จรัญ พงษ์จีน : จบแบบช้ำๆ ของ “ซีพีเอช” ในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

จรัญ พงษ์จีน

เป็นอันว่า “จบข่าว” ไปได้เปาะหนึ่ง อย่างน้อยๆ “มังกร” ระดับ “ซีพี” ยักษ์ใหญ่จอมยุทธ์เบอร์หนึ่งของประเทศไทย ก็ตีไพ่หมอบเป็นกับเขาเหมือนกัน กรณี “โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน” คือ “ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา” ระยะทาง 220 กิโลเมตร มูลค่าการลงทุนกว่า 2.24 แสนล้านบาท

ซึ่ง “บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และกลุ่มพันธมิตร” ที่เป็นกิจการร่วมค้า ยังประกอบไปด้วย “บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)-ไชน่า เรลเวย์ คอนสตรัคชั่น จากประเทศจีน-บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือซีเค และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ “บีอีเอ็ม”

แนวร่วมหล่อรวมกันสำเร็จภายใต้การประสานสิบทิศของ “เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์” ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์

หัสเดิมส่อเค้าเล่าอาการว่า โครงการรถไฟความเร็วสูง ทำท่าจะมีรายการ “หักดิบ” ล้มดีลกันกลางอากาศ เพราะเกิดประเด็นดราม่าเกี่ยวกับ “การส่งมอบพื้นที่” ที่จะใช้ในโครงการไฮสปีดเทรน เชื่อม 3 สถานี

ซึ่งผู้ชนะประมูลคือ “กลุ่มซีพีเอช” ตีกรรเชียงไม่ยอมลงนามเซ็นสัญญาสัมปทานกับการรถไฟแห่งประเทศไทย ทั้งๆ ที่วันเวลาล่วงเลยมาหลังแตะเส้นตายในวันที่ 15 ตุลาคม 2562 อยู่แล้ว

โดยอ้างเหตุและปัจจัยว่า ต้องการให้ส่งมอบพื้นที่ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ก่อน จึงจะยอมลงนามสัญญาก่อสร้าง เพราะหากไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ครบ จะทำให้โครงการมีความเสี่ยงต่อการก่อสร้าง ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นจาก “แหล่งเงินกู้”

จนคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ต้องส่งหนังสือแจ้งไปยัง CPH ในฐานะผู้ชนะการประมูล เพื่อให้มาลงนามสัญญาในวันที่ 15 ตุลาคม ก่อนจะหมดระยะเวลายืนราคาในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2562

แถม “หนู” ยังขู่ “ราชสีห์” ให้ขนหัวลุกขนหัวชันอีกต่างหาก เมื่อ “เสี่ยหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงคมนาคม เร่งคีย์ตีจังหวะ เสียงดังฟังชัดว่า

“ผู้ชนะประมูลต้องปฏิบัติตามสัญญาที่ระบุไว้ในทีโออาร์ และคิดว่าซีพีเอชต้องมาลงนามสัญญาก่อสร้างแน่นอน ถ้าไม่มาจะโดนแบล็กลิสต์ เป็นการเสียชื่อบริษัท ยิ่งกว่านั้น ร.ฟ.ท.จะใช้สิทธิตามที่กำหนดไว้ ด้วยการดำเนินการริบหลักประกันซอง วงเงิน 2,000 ล้านบาท รวมทั้งจะพิจารณาเป็นผู้ทิ้งงานทางราชการต่อไป”

เหนือสิ่งอื่นใด หากการลงสนามในสัญญาโครงการสะดุดปังตอ “บิ๊กหนู” คอนเฟิร์มว่า บริษัท BSR เอกชนที่ยื่นซองประมูลวงเงินต่ำเป็นอันดับ 2 จะผงาดเข้ามา “เสียบ” แทนโดยทันที

ซึ่งบริษัทที่ว่า เป็นกิจการลงขันกันระหว่าง บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์-บ.ไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง และบริษัทชิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น

ดังที่ทราบ ทีมผสมลำดับที่ 2 ที่มีโอกาสจะคว้าพุงปลามันไปรับประทานสืบแทนมีซิโน-ไทย ของตระกูล “ชาญวีรกูล” จอยต์เวนเจอร์ร่วมอยู่ด้วย

