ย้อนที่มาที่ไป คดี “หนิง ปณิตา” จากโพสต์เดือด ฉะถูกไถ ตร.แจงไม่รู้จักรถหรู ดีเอสไอสอบมาเซราติ

แทบไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ ว่าเรื่องราวจากการโพสต์ข้อความในโลกโซเชี่ยลจะขยายผลไปไกลได้ถึงเพียงนี้

สำหรับกรณีที่ดาราสาว หนิง-ปณิตา สะใภ้ตระกูลธรรมวัฒนะ ที่โพสต์ภาพและข้อความลงในไอจีส่วนตัว

ถึงกรณีที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเรียกหยุด เพราะทำผิดกฎจราจร เปลี่ยนเลนในเส้นทึบ

แม้เจ้าตัวจะบอกว่ายอมรับผิดทุกอย่างแต่โดยดี ก็ไม่วายอารมณ์เสีย เพราะเห็นว่าตำรวจเขียนใบสั่งช้าเพราะคงต้องการเรียกรับเงินแลกกับการช่วยเหลือ

หรือที่เรียกว่าสินบนนั่นเอง!??

แถมไปไกลถึงขั้นโวยวายว่าหากยอมไปจะทำให้เสื่อมเสียทั้งระบบ กลายเป็นปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง

จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องออกมาชี้แจงว่าที่ล่าช้าเพราะตำรวจไม่รู้จักยี่ห้อรถหรูที่ดาราสาวขับ

อีกทั้งผลการตรวจสอบก็พบพิรุธ เมื่อทะเบียนรถที่ใช้เป็นของรถคันอื่น

อาจเข้าข่ายสวมทะเบียนรถ จนต้องตรวจสอบอย่างละเอียด

ขณะที่ฝ่ายดาราสาวต้องหอบกระเช้าไปขอโทษตำรวจที่จับกุม พร้อมยอมรับว่าใจร้อนเกินไป

เป็นอุทาหรณ์ของการใช้โซเชี่ยลมีเดีย ว่าต้องมีสติให้มากกว่าอารมณ์

● ‘หนิง’โพสต์ฉะตร.จ้องไถ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ต.ค. เมื่อดาราสาว หนิง-ปณิตา โพสต์รูปตัวเองพร้อมรถสปอร์ตหรู พร้อมข้อความ ว่า “ด้วยความไม่รู้ทาง วันนี้ต้องขับรถเองเพื่อเอารถไปเข้าฉาก ขับผิดเลนแล้ว หักออก ถูกตำรวจจับ ยอมรับมันคือสิ่งถูกต้องสำหรับการผิดกฎ

ประโยคแรกที่พูดกับคุณตำรวจ เขียนใบสั่งได้เลยค่ะ (อินเนอร์คือผิดยอมรับไม่ได้กวน) แต่คุณตำรวจทำเป็นถามนั่นนี่เดินวนไปวนมา ถามแม้กระทั่งชื่อยี่ห้อรถ (เออท้ายรถที่เดินวนไปมาก็มียี่ห้อติด)

คือแบบรู้เลย จะเอาตังค์เพราะคนส่วนมากจะขอช่วยหน่อยน้า เลยพูดไปว่า ขอโทษนะคะที่ทำให้เสียเวลา เขียนใบสั่งมาเถอะค่ะ ทำผิดก็ต้องปฏิบัติตามกฎ

ถ้าตำรวจมายกโทษให้เรารับตังค์ ก็คงมีคนผิดแบบนี้ไปเรื่อยๆ สังคมมันถึงได้เห็นแก่ตัวขึ้นทุกวัน พูดแรงไปมั้ยอะ!!! แต่มันคือเรื่องจริง ตำรวจดีๆ ก็มีเยอะ แต่คนเกลียดตำรวจมันก็ไม่ต่างกับสุภาษิตไทย #ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง”

หลังจากข้อความนี้ถูกโพสต์ออกไป ก็ตามมาด้วยกำลังใจจากเพื่อนดารา และแฟนคลับ พร้อมโจมตีการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจกันอย่างสนุกมือ

พร้อมสรุปกันเสร็จสรรพว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำไปเพื่อเรียกรับ ผลประโยชน์อย่างแน่นอน

แต่ต่อมาในช่วงค่ำของวันเดียวกัน ก็มีคำชี้แจงจากทางตำรวจระบุเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดถี่ยิบ

โดยระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 07.00 น. วันที่ 21 ต.ค. โดยส.ต.ท.ธีรพงษ์ ขาบจันทึก ผบ.หมู่งานศูนย์ควบคุมจราจร กก.2 บก.จร. อำนวยการจราจรอยู่บนถนนวิภาวดีฯ ขาเข้าด้านคู่ขนาน หน้าโรงเรียนนานาชาติสตีเฟ่น

มีรถยนต์มาเซราติ สีเทา ทะเบียน กท 191 กทม. ขับมาจาก แยกบางเขน มุ่งหน้าแยกลาดพร้าว เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ ตำรวจโบกให้หยุด เพราะขับขี่ฝ่าฝืนเครื่องหมายบนทาง เปลี่ยนช่องทางกะทันหัน ฝ่าเส้นทึบ

