ธงทอง จันทรางศุ | มัคนายก ไวยาวัจกร

ธงทอง จันทรางศุ

ยิ่งอายุมากขึ้นผมก็รู้สึกว่าตัวเองใกล้จะเป็นรายการภาษาไทยวันละคำเข้าไปทุกทีแล้ว

เพราะมีผู้อ่อนอายุกว่ามาถามความหมายของคำโน้นคำนี้อยู่เสมอ ว่าหมายความว่าอะไร

บางคำก็น่าเห็นใจเพราะเป็นคำที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ เช่นคำว่าศาสตราภิชาน ที่เคยพูดถึงในที่นี้ไปแล้ว เมื่อไม่นานมานี้

แต่คำบางคำก็เป็นคำเก่าที่ใช้มานานนับร้อยปีแล้ว แต่พอตกมาถึงยุคปัจจุบันก็เริ่มจะสับสนงงด้วยกันว่าคืออะไรกันแน่

มาว่ากันสักคำสองคำดีไหมครับ

วันนี้รายการภาษาไทยวันละคำภูมิใจเสนอคำว่า มัคนายก และคำว่า ไวยาวัจกร

คำแรกคือคำว่ามัคนายกนั้น ถ้าไปเปิดพจนานุกรมของราชบัณฑิตยสถานดูก็จะพบว่าหมายถึง ผู้นำทาง คือผู้จัดการทางกุศลหรือผู้ที่แจ้งทางบุญทางกุศลและป่าวประกาศให้ประชาชนมาทำบุญทำกุศลในวัด

คำคำนี้บางทีเรียกเพี้ยนไปเป็นคำว่า มัคทายก ซึ่งเป็นคำที่ไม่มีในสารบบ และแปลไม่ได้ครับ

ที่เป็นดังนั้นอาจจะเพราะเหตุว่าคนไทยคุ้นกับคำว่าทายกมาก่อน

ลำพังแต่คำว่าทายกนั้น แปลว่าผู้ถวายจตุปัจจัยแก่ภิกษุสามเณร เป็นคำสำหรับเรียกใช้ผู้ชายที่ทำหน้าที่ดังกล่าว ถ้าเป็นผู้หญิงต้องใช้คำว่า ทายิกา

พูดกันไปมาก็เลยเกิดความสับสนและเอาคำสองคำนี้มาอยู่ด้วยกันเสียเฉยๆ อย่างนั้นแหละ เกิดเป็นภาษาปากที่กล่าวว่า มัคทายก

ซึ่งอันที่จริงแล้วผู้พูดตั้งใจจะให้หมายถึงมัคนายกต่างหาก

การที่ใครจะได้เป็นมัคนายกนี้ ไม่ต้องมีการออกประกาศแต่งตั้ง เพราะเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามธรรมเนียมประเพณีที่มีอยู่ในวัดต่างๆ แต่ละวัดจะมีมัคนายกก็ได้ ไม่มีมัคนายกก็ได้ บางทีก็อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นตำแหน่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

ผู้คนที่ไปทำบุญที่วัดนั้นบ่อยๆ ยกย่องนับถือใครให้เป็นหัวหน้าในเวลามีพิธีการ เช่น เป็นผู้กล่าวอาราธนาศีล อาราธนาธรรม หรือเป็นผู้นำสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย เป็นหัวหน้านัดแนะในการทำบุญกุศลต่างๆ ใครคนนั้นก็ได้เป็นมัคนายกโดยสภาพ

ลองนึกดูถึงข้อเท็จจริงว่าเราไปวัดแห่งหนึ่ง สมมุติว่าเป็นวันพระ มีการประชุมพร้อมกันเพื่อฟังเทศน์ในศาลาการเปรียญ

มีคุณลุงคนหนึ่งอายุไม่น้อยแล้ว ท่าทางธรรมะธัมโม พอได้เวลาอันสมควรคุณลุงกระแอมให้เสียงเป็นสัญญาณ ว่าจะเริ่มพิธีแล้วนะ

ว่าแล้วก็ลงมือจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยแล้วกล่าวนำพวกเราทั้งหลายอาราธนาศีลคือขอศีลห้า ต่อด้วยอาราธนาธรรมเพื่อพระภิกษุจะได้แสดงพระธรรมเทศนา

