การ์ตูนที่รัก/นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ /อยากกินตับอ่อนของเธอ

นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

การ์ตูนที่รัก/นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

อยากกินตับอ่อนของเธอ

ข้อเขียนนี้เขียนถึงอะนิเมะ มิได้อ่านหนังสือ มังงะ และมิได้ดูภาพยนตร์คนแสดง
เริ่มตั้งแต่ชื่อเรื่อง Kimi no Suiz? o Tabetai ซึ่งแปลว่า Let Me Eat Your Pancreas อยากกินตับอ่อนของเธอ ตอนเป็นหนังก็ใช้ชื่อนี้ด้วย อะนิเมะใช้ชื่ออังกฤษว่า I Want to Eat Your Pancreas ส่วนชื่อภาษาไทยเป็น “ตับอ่อนเธอนั้น ขอฉันเถอะนะ”
จากงานเขียนบนเว็บของ Yoru Sumino ปี 2014 ก่อนจะเป็นหนังสือปี 2015 แล้วเป็นหนังสือการ์ตูน หนัง และหนังการ์ตูนในเวลาต่อมา
สรุปว่าออกทุกสื่อ

ชื่อหนังนั้นน่ากลัว ชวนให้คิดถึงลัทธิกินเนื้อคนก่อนเลยคือ cannibalism แต่หนังสื่อถึงเรื่องความรักมากกว่าเรื่องอื่นๆ อย่างไรก็ตาม กินเนื้อคนและความรักที่แท้แล้วเป็นเรื่องเดียวกัน จิตวิเคราะห์จึงมีคำว่า incoporate แปลไทยประมาณว่ากลืนกิน หมายถึงรักมากปานจะกลืนกิน
ครั้นกินไปแล้วพบว่าไปด้วยกันมิได้ ก็อาจจะต้องขย้อนออกมาคือ regurgitate
ผู้เขียนอายุคงจะมากเกินไปแล้วจึงไม่รู้สึกโรแมนติกมากนักแล้วก็ไม่รู้สึกอีโรติกในฉากพระเอก-นางเอกอยู่กันสองต่อสองในโรงแรมด้วย
แต่ก็ยอมรับว่าหนังมีไอเดียเก๋ไก๋ไม่เบาในการพูดเรื่องความรัก

หนังเปิดเรื่องด้วยฉากที่พระเอก-นางเอกพบกันครั้งแรกในห้องสมุดระหว่างที่กำลังจัดหนังสือเข้าที่ นางเอกชื่อซากุระ ส่วนพระเอกชื่ออะไรเป็นส่วนสำคัญของหนังที่จะไปเผยกันในตอนจบ ทั้งคู่เป็นเด็กมัธยมปลาย
ฉากแรกบอกเราว่าซากุระสดใสร่าเริง พระเอกออกจะซื่อและมีโลกส่วนตัวสูง ไม่แสดงอารมณ์พร่ำเพรื่อไม่ว่าจะเป็นด้วยคำพูดหรือสีหน้า
จากนั้นปิดฉากแรกด้วยนางเอกพูดว่า “อยากกินตับอ่อนของเธอ” โดยอ้างอิงจากความเชื่อที่ว่าผู้ป่วยโรคของตับอ่อนต้องกินตับอ่อนจึงจะหาย ซากุระป่วยด้วยโรคของตับอ่อนซึ่งทำให้อายุจะไม่ยืน
หนังเล่าเรื่องความสัมพันธ์ของตัวเอกทั้งสอง โดยพูดถึงครอบครัวของคนทั้งสองน้อยมาก มีตัวละครที่เป็นเพื่อนสนิทและแฟนเก่าของซากุระปรากฏตัวบ้าง แต่สำหรับพระเอกแล้วเขาไม่มีเพื่อนเลยแม้แต่คนเดียว
พ่อ-แม่จำนวนมากกังวลเรื่องลูกชอบอยู่คนเดียว หากได้ดูหนังเรื่องนี้แล้วควรจะสบายใจขึ้นบ้างว่า “ความชอบอยู่คนเดียว” มิใช่เรื่องผิดปกติ แน่นอนว่ามีราคาต้องจ่ายถ้าคิดจะใช้ชีวิตแบบนี้ แต่ชีวิตที่สดใสร่าเริงโซเชียลเก่งก็มีราคาต้องจ่ายด้วยเช่นกัน
ประเด็นสำคัญจึงน่าจะมี 2 เรื่อง
หนึ่ง คุณพ่อคุณแม่รักเขาแบบที่เขาเป็น เขาจะโอเค รับรู้ว่าตนเองเป็นคนเช่นไร อาจจะไม่เฟรชชี่หรือลิฟลี่ แต่สามารถมีความสุขกับตนเองได้ และไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร
สอง คือเจ้าตัวเองที่ต้องยอมรับข้อจำกัดของการใช้ชีวิตเช่นนี้ และอย่าเรียกร้องหรือตีโพยตีพายเมื่อพบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ของการใช้ชีวิตในลักษณะนี้

