสบภัยพายุโพดุล-คาจิกิ ครัวเรือนละ 5,000 บาท
บทความถัดไปส.ส.เพื่อไทยรวมตัว ยืนยัน ไม่มีกลุ่มอีสานรวมตัวขอถอด “หญิงหน่อย” แนะผู้ไม่หวังดีหยุดพฤติกรรม