SearchSri : อเล็กซ์ อัลบอน กับก้าวแรกที่มั่นคงในโลกเอฟวัน

สําหรับวงการแข่งรถ “ฟอร์มูล่าวัน” ยุคนี้ คงยากที่จะปฏิเสธว่า ฝีมือของนักขับกับสมรรถนะของเครื่องยนต์เป็นเรื่องที่ต้องควบคู่กันไปหากหวังประสบความสำเร็จ

ถ้าฝีมือสูสีหรือเหลื่อมกันไม่มาก รถใครแรงกว่า เร็วกว่า ก็แทบจะผูกขาดแชมป์ คนที่รถสมรรถนะเป็นรอง จะหวังไล่บี้เบียดแย่งชัยชนะในสนามต่างๆ นั้นไม่ง่าย ยกเว้นจะเตรียมตัวและวางแผนมาดี หรือมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น

ยืนยันได้จากการผูกขาดความสำเร็จของ “เรดบูล” ระหว่างปี 2010-2013 และ “เมอร์เซเดส” ระหว่างปี 2014-2019

ในทำนองเดียวกัน ถ้าเป็นนักขับฝีมือดี แต่ได้ขับรถที่ไม่แรงเท่าที่ควร ผลงานก็อาจไม่หวือหวา แต่ถ้าเปลี่ยนไปขับรถแรงๆ เมื่อไร อันดับก็อาจดีขึ้นผิดหูผิดตา

 

ฤดูกาลล่าสุดเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในแง่ของการลุ้นแชมป์มากขึ้น แม้ว่า “ลูอิส แฮมิลตัน” ของเมอร์เซเดสจะคว้าแชมป์โลกได้เป็นสมัยที่ 6 แต่ในแง่ภาพรวมการแข่งขันสนามต่างๆ เริ่มมีแชมป์ไม่ซ้ำหน้ากันมากขึ้น โดยเฉพาะบรรดานักซิ่งรุ่นใหม่ที่สลับสับเปลี่ยนกันแจ้งเกิดได้อย่างน่าสนใจ

ในบรรดานักแข่งดาวรุ่งที่สื่อและแฟนๆ กีฬามอเตอร์สปอร์ตกำลังจับตามองคือ “อเล็กซ์ อัลบอน” หนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษ วัย 23 ปี ที่ชีวิตพลิกผันอย่างก้าวกระโดดตลอดปี 2019

ปลายปีที่แล้ว อัลบอนตกเป็นข่าวว่าได้ขยับจากรุ่นฟอร์มูล่า 2 สู่เอฟวันในสังกัดทีม “โตโร รอสโซ่” ทีมน้องของเรดบูล อดีตทีมเก่าสมัยตัวเองยังเป็นนักแข่งระดับเยาวชน เป็นนักขับเชื้อสายไทยคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์วงการรถสูตรหนึ่งต่อจาก “พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช”

ปรากฏว่าเริ่มต้นได้ไม่เท่าไร อัลบอนก็สร้างความประหลาดใจให้หลายๆ คน ด้วยการเก็บแต้มจากการติดอันดับ 9 ของสนามที่ 2 ที่บาห์เรน ต่อด้วยอันดับ 10 ที่จีน

หลังจากนั้นก็ยังทำแต้มได้อีก 3 สนาม กระทั่งจบการแข่งขันที่ฮังการี เรดบูลก็ประกาศว่า อัลบอนจะขยับจากโตโร รอสโซ่ ไปขับให้เรดบูลแทนปิแอร์ กาสลี่ นักขับเบอร์ 2 ของทีม

 

ปรากฏว่าตั้งแต่นั้นมา ผ่านไปแล้ว 7 สนาม เมื่อได้ขับรถที่มีสมรรถนะดีขึ้น อัลบอนก็สามารถทำผลงานได้ไม่ต่ำกว่าอันดับ 6 แม้แต่สนามเดียว และหวุดหวิดจะได้ขึ้นโพเดียมด้วยซ้ำหลังจบอันดับ 4 ศึก “เจแปนีส กรังด์ปรีซ์” ที่ญี่ปุ่น ทั้งที่เพิ่งขับที่สนามซูซูกะ เซอร์กิต เป็นครั้งแรก

ถ้าวัดกันแค่ 7 สนามนี้ ผลงานของอัลบอนเหนือกว่านักขับมือ 1 ของทีมอย่าง “มักซ์ แวร์สตัปเปน” นักซิ่งหนุ่มชาวดัตช์ด้วยซ้ำ แต่ประเด็นนี้ยังชี้ชัดไม่ได้ เพราะหลายสนามที่แวร์สตัปเปนผลงานไม่ดีเป็นเพราะปัจจัยภายนอก ไม่ใช่ความผิดพลาดของเจ้าตัว

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมผลงานอันโดดเด่นของอัลบอน ทำให้เรดบูลแถลงยืนยันเรียบร้อยเมื่อเร็วๆ นี้ว่า เขาจะทำหน้าที่นักขับมือ 2 ของทีมต่อไปในปี 2020

นักวิจารณ์รถสูตรหนึ่งบางสำนักเผยว่า อัลบอนมีจุดเด่นที่ทำให้ทีมงานถูกใจ นั่นคือความฉลาดในการทำความเข้าใจรถที่ตัวเองขับ

อัลบอนจะพกสมุดโน้ตเล่มเล็กไว้กับตัวเพื่อบันทึกสิ่งต่างๆ เกี่ยวกับรถหรือสนาม และที่น่าทึ่งอีกอย่างคือการรับมือกับแรงกดดันได้ดี ทั้งที่เพิ่งเป็นปีแรกในวงการเอฟวัน แล้วไหนจะได้ขยับมาอยู่กับทีมใหญ่กลางคันด้วย

“คริสเตียน ฮอร์เนอร์” ประธานของทีม “เรดบูล เรซซิ่ง” ชมว่า อัลบอนมีศักยภาพที่จะเป็นนักขับที่ยอดเยี่ยมในอนาคตได้ แค่รอเวลาปลดล็อกเท่านั้น

เป็นวิสัยทัศน์น่าสนใจที่เชื่อว่าคงทำให้แฟนกีฬาความเร็วทั้งไทยและเทศได้ลุ้นตามผลงานของนักซิ่งหนุ่มคนนี้ได้อีกยาวๆ

บทความก่อนหน้านี้ภูมิใจไทย โคราช ปูพรม 32 อำเภอ แจ้งความ ‘เนชั่น’ หมิ่นประมาท
บทความถัดไป“ชวน”แปลกใจทำไมมีปัญหากับระเบียบให้กมธ.รายงาน มีมานานแล้ว ไม่เห็นมีใครบ่น