คุณลุงท่านนี้แหละครับคือมัคนายก ไม่ต้องมีใบประกาศแต่งตั้งอะไรทั้งนั้น แต่ได้ทำหน้าที่นี้เพราะคนทั้งหลายยกย่องนับถือขอให้คุณลุงเป็นผู้นำของเรา

มาถึงคำอีกคำหนึ่งคือคำว่าไวยาวัจกร คำนี้พจนานุกรมได้ให้ความหมายว่า หมายถึงคฤหัสถ์ผู้ได้รับแต่งตั้งให้มีหน้าที่เบิกจ่ายนิตยภัตและมีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาจัดการทรัพย์สินของวัดตามเจ้าอาวาสมอบหมายเป็นหนังสือ

นอกจากนั้น คำคำนี้ยังปรากฏอยู่ในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ มาตรา 23 ที่กำหนดให้การแต่งตั้งถอดถอนพระอุปัชฌาย์ เจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส พระภิกษุอันเกี่ยวกับตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ตำแหน่งอื่นๆ และไวยาวัจกร ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎมหาเถรสมาคม

พูดไปพูดมาต้องขอแถมอีกสองคำครับ แต่เสนอแบบย่อแล้วกัน

คำว่า คฤหัสถ์ หมายถึงผู้ครองเรือน หรือฆราวาส คือชาวบ้านทั่วไปแบบท่านผู้อ่านและผม

ส่วน นิตยภัต ตามรูปศัพท์แท้ๆ หมายถึงอาหารหรือค่าอาหารที่ถวายภิกษุสามเณรเป็นประจำ แต่เดิมเป็นเรื่องที่พระมหากษัตริย์พระราชทานแด่พระภิกษุสามเณร ปัจจุบันเป็นเรื่องที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้รับงบประมาณแผ่นดินเพื่อดำเนินการเบิกจ่ายถวายอุดหนุนแด่พระภิกษุผู้ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ พระภิกษุสงฆ์ที่มีตำแหน่งหน้าที่ในทางราชการต่างๆ เรื่อยไปจนถึงพระเปรียญธรรมเก้าประโยค

โดยนัยนี้ ใครจะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งไวยาวัจกรของวัดใดได้ ต้องมีการประกาศแต่งตั้งโดยมีหนังสืออย่างเป็นทางการ และใช่ว่าเจ้าอาวาสจะแต่งตั้งได้ตามใจชอบโดยไม่มีกฎเกณฑ์ครับ หากแต่ต้องทำตามกฎมหาเถรสมาคมให้ถูกต้อง เช่น ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้

เมื่อเจ้าอาวาสคัดเลือกผู้ใดได้แล้ว ต้องเสนอชื่อนั้นต่อเจ้าคณะอำเภอเพื่อให้ความเห็นชอบก่อนที่จะออกประกาศแต่งตั้งต่อไป

หน้าที่ของไวยาวัจกรนั้นก็เป็นเรื่องการจัดการธุระตามที่กฎหมายกำหนด คือดูแลเบิกจ่ายนิตยภัต กล่าวคือ เป็นธุระประสานงานติดต่อกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเพื่อเบิกจ่ายเงินงบประมาณส่วนนี้ให้ถูกต้องเรียบร้อย นอกจากนั้นก็มีอำนาจหน้าที่ในการดูแลรักษาจัดการทรัพย์สินของวัดตามที่เจ้าอาวาสมอบหมาย นอกจากนั้น ก็อาจมีหน้าที่อื่นตามที่เจ้าอาวาสเห็นสมควรให้ปฏิบัติด้วย

แต่ต้องระมัดระวังนะครับว่าไวยาวัจกรไม่ใช่ผู้ที่ทำอะไรแทนวัดได้โดยอัตโนมัติ เพราะวัดซึ่งเป็นนิติบุคคล มีผู้แทนนิติบุคคลคือเจ้าอาวาส ไวยาวัจกรจะทำอะไรโดยพลการไม่ได้ ต้องเจ้าอาวาสท่านสั่งหรือมอบหมายเท่านั้น

ไวยาวัจกรนี้มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา หมายความว่าถ้าปฏิบัติหน้าที่แล้วไปยักยอกเงินของวัดมาเป็นประโยชน์ส่วนตัว ไปรับสินบาทคาดสินบนในการจัดการทรัพย์สินของวัด ก็จะต้องรับโทษหนักขึ้นในระวางโทษอย่างเจ้าพนักงานกระทำความผิด ติดคุกกันหัวโตเลยเชียวล่ะ