 

อันว่า “โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สถานี” เป็นโครงการที่ใช้โครงสร้างและแนวเส้นทางระบบขนส่งมวลชนทางรางของโครงการเดิม มีการออกแบบใหม่เฉพาะบริเวณเชื่อมต่อเข้าสนามบิน แนวเส้นทางผ่านพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร-สมุทรปราการ-ฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-ระยอง

โดยวางวัตถุประสงค์หลัก อาทิ

1. เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

2. เป็นโครงการเชื่อมต่อ 3 ท่าอากาศยานในเขตกรุงเทพมหานครและระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ทำให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางระหว่างอากาศยานเข้าสู่เขตเมืองและเขตธุรกิจได้อย่างสะดวกรวดเร็วขึ้น

3. พัฒนาพื้นที่เพื่อสนับสนุนบริการรถไฟของโครงการบริษัทบริเวณสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์มักกะสันให้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงระหว่าง กทม.และอีอีซี

อย่างไรก็ตาม งานนี้จากที่สังเกตและเดาเอา การที่ “หนูไม่กลัวราชสีห์” ซึ่งไม่เคยพบเห็นแคแร็กเตอร์มาก่อนว่า “อนุทิน” กล้าวีน หรือการที่หุ้นตกจะร่วงจะหล่นมันต้องมีที่ไปที่มา

กล่าวคือ ก่อนที่ “เสี่ยหนู” จะออกมาปะฉะดะดับเครื่องชน ถึงขั้นประกาศขึ้นแบล็กลิสต์ ริบซองประกันวงเงิน 2 พันล้านบาท หรือขู่ว่า ถ้าการลงนามในสัญญากับซีพีเอชมีอันเป็นไป ไม่ว่ากรณีใดๆ บริษัทที่จะเข้ามาเสียบต่อไปต้องเป็น “บีเอสอาร์”

เกิดขึ้นหลังจากการเข้าประชุมร่วมของคณะกรรมการฝ่ายเศรษฐกิจ ที่มี “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นประธานในที่ประชุม และทั้ง “รองนายกฯ อนุทิน” กับ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต่างฉีกทิ้งไมตรีที่มีต่อค่ายซีพีกระจุย

เจอไม้แข็ง ของหนักจากคนกันเองเจ็บกระดองใจไปไม่น้อยแล้ว ดูเหมือนพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก ขนาด “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ยังออกมาสำทับซ้ำว่า “โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จะลงนามได้แน่ในวันที่ 25 ตุลาคม เป็นไปตามกรอบกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้กับภาคเอกชน”

โดนบีบทั้งขึ้นทั้งล่อง ก็อ่อนยวบไปโดยพลัน ถัดมาอีกวัน “ศุภชัย เจียรวนนท์” ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ประกาศยอมศิโรราบ ว่า

“การลงนามในสัญญาโครงการก่อสร้าง ถ้าเป็นไปตามที่ตกลงไว้ก็พร้อมจะลงนามในวันที่ 25 ตุลาคม ตามที่รัฐบาลกำหนด ส่วนรายละเอียดส่งมอบพื้นที่ต้องรอให้ กพอ.เป็นผู้ให้รายละเอียด จะไปพูดแทนคณะกรรมการคงไม่ได้”

สรุป นี่คงจะเป็นปรากฏการณ์แรกที่ยักษ์ใหญ่ระดับซีพีต้องมานั่งเสียเซลฟ์ เพราะถูกบีบหน้าเขียวไม่เป็นท่า ได้รับผลสะเทือนค่อนข้างสูง

“เสือดีเพราะมีป่า”…ซีพีอุ้มกระเตงเสือตัวนี้มายาวนาน แต่กำลังได้รับ “ของขวัญ” ที่อยากจะกลับไป “เกิดใหม่”

บทความก่อนหน้านี้251เสียงรับร่างพ.ร.บ.งบฯปี 63 ส.ส.พท.ลุกแจงเสียงสั่น เผยกดปุ่มงดแต่ผลบอกเห็นด้วย
บทความถัดไป“ประยุทธ์” ยิ้มร่า หลังสภารับหลักการ ร่างงบฯ63 วาระแรก ย้อนฝ่ายค้านถามปชช.ก่อนขู่คว่ำวาระ 3