เชิงบันไดทำเนียบ : สนิมเนื้อใน-กันซีน ! ‘บิ๊กตู่’ กรำศึกใน ‘มือที่มองไม่เห็น’ แผลงฤทธิ์

“อย่าเพิ่งเบื่อ เพราะผมยังอยู่อีกนานพอสมควร”
.
‘บิ๊กตู่’พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม กล่าวกับนักกีฬาทีมชาติไทย ที่จะไปแข่งซีเกมส์ ผ่านมา 5 ปีในเก้าอี้ นายกฯ และผ่านมา 4 เดือนของ ‘รบ.ประยุทธ์2/1’ กับบริบทการเมืองที่แตกต่างกัน โดย ‘บิ๊กตู่’ ต้องทำงานร่วมกับ ‘นักการเมือง’ ทั้งในรัฐบาลและสภา ที่ต้องกรำศึกกับฝ่ายค้าน และสานสัมพันธ์กับพรรคร่วมรัฐบาล

ผ่านมา 4 เดือน รัฐบาลมีเสถียรภาพพอสมควร แม้เป็น ‘รบ.เสียงปริ่มน้ำ’ ที่ต้องงัดข้อกับพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคเล็กตั้งแต่จัดเก้าอี้ ครม. แต่ทุกอย่างก็ผ่านมาได้ โดยเฉพาะกับพรรคเล็ก ที่ได้ ‘มือประสานสิบทิศ’ อย่าง ‘ผู้กองมนัส’ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ และ ปธ.ยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือ พปชร. มาคุมแถวพรรคเล็ก ที่เคยเปรียบตัวเองเป็น ‘เส้นเลือดใหญ่รัฐบาล’ จึงถูกกระแสซัดหลายเรื่อง ทำให้ตอนนี้ ร.อ.ธรรมนัส ‘โลว์โปร์ไฟล์’ ตัวเอง เพื่อลดกระแสลงไป ก่อนที่จะสายเกินแก้
.
ในส่วนของพรรคเล็กก็ยังคง ‘งัดข้อ-ต่อรอง’ รักษาสิทธิ์ของพรรคเล็ก โดยล่าสุด ‘ชัช เตาปูน’ชัชวาลย์ คงอุดม หน.พรรคพลังท้องถิ่นไทย เตรียมตั้ง ‘กลุ่มกิจสังคมใหม่’ รวม 5 พรรคเล็ก ที่มีเสียง ส.ส. 8 เสียง เพื่อทำให้เสียงพรรคเล็กดังขึ้น และจะเปิดให้กลุ่มอื่นๆเข้ามาด้วย โดยมีเป้าหมายสานเจตนารมณ์ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกฯ อีกทั้งน้ำถึงจุดยืนกลุ่มฯ ที่พร้อมโหวตสวนรัฐบาล หากสิ่งนั้นไม่ถูกต้องหรือไม่ชัดเจน เช่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นต้น
.
ทั้งนี้การที่พรรคเล็กรวมตัวเป็นเอกภาพมากขึ้น มีการมองไปถึงเหตุการณ์หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ฝ่ายค้านตั้งธงไว้ว่า แม้จะไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ แต่ก็จะทำให้ ‘รัฐบาลราคาตก’ จึงมีการมองข้ามช็อตจะมีการ ‘ปรับ ครม.’ หรือไม่ ? ตามมา โดยพรรคเล็กๆก็หวังได้เก้าอี้รัฐมนตรี ที่เป็นโควต้าของพรรคเล็ก หลังเรียกร้องมาตั้งแต่ก่อน ‘ฟอร์มรัฐบาล’ แล้วเสร็จ แต่ไม่เป็นผล

ท่ามกลางสภาวะ ‘ระส่ำระส่าย’ ในรัฐบาลเอง หลัง ‘เสี่ยหนู’อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ หน.พรรคภูมิใจไทย ถึงกับลั่น “ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับนายศักดิ์สยาม ก็ต้องเอาผมออกไปด้วย เรามาด้วยกันก็ต้องไปด้วยกัน” หลังมีกระแสโจมตี ‘ศักดิ์สยาม ชิดชอบ’รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรค จนมีเรื่องฟ้องร้องตามมา
.
โดย ‘เสี่ยหนู’ ชี้แจงว่า ใครก็ตามที่เข้ามาเป็น รมว.คมนาคม ต้องถูกตรวจสอบมากเป็นพิเศษ เพราะรับผิดชอบงานและทั้งงบประมาณจำนวนมาก นอกจากนี้บุคลิกของนายศักดิ์สยาม ยังเป็นคนที่ไม่ยอมอยู่ใต้อิทธิพลใคร พร้อมกล่าวถึง ‘มือที่มองไม่เห็น’ ใน ครม. ที่ปล่อยข่าวโจมตี ‘ศักดิ์สยาม’ ด้วย จึงมีการตีความว่ามี ‘รอยร้าว’ เกิดขึ้นในรัฐบาล
.
“คนที่เป็น รมว.คมนาคม ย่อมถูกตรวจสอบเป็นพิเศษ เพราะงบประมาณในการทำโครงการหลายโครงการเยอะมาก แต่ผมยืนยันว่านายศักดิ์สยามเข้ามาดำรงตำแหน่ง 4 เดือน อาจมีหลายฝ่ายไม่พอใจ เพราะนายศักดิ์สยามก็มีเอกลักษณ์หรือเอกบุรุษเป็นของตัวเอง เป็นคนสันโดษ ถ้าไม่มั่นใจอะไรแล้วจะไม่พูด เป็นคนละเอียดมากๆ เป็นคนที่ไม่ทำตามการโน้มแนว หรืออิทธิพลของใคร เป็นคนแปลกๆ คือเป็นตัวของตัวเองสูง” นายอนุทิน กล่าว
.
“ตรงนั้นถือว่าเป็นมือที่มองไม่เห็น ถ้าเห็นแล้วพูดออกมาก็จะทุบไม่ถูก เดี๋ยวเป้าหมายรู้ตัว อย่างไรก็ตามขณะนี้รัฐบาลเองก็เสียงปริ่มน้ำ เราต้องสามัคคีทำงานด้วยกัน ตอนนี้เหลือปัญหาเศรษฐกิจที่เราต้องรีบแก้ไข” นายอนุทิน กล่าว
.
ด้าน ‘บิ๊กป้อม’พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะ ปธ.กก.ยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ กล่าวยืนยันว่าไม่มีการทานข้าวพรรคร่วมรัฐบาลระหว่าง หน.พรรคกับเลขาธิการพรรค หลังมีการระบุจากแกนนำ พปชร. ว่า นายกฯกำลังหาเวลามาทานข้าวกับพรรคร่วมรัฐบาล

