ยานยนต์ สุดสัปดาห์ /สันติ จิรพรพนิต/’เชฟโรเลต แคปติวา’ VS ‘เอ็มจี HS’ 2 ‘เอสยูวี’ ดีไซน์เด่น-ราคาโดนใจ

สันติ จิรพรพนิต

ยานยนต์ สุดสัปดาห์ /สันติ จิรพรพนิต [email protected]

‘เชฟโรเลต แคปติวา’ VS ‘เอ็มจี HS’

2 ‘เอสยูวี’ ดีไซน์เด่น-ราคาโดนใจ

 

หลังจากสัปดาห์ที่แล้วจัดคู่ปะทะระหว่าง “โตโยต้า อัลติส” และ “มาสด้า 3”

มาฉบับนี้ขอต่อเนื่องด้วยรถเอสยูวี ที่เปิดตัวมาในเวลาไล่เลี่ยกัน

นั่นคือ “เชฟโรเลต แคปติวา” และ “MG HS”

ทั้งคู่ถือเป็นเอสยูวีใหม่กิ๊กๆ ที่ทำราคาได้น่าสนใจมาก เนื่องจากรุ่นเริ่มต้นไม่ถึง 1 ล้านบาท และรุ่นท็อปไม่ถึง 1.2 ล้านบาท

ถือว่าถูกที่สุดในเซ็กเมนต์กลุ่มเอสยูวีขนาดกลาง และถูกกว่าปิกอัพดัดแปลง หรือพีพีวีอีกด้วย

 

ภายนอกเชฟโรเลต แคปติวา ใหม่ เน้นความบึกบึนและโฉบเฉี่ยว

กระจังหน้าแบบ 3 ชั้น พร้อมสัญลักษณ์โบไท ไฟหน้าโปรเจ็กเตอร์ LED ดีไซน์ใหม่ปรับระดับสูงต่ำได้พร้อมระบบไฟนําทาง Walk Me Home ติดตั้งอยู่บริเวณขอบล่างของกระจังหน้า ทำให้ดูแปลกตา

ส่วนด้านบนที่ปกติเป็นไฟหน้า ติดตั้งไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวันแบบ LED และเป็นไฟเลี้ยวในตัว

ไฟท้ายแบบแอลอีดี แนวขวางมองผาดๆ คล้ายกับค่ายรถยุโรปยี่ห้อหนึ่ง

ไฟท้ายมี 2 ชุด ชุดแรกติดตั้งอยู่ที่บานเปิดประตูท้ายซึ่งไม่มีส่วนที่อยู่กับตัวถังเหมือนค่ายอื่นๆ แต่เมื่อเปิดประตูท้าย ระบบไฟจะปรับลงมาบริเวณชายล่าง ซึ่งมีครบทั้งไฟท้ายและไฟเลี้ยว

เพื่อความปลอดภัยเวลาเปิดประตูท้าย ทำให้รถที่แล่นผ่านไปมายังมองเห็นได้

ด้านบนเป็นสปอยเลอร์พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3

มีราวหลังคาพร้อมเสาอากาศแบบครีบฉลาม ล้อแม็ก 17 นิ้ว ดิสก์เบรก 4 ล้อ

ส่วน “MG HS” โดดเด่นด้วยเส้นสายตัวถังแบบ British Shoulder Line

กระจังหน้าดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ MG มาพร้อมแนวคิด Stella Magnetic Field ได้แรงบันดาลใจมาจากกลุ่มดาวบนท้องฟ้า

ไฟหน้าแบบ LED Projector เปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน

ไฟท้ายแบบ Space Light Field ไฟเลี้ยวทั้งด้านหน้าและหลังที่แสดงผลไล่ระดับแบบ Sequential เพิ่มความหรูหรา

ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว

ฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้า (Electric Liftgate)

ภาพรวมแคปติวา ดูโฉบเฉี่ยวกว่า ในขณะที่ “MG HS” ดูคมเข้ม

 

ส่วนภายใน “MG HS” ห้องโดยสารออกแบบให้มีความโค้งมน พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น หน้าจอแสดงผลที่มาตรวัดแบบ Interactive Multi-Function Display ขนาด 7 นิ้ว แสดงข้อมูลทั้งเรื่องการขับขี่ ระบบความปลอดภัย ระบบความบันเทิง และระบบนำทาง

ตรงกลางเป็นหน้าจอหลักแบบ Smart Touchscreen ขนาด 10 นิ้ว

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้าแบบ Bucket Seat ทรงสปอร์ตสีดำสลับแดง

ไฟในห้องโดยสารแบบ Interactive Ambient Light ที่มีแสงต้อนรับทันทีที่เปิดประตู สามารถปรับโทนแสงภายในห้องโดยสารได้มากถึง 64 เฉดสี

หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) ขนาดใหญ่ 1.1 ตารางเมตร

ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ “i-SMART” เอกสิทธิเฉพาะของเอ็มจี ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่กับรถสามารถสื่อสารกันได้เพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

“แคปติวา” ใช้สีทูโทนพวงมาลัย 3 ก้านพร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น และครุยส์คอนโทรล เรือนไมล์ทรงสปอร์ตแบบ 3 วงกลม ตรงกลางเป็นจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบดิจิตอล TFT ขนาด 7 นิ้ว

จุดเด่นติดตั้งหน้าจอแนวตั้งขนาดใหญ่ 10.4 นิ้ว แบบทัชสกรีน ให้อารมณ์คล้ายๆ ไอแพด เป็นตัวควบคุมทั้งเครื่องเสียง แอร์ พร้อมระบบเชื่อมต่อการสื่อสาร และความบันเทิง Chevrolet Link ใช้ได้ทั้งแอปเปิ้ล คาร์เพลย์ และแอนดรอยด์

แสดงภาพจากกล้องรอบรถมาให้ ด้วยความใหญ่ของหน้าจอให้แบ่งภาพออกเป็น 3 ช่อง แสดงภาพรอบคันแบบเบิร์ดอายวิว ภาพด้านข้าง และภาพด้านหน้า หรือหลัง

ช่องแอร์ขนาดใหญ่ และมีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารแถว 2 และ 3 พร้อมสวิตช์ควบคุมความแรงลมแบบแยก 3 จุด

คอนโซลกลางติดตั้งคันเกียร์ขนาดกระชับมือ ใกล้กับเกียร์มีเบรกมือไฟฟ้า ปุ่มระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ (Auto Vehicle Hold) ปุ่มเปิด-ล็อกประตู ซึ่งดูแปลกตาเพราะปกติปุ่มนี้มักจะอยู่ที่บริเวณประตูด้านคนขับ หรือคอนโซลหน้ามากกว่า

ชุดลำโพง Infinity by Harman แบรนด์เครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ ลำโพง 6 ตัว ทวิตเตอร์ 2 ตัว และซัฟวูฟเฟอร์ 1 ตัว

 

ขุมกำลัง “แคปติวา” เครื่องยนต์เบนซิน DOHC แถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบวาลวแปรผันคู่ (DVVT) และระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ ขนาด 1,451 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 143 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตัน-เมตร

ระบบเกียร์ซีวีที 8 สปีด

ระบบช่วงล่างด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังมัลติลิงก์ พร้อมเหล็กกันโคลง

ความปลอดภัยและสะดวกสบายมาแบบพอดีๆ อาทิ ถุงลม 4 ลูกเฉพาะด้านหน้า กุญแจนิรภัย Immobilizer และสัญญาณเตือนการโจรกรรม

ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ ระบบช่วยการออกตัว ขณะรถอยู่บนทางลาดชัน ระบบป้องกันการลื่นไถล และล้อหมุนฟรี

ระบบตรวจวัด และแจ้งเตือนแรงดันลมยางแบบเรียลไทม์ ฯลฯ

ส่วน “MG HS” เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร ระบบเกียร์ TST (Twin Clutch Sportronic Transmission) 7 สปีด กำลังสูงสุดถึง 162 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 250 นิวตัน-เมตร

มีปุ่มปรับโหมดการขับขี่ที่สามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้ถึง 4 โหมด Normal, Eco, Sport และ Custom

ระบบช่วงล่างด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัต ด้านหลังมัลติลิงก์

ความปลอดภัยของ “MG HS” ยังมีอีกหลายระบบ อาทิ ถุงลมนิรภัย 6 จุด กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ

ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับขี่, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน, ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน, ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถจะออกนอกเลน ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ ฯลฯ

 

ทั้ง 2 รุ่นมีให้เลือก 3 รุ่นย่อยเหมือนกัน

แคปติวา ใหม่ รุ่น LS (5 ที่นั่ง) ราคา 999,000 บาท (เพิ่ม 30,000 บาท สำหรับรุ่น 7 ที่นั่ง)

LT ราคา 1,099,000 บาท

และ Premier ราคา 1,199,000 บาท

“MG HS” รุ่น C ราคา 919,000 บาท

รุ่น D ราคา 1,019,000 บาท

และรุ่น X ราคา 1,119,000 บาท

บทความก่อนหน้านี้‘สุรเชษฐ์’ สับงบลงทุน 63 ไร้อนาคต ย้ำตรึกตรองให้ดีก่อนใช้ ‘ภาษีประชาชน’
บทความถัดไป‘นิด้าโพล’ เปิดผลส่วนใหญ่ไม่กังวล ภาพคู่ “ธนาธร-โจชัว” เกินครึ่งไม่ติดตามข่าวประท้วงฮ่องกง