ไทม์ไลน์แต่งตั้ง “สว.-รอง ผบก. ” กางกฎเหล็ก- “แบน” คนมีคดี ถึงคราวล้างบางยึดทำเลทอง

เมื่อกางกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตํารวจ พ.ศ.2561 ข้อ 7 ระบุถึงวาระการแต่งตั้ง ในวาระประจำปี ให้ดําเนินการคัดเลือกหรือแต่งตั้งข้าราชการตํารวจตําแหน่งระดับ สว.-รอง ผบก. ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พฤศจิกายนของทุกปี

24 ตุลาคมที่ผ่านมา “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เป่านกหวีดส่งสัญญาณการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่ง สว.-รอง ผบก. วาระประจำปี 2562 เหล่าบรรดานักวิ่งสีกากีเริ่มเข้าหาบรรดาบิ๊กๆ ผู้มี “ตั๋วแต่งตั้ง”

เรียกได้ว่าช่วงนี้ตามสำนักงานนายพลใน “กรมปทุมวัน” ครึกครื้น หัวกระไดไม่แห้งเลยทีเดียว

โดยก่อนหน้านี้มีข่าวแว่วว่า ผบ.ตร.จะมีคำสั่งคืนอำนาจให้ผู้บัญชาการหน่วยเป็นผู้แต่งตั้งตำรวจตั้งแต่ระดับรอง ผบก.-สว.เองทั้งหมด

แต่เมื่อเปิดบันทึกข้อความที่ 0009.231/ว63 ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2562 เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ถึงผู้บัญชาการ (ผบช.) หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผู้บังคับการ (ผบก.) ในสังกัดสำนักงาน ผบ.ตร. หรือตำแหน่งเทียบเท่า

ไล่เรียงรายละเอียดชัดเจนว่า ด้วยขณะนี้อยู่ในห้วงระยะเวลาการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งระดับ สว. ถึงรอง ผบก. วาระประจำปี 2562 ซึ่งจะต้องดำเนินการตามมาตรา 58 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 7/2560 ลง 20 กุมภาพันธ์ 2560 เรื่องการปรับปรุงระบบพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ คำสั่ง ตร.ที่ 297/2562 ลง 10 พฤษภาคม 2562 เรื่องการมอบหมายอำนาจการสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ซึ่งมอบหมายอำนาจการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งระดับรอง ผกก.ลงมา ใน บช. ที่มิได้สังกัด สง.ผบ.ตร. ให้ ผบช. หรือตำแหน่งเทียบเท่าที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยเป็นผู้สั่งแต่งตั้ง ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลง 25 กรกฎาคม 2561 เรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจตามหลักอาวุโส กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2561 กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2562 และระเบียบกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ชัดเจนว่า ผบ.ตร.ยังกุมอำนาจแต่งตั้งระดับรอง ผบก.-ผกก. ไว้ที่ตนเองหรือไม่

ทั้งนี้ ไทม์ไลน์การแต่งตั้งวางไว้

วันที่ 29 ตุลาคม 2562 คือการจัดทำบัญชีข้อมูลผู้เหมาะสมเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ให้พิจารณาดำเนินการตามกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2561 ข้อ 23(2) (3) และข้อ 24 แล้วเสนอต่อผู้มีอำนาจแต่งตั้ง

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 บช.และ บก.ในสังกัด สง.ผบ.ตร. จัดส่งบัญชีข้อมูลเสนอแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งระดับ สว. ถึงรอง ผบก. ไปยัง ตร. (ผ่านกองทะเบียนพล (ทพ.))

ส่วน บช.ที่มิได้สังกัด สง.ผบ.ตร. ระดับ ผกก. และรอง ผบก.จัดส่งบัญชีข้อมูลเสนอแต่งตั้งข้าราชตำรวจไปยัง ตร. (ผ่าน ทพ.)

20 พฤศจิกายน ระดับ สว. และรอง ผกก. ซึ่งเป็นอำนาจของ ผบช. ให้ดำเนินการจัดทำบัญชีการแต่งตั้งให้เสร็จสิ้น แล้วส่งไปยังสำนักงานกำลังพล (สกพ.) (ผ่าน ทพ.)

