หลังเลนส์ในดงลึก / ปริญญากร วรวรรณ/‘ขั้นตอนสุดท้าย’

ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ
: กวาง และ อีกา : พวกมัน มีมิตรภาพ ที่ดีต่อกัน อยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพา อย่างได้ประโยชน์ เป็นวิถีของเหล่าสัตว์ป่า

หลังเลนส์ในดงลึก/ปริญญากร วรวรรณ

‘ขั้นตอนสุดท้าย’

 

..ตลอดระยะเวลาที่ทำงานมา

มีสิ่งหนึ่งที่ผมรู้และเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่าทำงานถ่ายภาพสัตว์ป่า สำหรับผมการกดชัตเตอร์คือขั้นตอนสุดท้ายของการทำงาน ซึ่งไม่ได้รวมกระบวนการทำงานกับรูปซึ่งจำเป็นและเป็นอีกขั้นตอน

ก่อนถึงขั้นตอนสุดท้ายมีงานมากมายที่ต้องทำ

เข้าไปอยู่ในบ้านของสัตว์ป่า เดินทางบนเส้นทางทุรกันดาร รวมถึงปรับตัวให้เข้าได้กับคน

การหาตัวสัตว์ป่าให้พบคือสิ่งสำคัญสูงสุด

แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือพยายามลดความเป็นสิ่งแปลกปลอมและการไม่ยินดีต้อนรับจากเจ้าของบ้าน

พูดง่ายๆ ว่ารบกวนสัตว์ป่าให้น้อยที่สุด

เรียนรู้ ทำความเข้าใจ เคารพ เชื่อฟังในที่สัตว์ป่าสอนตักเตือน พวกมันจะอนุญาตให้พบ

และจะได้ทำในขั้นตอนสุดท้าย

คือการกดชัตเตอร์

 

ในป่าด้านตะวันตกปลายเดือนตุลาคม

บนเส้นทางจากหน่วยพิทักษ์ป่าสู่สำนักงานเขตระยะทาง 30 กิโลเมตร

15.30 นาฬิกา

ผมปรับตำแหน่งเกียร์สโลว์เบามาอยู่ในตำแหน่งสโลว์หนักและใส่เกียร์หลักเป็นเกียร์สอง

เนินข้างหน้าไม่เป็นเพียงร่องลึก แต่อยู่ในสภาพที่ดินข้างบนเริ่มแข็งและในร่องยังเป็นโคลนเละๆ

หลังทิ้งช่วงไปพักใหญ่ ฝนตกลงมาตลอดสัปดาห์ เพิ่งหยุดไปเมื่อ 3 วันก่อน

ผู้ที่ใช้เส้นทางนี้มายาวนาน ยอมรับว่านี่เป็นช่วงที่เส้นทางยากสุดของปี

ไม่ใช่ตอนฝนหนักๆ ทาง เละมากๆ หรอก

แต่เป็นช่วงที่เรียกว่ากำลังหนืดนี่แหละ

 

ผมเร่งเครื่องขึ้นเนินรับรู้ถึงความหนืดและเสียงครูดใต้ท้องรถ

ประสบการณ์สอนให้รู้ว่าเมื่อพบกับสภาพทางอย่างนี้ เร่งเครื่องอย่างเดียวไม่ได้ต้องมีผ่อนและเร่งให้ถูกจังหวะ

อีกราว 20 เมตรจะพ้นเนิน แม้จะเร่งเครื่องสุดแต่รถไม่ขยับ ผมใส่เกียร์ถอยหลัง หวังให้รถขยับ และจะพุ่งขึ้นไปใหม่