เมื่อผู้ขับขี่หยุดรถ ตรวจสอบใบอนุญาตขับขี่ เจ้าตัวแจ้งว่าไม่ได้พกมา และยื่นบัตรประชาชนให้ จนทราบว่าผู้ขับขี่ คือ น.ส.ปณิตา ธรรมวัฒนะ จึงแจ้งข้อหาให้ทราบ ขณะบันทึกข้อมูลในใบสั่ง ตำรวจเดินตรวจสอบรอบตัวรถ ก็ยังไม่ทราบว่ารถคันดังกล่าวยี่ห้ออะไร

จึงสอบถามผู้ขับขี่ แต่เจ้าหน้าที่สะกดไม่ถูก จึงเดินไปดูข้อมูลที่แผ่นป้ายวงกลมชำระภาษีประจำปี พบว่าขาดชำระ จึงเพิ่มข้อหาไม่ชำระภาษีอีก 1 ข้อหา แล้วจึงให้ใบสั่งแก่น.ส.ปณิตา

ต่อมาเมื่อตรวจสอบพบว่าทะเบียนรถ กท 191 กทม. เป็นรถยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู รุ่น 740 แอลอี จึงน่าเชื่อว่าผู้ขับนำรถยังไม่ได้จดทะเบียนมาใช้ในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต

เข้าข่ายสวมทะเบียน!??

พร้อมยืนยันเจ้าหน้าที่ไม่ได้เรียกรับผลประโยชน์อื่นใดจาก น.ส.ปณิตาอย่างแน่นอน

● หอบกระเช้าขอโทษที่ใจร้อน
ภายหลังจากข้อเท็จจริงทางฝ่ายตำรวจชี้แจงออกไป กระแสก็เริ่มตีกลับ เนื่องจากพบว่าดาราสาวทำผิดกฎหมายหลายมาตรา และยังกล่าวหาว่าตำรวจเรียกรับผลประโยชน์อื่นใดอีก

ขอขมาตำรวจ
ทำให้ดาราสาวออกมายอมรับว่า เหตุการณ์ดังกล่าวตนผิดเอง ที่อาจจะมโนไปเอง เพราะด้วยประสบการณ์ที่ใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนนมันทำให้คิดเป็นอื่นไป คุณตำรวจคนนั้นเขาไม่ได้เรียกรับเงินใดๆ เลย แต่ด้วยความที่มันเป็นมุมของตน ที่บอกไปตั้งแต่แรกว่ายอมรับผิด เพราะไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่ ถ้าหากตนทำผิด ก็พร้อมที่จะยอมรับผิดเสมอ

เราก็คิดว่าทำไมในเมื่อเรายอมรับผิดแล้ว ตำรวจก็ควรเขียนใบสั่งให้ทันที แต่ด้วยที่เขาใช้เวลานาน ทำให้เราคิดไปได้ว่ามีอะไร หรือเปล่า

“หนิงอาจจะคิดเร็ว และทำเร็วเกินไป ซึ่งในมุมของพี่เขา เขาก็อาจจะต้องตรวจสอบทุกอย่างให้มันเรียบร้อยก่อน แต่บังเอิญว่าวันนั้นหนิงรีบเพราะหนิงกำลังรีบไปกองถ่าย เลยบอกเขาว่าให้เขียนใบสั่งเลย แต่หนิงลืมมองในมุมของพี่เขาว่า เขาเองก็ต้องตรวจสอบทุกอย่างให้รอบคอบก่อน ฉะนั้นหนิงก็อยากจะขอโทษที่ทำให้ไม่สบายใจ”

ก่อนที่จะนำกระเช้าเข้าขอโทษอย่างเป็นทางการ

ขณะที่ส.ต.ท.ธีรพงษ์ ก็เล่าถึงนาทีดังกล่าวว่า ตอนที่เรียกตรวจ ผู้ขับขี่เป็นผู้หญิงมัดผม พูดจาดี แต่สีหน้าไม่ดีเท่าไร เมื่อถามถึงใบขับขี่ เขาบอกไม่ได้เอามา พร้อมยื่นบัตรประชาชน บอกให้เขียนใบสั่งมาเลย ตนก็กรอกข้อมูลต่างๆ เหลือเฉพาะยี่ห้อรถ ที่ยังไม่ได้เขียน เพราะไม่รู้ว่าเป็นรถยี่ห้ออะไร

ตร.เปิดใจ
พอไปถามเจ้าของรถ เขาก็ตอบว่ารถมาเซราติ ตนก็ไม่รู้ว่าสะกดอย่างไร เลยเดินดูรอบคัน พบยี่ห้อรถเขียนด้วยภาษาอังกฤษตัวเขียน อ่านค่อนข้างยาก เลยเดินมาที่หน้ารถดูแผ่นวงกลม ก็เลยพบว่ารถขาดต่อภาษี ก็แจ้งความผิดเพิ่มเติมพร้อมเขียนข้อหาลงไป 2 ข้อหา แต่ไม่ได้เขียนเรื่องไม่พกใบขับขี่ เพราะกลัวจะปรับเขาแพงเกินไป