แต่ละวัดอาจจะมีไวยาวัจกรมากกว่าหนึ่งคนก็ได้ครับ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ต้องแบ่งปันหน้าที่กันให้ชัดเจนว่าใครมีหน้าที่ทำเรื่องอะไรอย่างไร จะได้ไม่สับสนอลหม่าน

พูดถึงตำแหน่งไวยาวัจกรนี้แล้ว ผมมีความคุ้นเคยเป็นพิเศษ ผมคงไม่สามารถบอกใครได้หรอกครับว่าผมเป็นมัคนายกวัดไหน เพราะนานปีทีหนถึงจะไปนำใครสวดมนต์เข้าสักครั้ง

แต่ผมเป็นไวยาวัจกรมายี่สิบกว่าปีแล้วครับ

หลังจากผมได้บวชเป็นพระภิกษุได้หนึ่งพรรษาเต็มเมื่อพุทธศักราช 2538 ที่วัดโสมนัสวิหาร ริมคลองผดุงกรุงเกษมใกล้กันกับทำเนียบรัฐบาลนี่เอง

หลังจากลาสิกขามาได้ไม่นาน เจ้าอาวาสวัดโสมนัสวิหารก็เมตตาให้ผมทำหน้าที่เป็นไวยาวัจกรของวัดดังกล่าว

โดยมีไวยาวัจกรอีกท่านหนึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ร่วม ทุกอย่างก็ดำเนินมาด้วยความเรียบร้อยจนทุกวันนี้

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จแทนพระองค์มาถวายผ้าพระกฐินหลวงที่วัดโสมนัสวิหารเป็นปีแรก

หลังจากเว้นว่างมานานหลายสิบปี งานสำคัญอย่างนี้แม้จะอยู่นอกเหนือจากการเบิกจ่ายนิตยภัตและการดูแลรักษาจัดการทรัพย์สินของวัด แต่ทางวัดก็ได้เมตตาให้ผมได้สนองงานพระศาสนา เป็นผู้ประสานกับหน่วยงานต่างๆ ให้เกิดความราบรื่นเรียบร้อย

นี่ก็เป็นหน้าที่อย่างหนึ่งของไวยาวัจกร ที่ท่านมอบหมายเฉพาะกิจ

ในเวลาที่จะต้องเบิกผู้โดยเสด็จพระราชกุศลบริจาคเงินบำรุงพระอารามเข้ารับพระราชทานของที่ระลึก เป็นธรรมดาอยู่เองที่ต้องมีฆราวาสสักคนหนึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่ดังกล่าว เป็นการแปลกประหลาดเต็มที่ถ้าจะให้พระภิกษุรูปใดรูปหนึ่งมาทำหน้าที่นี้ หน้าที่นี้จึงเป็นของใครไปได้นอกจากผู้ที่เป็นไวยาวัจกร

ขนาดว่าผมเป็นไวยาวัจกรมายี่สิบกว่าปีแล้วยังตื่นเต้นเลยครับ เพราะเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยทำงานลักษณะอย่างนี้มาก่อน

ตกลงเป็นที่เข้าใจทั่วกันแล้วนะครับว่ามัคนายกคืออะไร และต่างกับไวยาวัจกรอย่างไร จะมีที่เหมือนกันอยู่อย่างเดียวครับคือเดินเข้า-ออกนอก-ในวัดอยู่เป็นประจำ จนคนเฝ้าประตูวัดคุ้นหน้าแล้ว

เอาไว้แก่กว่านี้อีกสักหน่อย ผมว่าจะหาผ้าขาวม้ามาพาดบ่าแล้วนำสวดมนต์เช้า-เย็น ถึงตอนนั้นจะควบสองตำแหน่ง เป็นมัคทายกด้วย เป็นไวยาวัจกรด้วย

รวยแย่เลยครับ ตำแหน่งไม่มีเงินเดือนทั้งนั้น แต่รวยบุญกุศล หาบหามกันไม่ไหวเลยทีเดียว

อิจฉาผมละสิ

บทความก่อนหน้านี้มือมีดทำร้ายส.ส.ฮ่องกงฝ่ายเชียร์จีน ท่ามกลางชุมนุมประท้วงยืดเยื้อ
บทความถัดไปจากคดี “เศรษฐินีสายธรรมะ” ย้อนไป “เอกยุทธ อัญชันบุตร” ว่าด้วย “โชเฟอร์มรณะ”