ถอยมาได้ไม่ถึงครึ่งเมตร สภาพแบบนี้ผมรู้แล้วว่าล้อแขวนลอย ส่วนเพลาจมในโคลน

ผมปีนออกทางหน้าต่าง ร่องลึกเกินกว่าจะเปิดประตูได้ เหยียบบนพื้นที่จมถึงข้อเท้า

ก้มดูใต้ท้องรถเป็นอย่างที่คาด

รถติดหล่มลักษณะนี้ไม่ใช่ปัญหาเลย ถ้าวินซ์หรือรอกหน้ารถใช้งานได้และมีเพื่อนร่วมทางสัก 5-6 คน

แต่ผมกำลังพบกับปัญหาที่วินซ์เสียใช้งานไม่ได้กว่าเดือนแล้ว

และอยู่ลำพัง

 

“ให้ผมไปส่งที่เขตเถอะ มีอะไรจะได้ช่วยกัน” อดิเทพคู่หูพูดขณะช่วยจัดสัมภาระบนกระบะให้เข้าที่ เขาใช้เชือกมัดแน่นหนา

จอบ เสียม เลื่อย เขาวางบนๆ เพื่อหยิบใช้ง่าย

“ถึงเขตแล้วรุ่งขึ้นผมเดินกลับ”

“อย่าเลยครับ” ผมปฏิเสธความหวังดี การที่เขาต้องเดินกลับในระยะทาง 30 กิโลเมตร เพียงเพราะไปส่งผมคงไม่ใช่เรื่อง

“เกิดมีไม้ล้มหรือรถติดจะได้ช่วยกันขุด” เขาห่วง

“ไม่เป็นไร” ผมยังยืนยัน

เราเพิ่งกลับจากจุดที่ไปเฝ้ารอสัตว์ป่า ผมกดชัตเตอร์ไปมาก ทั้งกระทิงและกวางต่างออกมาให้พบ

ที่นั่นห่างจากหน่วยพิทักษ์ป่าในระยะการเดินหกชั่วโมง เดินผ่านทุ่งหญ้าสูงท่วมหัว ผ่านป่าดิบเขาลัดเลาะไปตามสันเขาซึ่งขึ้นและลงชันๆ

ระยะทางและความรกทึบไม่ใช่อุปสรรค

แต่เมื่อต้องแยกอุปกรณ์สัมภาระหนักรวมทั้งเสบียงทำให้เดินได้ช้า

อดิเทพพาหลีกเลี่ยงด่านใหญ่เดินง่ายเลือกใช้ด่านเล็กๆ รกๆ ที่สัตว์ป่าไม่ค่อยใช้เดินยาก

“กลิ่นคนจะติดอยู่ตามด่านสัตว์มันรู้” เขาให้เหตุผล

เราหยุดพักบ่อยๆ หลังหยุดพักยกเป้ขึ้นบ่า ผมนึกถึงประโยคหนึ่งที่มักนึกถึงเสมอ

“แล้วมันจะผ่านไป”

อีกไม่นานเราจะถึงแคมป์ข้างลำห้วยที่ชุดลาดตระเวนใช้ประจำได้ถอดรองเท้าเปียกชื้นสำรวจหาทากและเห็บตามตัวอาบน้ำเย็นๆ กินข้าวนั่งผิงไฟอุ่นๆ

ช่วงเวลานั้นรออยู่ เพียงแต่ผมต้องผ่านเวลานี้ไปให้ได้ก่อนเท่านั้น ..

 

รถจมโคลนลักษณะนี้ต้อง “กระดี่” คืองัดให้ล้อลอยหาไม้หรือหินมารองใต้ล้อเพื่อให้ส่วนจมโคลนลอยพ้นขึ้นมา

วิธีการนี้ทำไม่ได้เพียงลำพัง

เหลืออีกวิธีคือขุดดินใต้ท้องรถ ผมหยิบเสียมจากหลังรถเริ่มแก้ไขปัญหา ทำไปได้สักพักเริ่มหิว อดิเทพจัดข้าวใส่กล่องมาให้ในกล่องมีข้าวกับไข่ต้มหนึ่งฟอง น้ำพริกปลาป่นอีกหยิบมือ