27 พฤศจิกายน 2562 ตรวจความซ้ำซ้อนของตัวบุคคลกับตำแหน่งที่ได้รับการแต่งตั้ง และหลังจากได้รับแจ้งผลการตรวจสอบจาก ทพ.แล้ว ให้มีคำสั่งแต่งตั้งพร้อมกันทุกหน่วย

โดยคำสั่งแต่งตั้งมีผลใช้บังคับพร้อมกัน 2 ธันวาคม 2562

โดยการแต่งตั้งรอบนี้ “บิ๊กแป๊ะ” ยังได้วางกฎเหล็กเอาไว้ว่า กลุ่มอาวุโสร้อยละ 33 ให้เสนอหรือดำเนินการแต่งตั้ง เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นทุกราย เว้นแต่รายใดถูกตั้งกรรมการวินัยร้ายแรง หรือถูกดำเนินคดีอาญา หรือพิจารณาแล้วเห็นว่าข้าราชการตำรวจรายดังกล่าวไม่มีความเหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ด้วยเหตุผลด้านการปฏิบัติงาน

โดยให้พิจารณาเสนอและดำเนินการปรับย้ายไปดำรงตำแหน่งที่มีปริมาณและคุณภาพงานน้อยลง พร้อมทั้งระบุเหตุผลความจำเป็นโดยละเอียด

ผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถานีตำรวจระดับ ผกก. เมื่อดำรงตำแหน่งเดียวติดต่อกันครบ 4 ปี ให้เสนอแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งอื่นทุกราย, ข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งในวาระประจำปี 2561 ให้ดำเนินการได้เฉพาะเท่าที่จำเป็น หากหน่วยจะเสนอแต่งตั้งให้ระบุเหตุผลความจำเป็นโดยละเอียด

ข้าราชการตำรวจที่มีการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 22/2558 ลง 22 กรกฎาคม 2558 เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทางและการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายสถานบริการ ให้พิจารณาเสนอแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปดำรงตำแหน่งอื่นนอกพื้นที่ทุกราย

ย้ายระหว่างส่วนราชการหรือหน่วยงาน ให้ประสานทำความตกลงกันไว้เป็นหลักฐานให้ชัดเจน

โดยให้ถือปฏิบัติตามคำสั่ง ตร.ที่ 297/2562 ลง 10 พฤษภาคม 2562 เรื่อง การมอบหมายอำนาจการสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ โดยเคร่งครัด

สําหรับตำแหน่งว่างในการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ จากการเกษียณอายุราชการและลาออก ระดับรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) 173 ตำแหน่ง ผู้กำกับการ (ผกก.) 268 ตำแหน่ง รองผู้กำกับการ (รอง ผกก.) 453 ตำแหน่ง และสารวัตร (สว.) 680 ตำแหน่ง

ขณะเดียวกัน มีกระแสข่าวว่าตำรวจสายขั้วอำนาจเก่า ที่เคยผงาดในยุคที่ “ลูกพี่” กุมบัญชีการแต่งตั้งเกือบ 5 ปีที่ผ่านมา ต้องร้อนๆ หนาวๆ คาดว่าจะถูกย้ายล้างบาง โยกพ้นเก้าอี้สำคัญ ทั้งในสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ 191 รวมทั้งเก้าอี้ทำเลทองในนครบาล เปิดทางให้สายอำนาจของบรรดาบิ๊กๆ ในยุคนี้ส่งเด็กในคาถาที่เคยผิดหวังเข้ามาเสียบแทน

ทว่าตลอด 5 ปีที่ผ่านมา การแต่งตั้งมักล่าช้า เนื่องจากการแบ่งตั๋วไม่ลงตัวบ้าง แม้ในวันสุดท้ายที่บัญชีคำสั่งออก บรรดานักวิ่งยังไม่ถอดใจ หวังได้ตำแหน่งในทำเลทอง ก็ยังวิ่งสกัดเตะตัดขาคนอื่นไปอยู่นอกหน่วยบ้าง เพื่อให้ตนเองได้นั่งในตำแหน่งที่ต้องการ

เรียกได้ว่าการแต่งตั้งที่ผ่านมาหลายปีไม่เคยมีความแน่นอนในกรอบระยะเวลา

สร้างความละเหี่ยใจให้บรรดาเหล่าสีกากี

ได้แต่ฝากความหวังไว้ที่ “บิ๊กแป๊ะ” จะแก้ไขความไม่แน่นอนและสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้เกิดขึ้นก่อนเกษียณอายุราชการในอีก 1 ปีได้หรือไม่ ซึ่งการแต่งตั้งนายพันจะเสร็จทันตามกำหนด 30 พฤศจิกายนหรือไม่ คงต้องลุ้นกัน

สิ่งที่อยากฝากให้บรรดาเหล่านักวิ่งจะต้องอยู่ในโลกของความเป็นจริง มีทั้งสมหวังและไม่สมหวัง “เวลาขึ้นอย่าหลง เวลาลงอย่าท้อ”

ต้องยอมรับในสัจธรรมการแต่งตั้งโยกย้ายที่ทุกคนมีหลายบทบาท ทั้ง “ผู้เลือก ผู้ถูกเลือก จำเป็นต้องเลือก และไม่มีโอกาสได้เลือก”

บทความก่อนหน้านี้“เพื่อไทย” พร้อมหนุนผู้หญิงมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น
บทความถัดไปวงค์ ตาวัน | ไม่หักด้ามพร้าคืออยู่เป็น