เชิงบันไดทำเนียบ : ศึกเตรียมทหาร ณ สัปปายะสภาสถาน! ‘พงศกร-เสรีพิศุทธ์ งัดข้อ ‘บิ๊กแดง-นายกฯตู่’

เข้าสู่สภาวะการเมืองปกติ ตามกลไกของรัฐสภา แต่กองทัพยังตกเป็นเป้าไม่ต่างจากยุค คสช. เริ่มจาก ‘บิ๊กแดง’พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. หลังจัดบรรยายพิเศษ ‘แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง’ ทำให้มีคนเดือดร้อนเพียบ ตามที่ พล.อ.อภิรัชต์ ได้เปรยไว้ หรือที่เรียกว่าปรากฏการณ์ ‘บิ๊กแดงเอฟเฟกต์’ นั่นเอง
.
หนึ่งในนั้นคือ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ สภาผู้แทนราษฎร โดยมี พล.ท.พงศกร รอดชมภู (ตท.14) ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เป็น ปธ.กมธ.ฯ ได้เชิญ ‘บิ๊กแดง’ มาร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล ‘ด้านความมั่นคง’ โดยเดิมที พล.อ.อิรัชต์ ได้ส่ง ‘บิ๊กนัย’พล.อ.สุนัย ประภูชะเนย์ ผู้ช่วยผบ.ทบ. มาแทน เพราะติดภารกิจที่ พล.ร.9 จ.กาญจนบุรี แต่ทาง กมธ. ขอให้ พล.อ.อภิรัชต์ (ตท.20) มาชี้แจงด้วยตนเอง ทำให้ ‘บิ๊กแดง’ ขึ้น ฮ.บินด่วนกลับกรุงเทพฯทันที โดย กมธ. ระบุว่าเป็นเรื่องเฉพาะตัวของ ผบ.ทบ. ต้องมาชี้แจงเอง

ล่าสุด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (ตท.8) หน.พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะ ปธ.กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า กมธ. มีมติเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม และ ‘บิ๊กป้อม’พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ชี้แจงกรณียื่นร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี2563 ไม่ถูกต้อง เพราะรัฐบาลถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบ
.
“ให้เป็นไปตามกฎหมาย เรื่องนี้มันจบไปแล้ว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
.
แม้ ‘บิ๊กตู่’ จะบอกว่าจบแล้ว แต่งานนี้ พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ ยังไม่จบ ต้องดูต่อไปว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะไปชี้แจงเองหรือไม่ ซึ่ง ‘รองนายกฯวิษณุ’ ระบุว่า มีสิทธิจะไปหรือไม่ไปก็ได้ หรือจะส่งผู้แทนไปก็ได้ แต่ กมธ. ย้ำว่าต้องเจ้าตัวมาเอง
.
“มีสิทธิจะไม่ไปได้ หรือจะส่งผู้แทนไปก็ได้ แต่เรื่องนี้กรรมาธิการบอกแล้วว่า หากส่งผู้แทนมาจะไม่รับ ซึ่งเจ้าตัวต้องพิจารณาอีกทีว่า จะทำอย่างไร จะไปเองแบบ ผบ.ทบ. หรือถ้าส่งผู้แทน แล้วเขาไม่รับก็ส่งชี้แจงเป็นเอกสารไปชี้แจง ซึ่งเจ้าตัวจะทำวิธีใดผมตอบแทนไม่ได้” นายวิษณุ กล่าว
.
นอกจากนี้ ‘เต้’มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หน.พรรคไทยศรีวิไลย์ ในฐานะโฆษก กมธ.การทหาร เตรียมเชิญ นายกฯ และ ผบ.เหล่าทัพ ชี้แจงงบกระทรวงกลาโหมด้วย ซึ่ง ‘เต้-มงคลกิตติ์’ เคยประกาศตัวเองเป็น ‘ฝ่ายค้านอิสระ’ ไปก่อนหน้านี้ แต่เมื่อการอภิปราย พ.ร.บ.งบประมาณฯปี63 ได้ใช้เวลาโควต้าของฝ่ายรัฐบาล จึงทำให้ ‘วิรัช รัตนเศรษฐ’ ปธ.วิปรัฐบาล เรียกว่าเป็น ‘ฝ่ายรัฐบาลอิสระ’