“ข้าวไม่ต้องห่อหรอก เดี๋ยวกำล่ะ” ผมบอกเขา “กำล่ะ” หมายถึง จะเป็นลาง รถเสียรถติดเดินทางไม่สะดวก

“ไม่กำล่ะ หรอกเอาไปดีกว่า” เขารู้ว่าผมพูดเล่น

ที่จริงเวลาอยู่ในป่า ขณะผมแบ่งข้าวและกับข้าวใส่ใบไม้วางโคนต้นไม้ใหญ่ เชิญเจ้าป่าเจ้าเขามาร่วมกินอาหาร อดิเทพมองเฉยๆ

เขาเปลี่ยนจากการนับถือผีมานับถือ “พระเจ้า” นานแล้ว

“นับถือพระเจ้าองค์เดียวพอไม่วุ่นวาย ผีมีเยอะแยะ” เขาบอกผมอย่างนี้

หลายครั้งเขาทำให้ผมรู้สึกคล้ายกับว่า

ผม “ถอยห่าง” จากเมืองมาไกลพอสมควร ..

 

ผมใช้เวลาไม่น้อยกับการขุดดินใต้ท้องรถสลับการขึ้นไปลองขยับรถ

ร่วมหกโมงเย็นผมผ่านเนินนั้นมาได้ท้องฟ้ามืดแล้ว

พ้นจากเนินผมจอดข้างห้วยเพื่อล้างโคลนออกจากตัวบ้าง

จากที่นี่เส้นทางมีแอ่งลึกๆ บ้าง แต่ผ่านได้ไม่ยาก

อีกไม่ถึงชั่วโมงผมจะถึงเขต

ที่บ้านบุญชัยผมจะได้กินข้าวร้อนๆ กับข้าวอร่อยๆ บุญชัยจะขยั้นขยอให้ผมจิบยาดอง โดยบอกสรรพคุณว่าแก้เมื่อย

เรื่องรถติดจะกลายเป็นเรื่องเล่าขำๆ

รายล้อมด้วยป่าทึบ แสงไฟหน้ารถสาดส่อง เครื่องยนต์ส่งเสียง ผมบังคับรถไปตามทางคดเคี้ยว

“แล้วมันจะผ่านไป”

ความทุกข์ ความสุข อุปสรรค ปัญหาอยู่ไม่นาน

กวางตัวผู้สลัดเขาใหญ่ของมันทิ้งเมื่อถึงเวลานกยูงตัวผู้เช่นกันมันสลัดหางยาวๆ ทิ้งอย่างไม่ใยดีเมื่อหมดช่วงเวลาแห่งความรัก กระทิงตัวผู้ก็ไม่ได้มีขนดำเงางามตลอดปี

กวาง, นกยูง พวกมันรู้ดีว่าเขาใหญ่ๆ หางยาวๆ สวยงามนั่นแท้จริงคือ อุปสรรคในการดำรงชีวิตด้วยซ้ำ

ไร้เขาใหญ่โต หางยาวสลวย คือช่วงเวลาแห่งความเบาสบาย

เขาใหญ่โต หางสวยงามไม่ใช่สิ่งควรอาลัย

 

สัษหรับผมกดชัตเตอร์เป็น “ขั้นตอนสุดท้าย” ของการทำงาน

มีเรื่องราวมากมายที่ต้องทำ ก่อนหน้าที่จะกดชัตเตอร์

และเรื่องราวก่อนหน้านี่แหละที่ผมมักทำพลาดเสมอๆ

 

 

 

 

บทความก่อนหน้านี้แมลงวันในไร่ส้ม/ ดัน ‘มาร์ค’ นั่ง ปธ.กมธ. โหมโรงข่าวแก้ รธน. เส้นทางยัง ‘คดเคี้ยว’
บทความถัดไปสุจิตต์ วงษ์เทศ /ขวัญเอ๋ยขวัญมาจากไหน?