และได้ยืนยัน ไม่มีรอยร้าวในรัฐบาล พร้อมถามกลับว่า รอยร้าวที่ไหน ? โดยสื่อได้ถามย้ำเป็นรอยร้าวพรรคภูมิใจไทยกับคนรัฐบาล ‘บิ๊กป้อม’ ตอบกลับว่า “ไม่มี เขาโอเคแล้ว เขาไม่เข้าใจ เขากลับไปก่อน”
.
โดยสิ่งที่ พล.อ.ประวิตร ระบุนั้น ตรงกับรายงานข่าวว่าได้มีการ ‘เคลียร์’ และทำความเข้าใจกันแล้ว เพราะไม่มีผลดีต่อใครใดทั้งสิ้น เพราะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะ 3 พรรคใหญ่ พรรคพลังประชารัฐ – ภูมิใจไทย – ประชาธิปัตย์ สิ่งที่ต้องจับตาในอนาคต คือ ‘การปรับ ครม.’ จะมีการทวง-ยึด เก้าอี้ใดบ้าง ท่ามกลางการ ‘กันซีน’ ของ ‘รัฐมนตรี’ ต่างพรรค ในกระทรวงเดียวกันเอง
.
ทั้งนี้ความสัมพันธ์ระหว่าง ‘เสี่ยหนู’ กับ ‘บิ๊กตู่’ ถือว่าแนบแน่น เห็นได้จากเวลาลงพื้นที่ร่วมกัน ‘เสี่ยหนู’ จะเดินข้าง นายกฯ รับบทเป็นช่างภาพให้ เวลามีประชาชนมาขอถ่ายภาพ รวมทั้งจัดแจงเรื่องไมโครโฟนให้ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ก็มักจะแซว ‘เสี่ยหนู’ อยู่ตลอดด้วย ด้วยบุคลิกของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ ‘ตรงไปตรงมา-ใจใหญ่’ ก็ทำให้ได้ใจ ‘เสี่ยหนู’ ไม่น้อย เพราะมีบุคลิกที่ตรงกัน จึงสามารถทำให้พูดคุยกันได้ลงตัวตามมา
.
แต่การต่อรองถือเป็นเรื่องปกติในสนามการเมือง ยิ่งในการเมืองรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำแล้ว แรงงัดข้อยิ่งมีผลต่อพรรคพลังประชารัฐ เรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่าง ‘พรรคภูมิใจไทย’ กับ ‘มือที่มองไม่เห็น’ ใน ครม. ครั้งนี้ แม้จะสงบศึกลงไปได้ แต่ในอนาคตถ้ามีศึกขึ้นมาอีก อาจไม่จบง่ายๆ เพราะยิ่งรัฐบาลอยู่นานขึ้นเท่าใด แต่ละพรรคก็พร้อมเลือกตั้งเท่านั้น เพราะมีทั้งผลงานและสรรพกำลังที่พร้อมคืนสังเวียน กู้ศักดิ์ศรี หรือรักษาแชมป์นั่นเอง
.
ดังนั้น ‘รบ.ประยุทธ์2’ จะอยู่ได้ยาวหรือไม่ ปัจจัยหลักไม่ได้มาจากพรรคฝ่ายค้านจะโค่นล้มได้หรือไม่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นสิ่งที่ถูกพูดมาตั้งแต่ช่วง ‘รบ.ตั้งไข่’ คือ ‘สนิมเนื้อใน’ นั่นเอง
.

บทความก่อนหน้านี้วางบิล/เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ /’เพียงคำเดียวเท่านั้น…’
บทความถัดไปบทความพิเศษ/นงนุช สิงหเดชะ /สหรัฐตัด ‘จีเอสพี’ ไม่เห็นต้องดราม่า-ตื่นตูม