ฟ้า พูลวรลักษณ์ | ชาวอังกฤษช่างเปราะบางอะไรปานนั้น นั่นคือสังขารของพวกเขาแต่ละชีวิต

ฟ้า พูลวรลักษณ์

หนังสือเรียนสำหรับเด็ก เล่มใหม่ (๔๙)

ไม่นานมานี้ ฉันเดินทางไปประเทศอังกฤษ สมัยก่อนฉันไปบ่อย แต่ปัจจุบัน ฉันนานๆ ไปที ฉันต้องนั่งเครื่องบิน ๑๒ ชั่วโมง รู้สึกทรมาน

สิบสองชั่วโมงยังรู้สึกทรมานถึงเพียงนี้ ฉันอดคิดไม่ได้ ถึงการเดินทางไปดาวซีรีอุส ซึ่งเป็นดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้โลกของเรา อยู่ห่างออกไป 8.6 ปีแสง ซึ่งหากเดินทางด้วยความเร็วของยาน Voyager2 จะใช้เวลาร่วมสามแสนปี อันนั้นไม่ต้องพูดถึง

สมมุติมนุษย์ในวันหนึ่ง สามารถสร้างยานที่มีความเร็วสูง เรียกว่าสักครึ่งหนึ่งของความเร็วแสง ฉันจะไปถึงใน ๑๗ ปี

แต่สิบเจ็ดปี ช่างเป็นกาลเวลาอันยาวนานอะไรปานนั้น และฉันต้องนั่งอยู่ในพื้นที่แคบๆ ตลอดเวลา นี้เป็นความทรมานระดับไหนกัน ในหนัง เรามักเห็นภาพผู้โดยสารนอนหลับ อยู่ในแคปซูล แต่สมมุติว่า หากฉันไม่นอนตลอดการเดินทางล่ะ จะทำอะไร

สมมุติว่ามนุษย์สร้างยานเช่นนั้นได้ และฉันจะต้องเดินทางไปคนเดียว ที่จริง การเดินทางคนเดียวน่าจะดีที่สุด การอยู่รวมกันหลายคนในยานที่มีพื้นที่จำกัดจะยิ่งทรมาน เราคงอึดอัดแย่ และทะเลาะกันในที่สุด

ฉันจะใช้ชีวิตอย่างไรนะ ในสิบเจ็ดปีนั้น

สิ่งที่น่าจะทำคือ มีหุ่นยนต์ที่สามารถเป็นครูของฉันได้ อาจมีหุ่นยนต์หลายตัว หรือตัวเดียวแต่มีความรอบรู้สารพัด ฉันจะ

๑ เรียนฟิสิกส์

๒ เรียนชีววิทยา

๓ เรียนประวัติศาสตร์

๔ เรียนภาษา

๕ เรียนวรรณกรรม

๖ เรียนปรัชญา

แน่ละ เรียนวิชาการสารพัด เพียงเพื่อฆ่าเวลา เพื่อทำให้สมองของฉันมีการเคลื่อนไหว มีพัฒนาการ เหมือนเด็กคนหนึ่งในห้องเรียน ไม่ได้เรียนเพื่อจุดประสงค์อื่นใด นี้คือห้องเรียนที่เงียบที่สุดในจักรวาล

ในที่สุดสิบเจ็ดปีก็ผ่านไป และฉันไปถึง

จากนั้นไฮไลต์ของการเดินทางก็มาถึง นั่นคือการสำรวจสุริยจักรวาลของดาวซีรีอุส ฉันอาจใช้เวลาสักหนึ่งเดือนหรือหนึ่งปีที่นั่น แล้วกลับบ้าน

แต่ทว่า สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ การเดินทางกลับ

สิบเจ็ดปีต่อมา ฉันเดินทางกลับบ้าน ซึ่งเป็นคนละความรู้สึกเมื่อเทียบกับขาไป ด้วยเพราะว่า บัดนี้ฉันรู้แล้วว่า กำลังจะเจอกับอะไรหากกลับบ้าน ผิดกับตอนขาไป ซึ่งเป็นการสำรวจในระบบสุริยจักรวาลใหม่ ไปเจอกับดาวเคราะห์ดวงใหม่ และเจอดวงอาทิตย์ดวงใหม่ ไปเจอกับสิ่งที่ไม่รู้

