ยานยนต์ สุดสัปดาห์/สันติ จิรพรพนิต/เจาะสเป๊ก อาวดี้ ‘เอ 1’ – ‘เอ 6’ ‘เก๋งเล็ก-เก๋งแวน’ ราคาน่าสน

สันติ จิรพรพนิต

ยานยนต์ สุดสัปดาห์/สันติ จิรพรพนิต [email protected]

เจาะสเป๊ก อาวดี้ ‘เอ 1’ – ‘เอ 6’

‘เก๋งเล็ก-เก๋งแวน’ ราคาน่าสน

 

ตลาดเก๋งยุโรปขนาดเล็กถือเป็นอีกหนึ่งตลาดยอดนิยมในบ้านเรา เนื่องจากสนนราคาไม่ได้สูงเกินเอื้อม ส่วนใหญ่อยู่ที่ 2 ล้านต้นๆ จึงเป็นที่นิยมของหนุ่มสาวที่พอมีอันจะกิน หรือผู้บริหารระดับกลางๆ เพราะอย่างไรก็ได้ชื่อว่าขับรถยุโรป

แน่นอนว่าขาใหญ่มาเมืองไทยไม่พ้นเมอร์เซเดส-เบนซ์ “เอ-คลาส” และบีเอ็มดับเบิลยู “ซีรี่ส์ 1”

แต่ตอนนี้มีอีกค่ายจากเยอรมนีที่นำรถในตลาดนี้เข้ามาแล้ว นั่นคือ “อาวดี้” กับรุ่น “เอ 1” หรือชื่อเต็มๆ คือ “The New Audi A1 Sportback”

อาวดี้ ประเทศไทย ภายใต้การบริหารของ “กฤษณะกร เศวตนันทน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ที่เพิ่งตั้งมาแค่ 3 ปี แต่ประสบความสำเร็จด้านยอดขายอย่างสูง เพราะได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ ที่ส่งรถราคาพิเศษ พรื้อมโปรโมชั่นอีกเพียบ เพื่อหวังตีตลาด

อาวดี้ ประเทศไทย ไม่ทำให้ผิดหวังเพราะสร้างยอดขายเติบโตก้าวกระโดดมาตลอด แต่ก่อนหน้านี้เน้นไปที่เก๋งกลาง-ใหญ่ หรือเอสยูวีเป็นหลัก

กระทั่งล่าสุดถึงคิวส่ง “น้องเล็ก” เข้ามาแชร์ตลาดบ้างแล้ว

เป็นรุ่นที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าทั่วโลก ในทุกประเทศที่ไปเปิดตัว

 

The New Audi A1 Sportback เป็นพรีเมียมคอมแพกต์คาร์ 5 ประตู อารมณ์สปอร์ต เน้นความโฉบเฉี่ยว ตัวถังภายนอกดูมีมัดกล้าม เส้นสายคมชัดเพิ่มความดุดันมากขึ้นด้วยชุดแต่ง S line อันเป็นเอกลักษณ์ของอาวดี้

กระจังหน้าทรงเหลี่ยมขนาดใหญ่เอกลักษณ์ของอาวดี้ มีขนาดที่กว้างเท่ากับช่องใต้ฝากระโปรง ซึ่งได้รับแนวคิดการผสมผสานการออกแบบของรถยนต์ Audi ในรุ่น Ur-quattro และ Sport quattro

ไฟหน้าออกแบบดูสปอร์ต พร้อมไฟเดย์ไทม์เข้าไว้ด้วยกัน เพิ่มมุมมองอารมณ์สปอร์ต ไฟท้ายมาในแนวนอน

ล้ออัลลอยลายสปอร์ต สีภายนอกแบบทูโทน

ขนาดตัวถัง 4.03 เมตร ยาวกว่ารุ่นก่อน 56 ม.ม. ความกว้าง 1.74 เมตร ความสูง 1.41 เมตร ช่วยให้รถมีบุคลิกสปอร์ต และมีผลดีต่อเรื่องของหลักอากาศพลศาสตร์ นอกจากนี้ ยังมีฐานล้อกว้าง โอเวอร์แฮงก์สั้น

 

ห้องโดยสารยังคงเอกลักษณ์ของ Audi A1 Sportback มาพร้อมเทคโนโลยีแบบ fully digital ออกแบบโดยมีผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง ไม่เพียงแค่ความสะดวกในการควบคุมรถ แต่ยังมีความเพลิดเพลินในการเดินทาง

