อยู่ เป็น นาน-นาน โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

สถานีคิดเลขที่ 12 / สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

———————-

อยู่ เป็น นาน-นาน

———————–

ชะตากรรมของ ฝ่าย อยู่ไม่เป็น

ก็คงเป็นไปตามคาดหมาย

นั่นคือ คงเผชิญ ปฏิบัติการ จองเวร “ไม่ให้อยู่” จะให้ติดคุก-ตัดสิทธิการเมือง ต่อไป

ไม่ต้องอธิบายให้มากว่า “ทำไม”

ส่วน ชะตากรรม ของ ฝ่ายอยู่เป็น

แถม อยู่เป็น แบบ “อยู่ยาวตามสมควรนะ”

ก็น่าสนใจว่า จะราบรื่น เหมือนเดินบนพรมเขียว หรือไม่

แต่ เอาไว้ทีหลัง

แวะไป เรื่อง”อิ่มเอิบใจ”ก่อนสักนิด

นั่นคือการเสด็จมาเยือนไทย ของ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสต์ศาสนิกายโรมันคาทอลิก

และการต้อนรับอบอุ่นจากฝ่ายไทย

ทั้งจากเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่10

ทั้งจากการเข้าเฝ้า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

และการเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ไม่ทราบ รู้สึกเหมือนกันหรือเปล่า

หลังติดตามอ่าน สุนทรพจน์ ของแต่ละท่านแล้ว

ต้องยอมรับว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส และ สมเด็จพระสังวฆราช ทรงเตรียมการอย่างดี

คมคาย ไพเราะ ลึกซึ้ง รอบด้าน ครบทั้ง ประวัติศาสตร์ การศาสนา การทูตและสิ่งที่เชื่อมโยงกับโลกปัจจุบัน

เสียดาย สักนิด ก็คือ คำกล่าวของ ผู้นำบริหารฝ่ายไทย

ที่อ่านหรือฟังแล้ว ก็เป็นท่านประยุทธ์

หลับตา ก็นึกออก ว่า จะพูดอะไร

วนเวียน “เป็นเช่นนั้น” อยู่นั่นเอง

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส นานๆเราได้ฟังที ยกไว้

ส่วนสมเด็จพระสังฆราช เราก็ได้ฟังพระดำรัสหลายครั้ง แต่ทุกครั้งมีสิ่งให้ “จับใจ”เสมอ รวมถึงครั้งนี้ เตรียมการดีมาก

ต่างกันมากกับพล.อ.ประยุทธ์ ที่”พื้นมาก”

ไม่อยากโทษที่ นายกฯ

แต่โฟกัสไปที่ทีมงาน ที่ปรึกษา ฝ่ายเสธ อาจจะต้องมีคำถาม ว่า มีข้อจำกัดในความรู้โดยเฉพาะที่เกี่ยวพันไปถึงศาสนาหรือเปล่า

เมื่อรู้ว่า มีข้อจำกัด ได้แก้ไขด้วยการไปปรึกษา หรือหาความรู้จาก ผู้เชียวชาญมากน้อยแค่ไหน

ซึ่งตรงนี้ อาจไม่ใช่ ปัญหาเฉพาะกรณีนี้

หากแต่ รวมหลายเรื่อง โดยเฉพาะที่มีการวิจารณ์ว่า นายกฯมาจากทหาร และทีมงานที่แวดล้อมส่วนใหญ่ก็เป็นทหาร

ซึ่งแม้จะมากด้วยความสามารถเพียงใด

แต่ก็คงไม่แจ่มแจ้ง ทุกเรื่อง

จำเป็นต้องมีทีมงานเฉพาะด้าน เฉพาะสาขามาช่วยเสริม

ย้อนไปตอนสมัยพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกฯ

พล.อ.เปรม มีข้อจำกัดในเรื่อง”เศรษฐกิจ” และไม่ปฏิเสธใน”จุดอ่อน”นี้

ทำให้แวดล้อมพล.อ.เปรม ตอนนั้น เต็มไปด้วย นักเศรษฐศาสตร์ ทั้งภาครัฐ เอกชน และนักวิชาการ

ที่มาช่วยป้อนข้อมูล ให้ความเห็น ซึ่งแน่นอนมากด้วยความหลากหลาย

แต่พล.อ.เปรมก็ใช้ความเป็นผู้นำ ในการตัดสินใจ ขั้นสุดท้าย

ทำให้ผ่าวิกฤตเศรษฐกิจสำคัญมาได้ และยังปูพื้นฐานเศรษฐกิจ ให้กับประเทศด้วย

ภาพในอดีตเช่นนั้น ไม่เคยได้รับการเรียนรู้ แล้วปรับมาใช้ ในวันนี้

วันที่เรามี นายกฯนั่งเป็น หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ เช่นเดียวกัน แต่การทำงานแตกต่างกันเยอะ

เราได้ ยินการเรียกร้อง ให้ มีปรับการทำงานของทีมเศรษฐกิจ จาก ผู้นำ

แต่ถามลงในรายละเอียด ว่า ปรับอย่างไร แก้แบบไหน ก็ดูจะไร้คำตอบ

หัวหน้าทีมก็ยังพูดในสิ่งเดิมๆ

จะถามที่ปรึกษา ก็ไม่มี

จะคุยกับทีมงาน ทุกคนก็โบ้ยกลับให้เรื่องของนายกฯ

เลยทำให้ วิกฤตเศรษฐกิจตอนนี้ ไม่รู้จะแก้แบบไหน

และนี่อาจโยงให้รู้ว่าทำไม สุนทรพจน์ของผู้นำกรณีโป๊ปเสด็จมาเยือนไทยจึงพื้นๆ

ยิ่งขึ้นไปกว่านั้น ทำให้เรารู้ ที่บอกว่า จะอยู่ นานๆ

นานแบบไหน

มีความหวัง หรือ เพราะแค่จะ”อยู่”ให้นานเพราะเงื่อนไข “อื่น” มิใช่ความรู้-ความสามารถ

————————