การกลับบ้าน เป็นความรู้สึกดั้งเดิม

มันซึ้งใจยิ่งนัก

แต่ก่อนอื่นฉันต้องเรียนหนังสืออีกสิบเจ็ดปี

๑ เรียนฟิสิกส์

๒ เรียนชีววิทยา

๓ เรียนประวัติศาสตร์

๔ เรียนภาษา

๕ เรียนวรรณกรรม

๖ เรียนปรัชญา

และแล้วสิบเจ็ดปีผ่านไป ฉันก็เดินทางกลับมาถึงโลก

บัดนั้นเองไฮไลต์ที่สองของการเดินทางครั้งนี้ก็มาถึง

คิดดูจริงๆ แล้ว ไฮไลต์ที่สองนี้ มหัศจรรย์ยิ่งกว่าไฮไลต์แรกเสียอีก เพราะบัดนี้ชีวิตของฉันคือนวนิยายจริงๆ แล้ว ด้วยเพราะกาลเวลาของโลกกับของฉันจะแตกต่างกัน ด้วยยานที่มีความเร็วครึ่งหนึ่งของแสง กาลเวลาของโลกจะผ่านไป ๗๖ ปี ในขณะที่ฉันจะใช้เวลาเพียง ๓๔ ปี เราจะมีช่องว่างห่างกัน ๔๒ ปี

และช่องว่างที่ห่างกัน ๔๒ ปีนี้แหละ คือนวนิยาย

บัดนี้ชีวิตของฉัน คือนวนิยายที่กลายมาเป็นชีวิตจริง นี้คือความมหัศจรรย์อย่างล้ำลึก

นี้คือความมหัศจรรย์ของจักรวาลนี้ มันเป็นไปเอง มันเป็นกฎพื้นฐานของฟิสิกส์ แต่ทว่า มีกำลังยิ่งนัก อยู่ตรงหน้าของเรานี่เอง เพียงแต่มีเงื่อนไขนิดหน่อย มันพลิกหมด

อนิจจา น่าประหลาดยิ่งกว่าดาวดวงใดในจักรวาล นั่นคือการมาสู่กาลเวลาที่แตกต่าง การกลับมาเจอว่าทุกสิ่งบนโลกนี้ อยู่ห่างจากตัวฉัน ๔๒ ปี

แต่มันก็ธรรมดายิ่งนัก และความธรรมดานี้เองที่ถือเป็นที่สุด มันธรรมดาเพราะเป็นกฎพื้นฐาน เหมือนฉันเดินเข้าไปในสวรรค์หรือนรก ที่เป็นรูปธรรม เดินเข้าไปในอีกมิติหนึ่ง ทั้งที่ก็เป็นมิติเดิม

ชีวิตของฉันวนกลับมาอีกครั้ง คือกลับสู่ความธรรมดา แต่ยกกำลังสอง การเดินทางไปสู่ดวงดาวซีรีอุสอันแปลกประหลาด กลับกลายเป็นเพียงอารัมภบท

นิยาย ฉันเข้ามาในโลกแห่งนิยายแล้ว เหมือนเด็กน้อยกระโดยเข้าไปในหน้ากระดาษ และใช้ชีวิตอยู่ในนิยาย

เพื่อนฝูงของฉันอาจตายหมดแล้วก็ได้ หรือที่ยังอยู่ ก็ใกล้ตายแล้ว ทุกชีวิตที่ยังเคยเป็นเด็ก วันนี้ก็แก่ชราลง ทุกเมืองที่ฉันไป ก็อายุมากขึ้น ๔๒ ปี

นิยายเรื่องนี้ เขียนให้ใครอ่าน

มันคือนิยายที่เขียนขึ้นโดยจักรวาล

นี้คือหนึ่งสัมผัสที่ลี้ลับที่สุด แต่ก็ธรรมดาที่สุดด้วย การรวมสองสิ่งนี้เป็นหนึ่ง คือไฮไลต์ และนี้คือสิ่งที่ฉันใฝ่หามาตลอดชีวิต

ฉันครุ่นคิดในห้วงลึกของสิ่งนี้ จนเครื่องบินลงมาถึงลอนดอน สิบสองชั่วโมงผ่านไป

เมื่อฉันเดินออกไป และเจอชาวอังกฤษ สิ่งแรกที่กระทบจิตของฉันคือ ชาวอังกฤษช่างเปราะบางอะไรปานนั้น นั่นคือสังขารของพวกเขาแต่ละชีวิต

อาจเพราะหลายปีมานี้ ฉันไม่ได้เจอพวกเขาจริงๆ เลย เคยเห็นแต่พวกฝรั่งในภาพยนตร์ ซึ่งภาพที่เห็นในหนัง ล้วนใหญ่โตกว่าความเป็นจริง จนฉันก็จะลืมเลือนสิ่งเล็กๆ นี้ไป

พวกเขาอ่อนแอหมดทั้งผู้หญิง หรือผู้ชาย เด็กหรือหนุ่มสาว

มันคือความจริงต่อหน้า มันคือความเปราะบางของสังขาร

บทความก่อนหน้านี้คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง / ฉลองทีปาวลี : ทำความเข้าใจ “พระแม่ลักษมี”กันเถิด
บทความถัดไปปริศนาโบราณคดี : “มนุษย์สิงห์” สฟิงซ์ของชาวมอญ-พม่า