ทั้งนี้ พล.ประวิตร กล่าวถึงทั้ง 2 กรณีว่า “ก็ให้ว่ากันไป” พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า “จะชี้เเจงเรื่องอะไร เรื่องงบประมาณ ก็แจงเรียบร้อยไปแล้ว”
.
ทั้งนี้สถานีต่อไปคือฝ่ายค้านเตรียมยื่น ‘อภิปรายไม่ไว้วางใจ’ กลางเดือน ธ.ค.นี้ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยอมรับถึงกติกานี้ ถือเป็นอีกจุดสำคัญที่ทุกคนรอดูท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่ก่อนตัดสินใจลงสู่สนามการเมืองเต็มตัว ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะทนได้หรือไม่ แต่จากที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เข้าสภามาหลายครั้ง ก็เห็นได้ถึงการปรับตัวต่อการเข้าสภา จึงเชื่อกันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปได้ แม้ฝ่ายค้านรู้ดีถึงจุดอ่อน พล.อ.ประยุทธ์ แต่ นายกฯ ก็ทราบดีเช่นกัน ที่ผ่านมาจึงเห็น พล.อ.ประยุทธ์ พยายามเลี่ยกเลี่ยงการตอบโต้ในสภา ถ้าไม่จำเป็น รวมทั้งเคยมีเหตุการณ์กับ พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ ที่ถึงขั้นตัดพี่ตัดน้องกันกลางสภามาแล้ว อีกทั้ง นายกฯ พยายามมีคำพูดเพื่อสร้างมิตรในสภาด้วย โดยเฉพาะกับฝ่ายค้าน

“มีความพร้อมอยู่แล้ว และฝ่ายค้านก็สามารถยื่นได้ตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติของสภาผู้แทนราษฎร ที่ยื่นได้ปีละ 1 ครั้ง ขณะที่ต้องมีการเตรียมข้อมูลไว้หรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องปกติที่จะต้องเตรียมความพร้อมอยู่แล้ว ข้อมูลทั้งหมดก็อยู่ในหัวแล้ว และหน่วยงานก็เตรียมไว้ส่วนหนึ่งเพราะยังไม่ทราบเนื้อหาที่จะถูกอภิปราย แต่ยืนยันว่าสามารถชี้แจงได้ทุกเรื่อง เพราะทุกนโยบายมีความบริสุทธิ์ในการทำงาน และประชาชนเป็นผู้ตัดสิน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
.
ทั้งหมดนี้เป็นภาพการเมือง 2 เดือนสุดท้ายก่อนหมดปี 62 และครบรอบการทำงานของรัฐบาลเกือบ 6 เดือน ในภาพของฝ่ายค้านที่พยายามใช้กลไกของสภาในการตรวจสอบฝ่ายรัฐบาล ซึ่งเป้านิ่งของฝ่ายค้านที่เด่นชัดคือ ‘กองทัพ’ นั่นเอง ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องแบกรับทำในส่วนการเป็น นายกฯ และ รมว.กลาโหม ส่วน พล.อ.ประวิตร ก็ในฐานะ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ซึ่งอีกส่วนก็คือการเป็น ‘3 ป.บูรพาพยัคฆ์’ นั่นเอง ที่มีบทบาทสำคัญทางการเมืองมาตั้งแต่ยุค คสช. แม้แต่ ‘บิ๊กป๊อก’พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ก็ถูกจับตาเช่นกัน หลังมีการพูดชื่อทั้ง 3 คน บนเวทีการหาเสียงเลือกตั้งซ่อม จ.นครปฐม เขต 5 จากการตั้งโจทย์ว่าเป็น ‘โดมิโน่ตัวแรก’ ล้มรัฐบาลนั่นเอง

บทความก่อนหน้านี้ไทยถูกสหรัฐ ตัดจีเอสพี  เกือบ 600รายการ มูลค่าเฉียดสี่หมื่นล้าน! พร้อมระบุล้มเหลวด้านจัดสิทธิแรงงานตามหลักสากล
บทความถัดไปอุรุดา โควินท์ / อาหารไม่เคยโดดเดี่ยว : ข้าวต้มไม่อาจแทนโจ๊ก