ซากุระเป็นคนร่าเริง เธอถูกใจบุคลิกลักษณะของพระเอกจึงคอยเป็นฝ่ายเข้าหา เพื่อขอเป็นเพื่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพระเอกรู้แล้วว่าเธอเป็นโรคอะไรและจะมีชีวิตอยู่ไม่นาน เธอยิ่งรู้สึกว่าเขาไว้ใจได้และเก็บความลับให้ได้ ทั้งนี้ ไม่มีใครสักคนที่โรงเรียนรู้เรื่องนี้เลย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิทหรือแฟนเก่า
ครึ่งเรื่องแรก หรือว่าที่จริงเกือบตลอดทั้งเรื่องจึงเล่นกันอยู่สองคน นางเอกมีรายการเรื่องที่อยากทำ พระเอกก็ตามใจให้นางเอกทำ โดยที่หลายเรื่องนั้นตัวเขาเองอย่าว่าแต่จะเคยทำ แค่คิดก็ไม่เคยคิด สองคนจึงได้เรียนรู้จักกันมากขึ้นทุกที ทุกฉาก ทุกเหตุการณ์ที่ใช้ชีวิตร่วมกันท่ามกลางความอิจฉาตาร้อนของแฟนเก่าและความโมโหโกรธาของเพื่อนสนิท รวมทั้งความสงสัยของเพื่อนทั้งห้อง
คนสองคนที่ไม่น่าจะไปด้วยกันได้เลย สนิทสนมกันอย่างที่เห็นได้อย่างไร
ระหว่างเรื่องจะมีคำพูดเรื่องกินตับอ่อนปรากฏขึ้นเป็นครั้งๆ ความหมายของคำพูดจะลึกซึ้งและก้าวหน้าไปมากขึ้น
จากที่กินเพื่อรักษา เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นการกินเพื่อได้อยู่ด้วยกันตลอดไป

วิถีกินเนื้อคนมีมาช้านาน การกินเนื้อศัตรูในสงครามเพื่อข่มขวัญฝ่ายตรงข้ามมีปรากฏในบันทึก ปี 2011 พ่อครัวชาวรัสเซียอายุ 21 ปี อิวาน แอลถูกจับกุมในข้อหาฆาตกรรมและปรุงเนื้อเหยื่อกิน คนกินเนื้อคนบางคนเป็นโรคจิตเภท เช่น ริชาร์ด เทรนตัน เชส (1950-1980) เขาถูกจับกุมด้วยข้อหาฆาตกรรมและดื่มเลือดเหยื่อ 6 คนในแคลิฟอร์เนีย เขาตายในคุกโดยไม่ทราบสาเหตุแต่เชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตาย อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ของการกินเนื้อคนมิได้เป็นผู้ป่วย
ซากุระพูดเหมือนขู่จะกินตับอ่อนพระเอกในตอนเปิดเรื่อง เมื่อถึงกลางเรื่องเธอเป็นฝ่ายพูดว่าจะกินตับอ่อนของชั้นก็ได้นะ ความหมายคือชั้นจะได้อยู่กับเธอตลอดไป
คำพูดเรื่องกินตับอ่อนนี้จะแฝงเข้ามาในตัวหนังอีก แต่ละครั้งมีความหมายลึกซึ้งมากขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของหนังที่คนดูควรเฝ้ามองและใคร่ครวญกันเอง หากตามไม่ทันก็ต้องดูไปจนจบเรื่องจึงจะเข้าใจ อันนี้ไม่สปอยล์
“เราทำวันนี้ให้ดีที่สุด” น่าจะเป็นประเด็นสำคัญของหนังการ์ตูนเรื่องนี้ด้วย เพราะที่แท้แล้วคนเราตายได้ทุกเวลา ความจริงข้อนี้เป็นที่รู้ๆ กัน แต่คนส่วนมากมักไม่ทันเฉลียวใจ หรือไม่ก็อยู่ด้วยความฝันว่าเราคงยังไม่ตายวันพรุ่งนี้หรอกน่า
แต่ไม่แน่

บทความก่อนหน้านี้เชิงบันไดทำเนียบ : เผด็จศึก ! ‘ธนาธร’ ลาสภา ‘ล้วงหม้อข้าวทหาร’ – ทุบหม้อข้าวสู้ ‘เขา’ ทุกคนก็น่าจะรู้ ?
บทความถัดไปE-DUANG : แผนงาน รณรงค์ ทางการเมือง แผนงาน ของ ธนาธร อนาคตใหม่