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ virtual cockpit ขนาดใหญ่ 10.25 นิ้ว ระบบ MMI Radio plus

จอแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 8.8 นิ้ว มาพร้อมระบบ Audi smartphone interface รองรับ Android Auto และ Apple CarPlay

นอกจากนั้นแล้วยังรองรับการเชื่อมต่อบลูทูธ รองรับ MP3 ช่องเชื่อมต่อ USB 2 ตำแหน่ง

ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ แยกอิสระ 2 โซน

พื้นที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิม ช่วยบรรทุกสัมภาระได้มากขึ้น โดยพื้นที่เก็บสัมภาระตอนหลังมีความจุ 335 ลิตร และเพิ่มเป็น 1,090 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังลง

ขุมพลังเป็นเครื่องยนต์ TFSI 4 สูบ แถวเรียง แบบฉีดตรง พร้อมเทอร์โบชาร์จ ขนาด 1,498 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ S tronic 7 สปีด ให้อัตราเร่งที่ร้อนแรงจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลา 7.7 วินาที เท่านั้น และทำความเร็วสูงสุดได้ 222 กิโลเมตร/ชั่วโมง

สนนราคา 2.149 ล้านบาท

 

พร้อมกันนี้อาวดี้ยังแนะนำเก๋งแวนรุ่นใหม่ “The new Audi A6 Avant 45 TFSI quattro S line Black Edition” หลังประสบความสำเร็จจากรุ่นเล็กกว่าอย่าง “Audi A4 Avant”

รูปร่างหน้าตาภายนอก กระจังหน้าทรง 6 เหลี่ยมขนาดใหญ่ ไฟหน้าทรงแปลกตา

ตกแต่งเต็มอารมณ์สปอร์ตด้วยชุดแต่งแบบ Black Edition อาทิ กระจังหน้า ราวหลังคา กระจกมองข้าง แถบข้างตัวรถ ที่ตกแต่งด้วยสีดำ

หลังคาพาโนรามิกเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า

ภายในเบาะนั่งหุ้มหนัง Valcona และเบาะนั่งคู่หน้าแบบ Sports พร้อมสัญลักษณ์ S line เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชั่นบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งผู้ขับขี่

จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ Virtual cockpit plus ขนาด 12.3 นิ้ว ระบบ MMI Navigation plus with MMI touch response พร้อมจอแสดงผลแบบสัมผัส ขนาด 10.1 นิ้วระบบ Audi smartphone interface

จอควบคุมมัลติฟังก์ชั่นแบบสัมผัสพร้อมตอบสนองการสั่งงาน (haptic feedback) ขนาด 8.6 นิ้ว

ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม Bang & Olufsen พร้อมระบบเสียง 3 มิติ

พื้นที่จัดเก็บสัมภาระกว้างขวางขนาด 565-1,680 ลิตร

 

ระบบขับเคลื่อนแบบไมลด์ ไฮบริด (mild hybrid) ที่ให้ทั้งสมรรถนะ ความประหยัด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบฉีดตรง พร้อมเทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตร

ทำงานผสานกับเกียร์อัตโนมัติ S tronic 7 สปีด ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายในเวลา 6.2 วินาทีเท่านั้น และทำความเร็วสูงสุดได้ 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ช่วงล่างแบบสปอร์ต ระบบเลือกโหมดการขับขี่ (Audi drive select)

ความปลอดภัยจัดเต็มทั้งถุงลมด้านหน้า ด้านข้าง ม่านนิรภัยด้านข้าง

ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS (Traction control system)

ระบบควบคุมการทรงตัว ESC (Electronic control system with stabilization function)

เซ็นเซอร์หน้า-หลังช่วยในการนำรถเข้าจอด

กล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยจอด ฯลฯ

ราคา 4,299,000 บาท

บทความก่อนหน้านี้การ์ตูนที่รัก/นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์/วันหนึ่งฉันเจอเพนกวิน Penguin Highway
บทความถัดไปบทความพิเศษ /นงนุช สิงหเดชะ / เปลือยตัวตน ‘อนาคตใหม่’ ผ่านการโหวตกฎหมาย 2 ฉบับ