จากนั้นเขาถามว่าให้คนอื่นไปจ่ายแทนได้ไหม ก็บอกว่าได้ เขาก็บอกว่าโอเค ขอโทษที่ทำให้เสียเวลานะคะ

“ผมไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นดารา แต่ก็คิดว่าเป็นคนรวย มีเงิน แต่ยืนยันไม่ได้เรียกรับอะไร ใครโดนใบสั่งก็ต้องไปจ่ายที่สน. แล้วเวลาที่ใช้ทั้งหมดนี้ผมว่าไม่เกิน 3 นาที”

เป็นคำชี้แจงของทั้ง 2 ฝ่าย

ส่วนจะช้าหรือเร็วเป็นเรื่องความรู้สึก

● ดีเอสไอสอบที่มารถหรู
สำหรับเรื่องทางคดี พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผบก.จร. ระบุว่า ทราบว่าดาราสาวส่งผู้แทนมาชำระค่าปรับแล้ว ซึ่งการชำระค่าปรับ สามารถทำได้ ณ ที่ทำการ หรือเว็บไซต์บัญชีธนาคารกรุงไทย ซึ่งทราบว่าชำระค่าปรับทั้ง 2 ข้อหาแล้ว

ตรวจมาเซราติ
ส่งเรื่องการตรวจสอบทะเบียนรถ ยืนยันไม่ใช่การเอาคืนดาราสาวที่โพสต์กล่าวหาการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในทางเสียหาย แต่เป็นการตรวจสอบปกติ ซึ่งต่อจากนี้จะต้องตรวจสอบว่ารถนำเข้าถูกต้อง เสียภาษีหรือไม่ และศุลกากรตรวจสอบถูกต้องหรือไม่

ขณะที่ นายจรินทร์ ธรรมวัฒนะ สามีของนักแสดงสาว เข้าชี้แจงตำรวจสน.วิภาวดี พร้อมนำเอกสารหลักฐานการครอบครองรถมามอบให้กับทางพนักงานสอบสวน พร้อมระบุว่า รถคันดังกล่าวซื้อมาเป็นปีๆ แล้ว เป็นชื่อรถบริษัท ซื้อต่อเขามา แต่ทะเบียนรถ กท 191 กทม. เป็นของเจ้าของเก่า เมื่อซื้อมาก็คืนเล่มเขาไป แล้วได้ทะเบียนใหม่แล้ว แต่ตนทำหาย เลยใช้ป้ายทะเบียนเดิมไปก่อน ทำให้ตรวจสอบแล้วเลขไม่ตรง แต่ยืนยันซื้อขายถูกต้อง ไม่เป็นห่วงอะไรเลย

สามีแจงที่มารถ

อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอที่ติดตามคดีรถหรูมาก่อนหน้านี้ ระบุว่ารถมาเซราติ ดังกล่าวยังไม่สามารถตรวจสอบได้ เพราะยังไม่ทราบหมายเลขตัวถังและหมายเลขเครื่องยนต์ของรถคันดังกล่าว

แต่เมื่อตรวจสอบจากฐานข้อมูลของกรมการขนส่งทางบกไม่พบว่าดาราสาวและสามีมีประวัติครอบครองรถยนต์มาเซราติ

ขณะที่รถบีเอ็มฯ ทะเบียน กท 191 กรุงเทพมหานคร พบว่าจดทะเบียนครอบครองในชื่อบริษัทที่ประกอบธุรกิจขายปลีกเหล็กรูปพรรณ ตั้งอยู่ย่านบางนา นอกจากนี้ยังพบประเด็นเป็นพิรุธต้องสงสัยว่ารถยนต์คันดังกล่าวเพิ่งจดทะเบียนครอบครองรถกับกรมการขนส่งทางบกเมื่อวันที่ 17 ต.ค.62 ซึ่งรถยนต์จะสิ้นอายุภาษีในวันที่ 17 ต.ค.63 แต่ป้ายวงกลมในรถยนต์มาเซราติ ที่มาสวมทับเป็น BMW ทะเบียน กท 191 กทม. กลับขาดต่อภาษี

ต่อมาวันที่ 24 ต.ค. ดาราสาวและสามีก็นำรถให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ เบื้องต้นพบเลขรถตัวถังตรงกับข้อมูลในสมุดคู่มือจดทะเบียนของกรมการขนส่งฯ แต่จะต้องตรวจพิสูจน์ต่อไปว่ามีการขูดหรือเปลี่ยนแปลงเลขตัวถังหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะรู้ผลภายใน 1 สัปดาห์

เป็นเรื่องที่บานปลายจากการโพสต์ไอจีเพียงครั้งเดียว

บทความก่อนหน้านี้‘ธนาธร’ บอกสมาชิก ‘อนาคตใหม่’ ออกไม่กระทบ มีคนอีกมากอยากทำงานด้วย
บทความถัดไป“ชวลิต” เสนอผู้ว่าฯกลุ่มจังหวัดภาคกลาง โชว์วิสัยทัศน์ผักปลอดภัยทดแทนนำเข้าจากจีน