แมลงวันในไร่ส้ม / Hybrid Warfare บิ๊กแดงเขย่าการเมือง ชื่นชมและตอบโต้!

แมลงวันในไร่ส้ม

Hybrid Warfare

บิ๊กแดงเขย่าการเมือง

ชื่นชมและตอบโต้!

 

การบรรยายพิเศษของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก หรือ “บิ๊กแดง” เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่หอประชุมกิตติขจร ภายในกองบัญชาการกองทัพบก ยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไม่เลิกรา

พล.อ.อภิรัชต์บรรยายในหัวข้อเรื่อง “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง” โดยเชิญผู้ฟังหลายกลุ่ม มีตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ ผู้นำองค์กร ผู้นำมวลชน ศิลปินดารา อาทิ สินจัย-ฉัตรชัย เปล่งพานิช นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ นายสมชาย แสวงการ ส.ว. สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ

เนื้อหาการบรรยาย พล.อ.อภิรัชต์กล่าวถึงการเสียดินแดน ล่าสุดเสียเขาพระวิหารให้กัมพูชา กล่าวถึงการชุมนุมในฮ่องกง มีนักการเมืองไปให้กำลังใจโจชัว หว่อง แกนนำชุมนุม

อีกตอนกล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญ Hybrid Warfare หรือสงครามลูกผสม มีกลุ่มคอมมิวนิสต์ที่ไม่ได้กลับตัวกลับใจ ยังมีแนวความคิดล้มล้างสถาบัน อายุมากแล้ว ไม่ออกตัว แต่เป็นมาสเตอร์มายด์ ปลูกฝังสิ่งที่ผิด เด็กก็เชื่อ ใช้ Diplomacy นำฝรั่งมาถ่ายรูปที่หน้าโรงพัก เพื่อให้เห็นว่าเป็นสากล

ตอนท้ายกล่าวว่า ที่พูดมาทั้งหมดไม่จำเป็นต้องเชื่อผม แต่ขอถามว่า ปัญหาเรื่องความมั่นคงจะให้ใครแก้ นักวิชาการหรืออาจารย์ที่คบคิดกับพวกคอมมิวนิสต์ ร่วมกับนักเรียนนอกซ้ายจัดดัดจริตที่ไปเรียนมาจากประเทศที่ล่าอาณานิคม ชอบอ้างเลข 2475 ชี้นำอ้างว่าเป็นนักประชาธิปไตย แต่ว่ามีวาทกรรมจาบจ้วง

หรือเลือกกลุ่มนักการเมืองที่มุ่งหาประโยชน์ส่วนตัว เพื่อพวกพ้อง ยังมีนักการเมืองบางคนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่เคยเกาะแข้งเกาะขานายทหารใหญ่ที่เป็นพ่อของผม ตั้งพรรคจนบัดนี้เป็นใหญ่เป็นโต นำเรื่องศาสนาและแบ่งแยกดินแดนมาเป็นเครื่องมือ เพื่อหาเสียง

หรือเชื่อกลุ่มนักการเมืองผึ้งแตกรัง ลูกพี่ใหญ่หนีคดีไปต่างประเทศ หรือจะเชื่อนักธุรกิจที่เกิดมาคาบช้อนเงินช้อนทอง ชีวิตไม่เคยลำบาก เหมือนพวก “ฮ่องเต้ซินโดรม” เคยชุมนุมร่วมกับคนเผาบ้านเผาเมือง สมคบคิดกับชาวต่างชาติ ชักศึกเข้าบ้าน เจาะพฤติกรรมล้างสมองคนรุ่นใหม่ เพื่อเป็นฐานให้กับตนเข้าสู่การเมือง ล้มล้างชาติ สถาบัน ฯลฯ

 

หลังการบรรยายของ ผบ.ทบ. วันรุ่งขึ้นนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ จัดบรรยายพิเศษที่พรรคอนาคตใหม่ หัวข้อ “แผ่นดินของเราในมุมมองประชาธิปไตย : บทบาทของประชาชน ในการสร้างชาติ”

เลขาฯ พรรคอนาคตใหม่กล่าวบางตอนว่า ชาติเท่ากับประชาชน และประชาชนจึงเท่ากับชาติ อยากชวนทุกคนมาสร้างชาติ โดยเคารพความเป็นคนของผู้อื่น สร้างแผ่นดินของเราโดยการยึดมั่นในสิทธิและเสรีภาพ สร้างชาติด้วยการเคารพความแตกต่างหลากหลาย เมื่อชาติเท่ากับประชาชนแล้ว ความมั่นคงของชาติหรือประเทศ จึงเท่ากับความมั่นคงของประชาชนไปด้วย

ผบ.ทบ.พูดเรื่องมาตรา 1 ที่ว่าแก้ไขไม่ได้ อยากให้ท่านหยิบรัฐธรรมนูญมาเปิดดู รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 255 เขียนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐจะกระทำมิได้

ลองไปเปิดมาตรา 256(8) ระบุว่า หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 1, 2 และ 15 ต้องผ่านประชามติ ดังนั้น แปลว่าแก้ได้ แต่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองและรูปแบบของรัฐ ให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นคนวินิจฉัยว่าแก้แล้วจะกระทบหรือไม่

และระบุว่า จะแก้รัฐธรรมนูญ โดยตั้ง สสร. ยกเว้นหมวด 1 และหมวด 2 เรื่องนี้พูดในที่สาธารณะหลายครั้ง ผบ.ทบ.ไม่ควรเอาความคิด ความเชื่อของตัวท่านเองมาทำลายกระบวนการขับเคลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย

ขอตั้งคำถามไปยัง ผบ.ทบ. ที่กล่าวว่า ประเทศมีปัญหาต่างๆ มากมาย และหากปัญหาใหญ่ขนาดนี้เราจะฝากความหวังไว้ที่กองทัพ ฝากไว้กับสื่อยุยงปลุกปั่นที่เรียกว่าดาวสยาม 4.0 ได้หรือไม่ และอยากเชิญชวนผู้บัญชาการทหารบกและกองทัพมาร่วมพูดคุย อย่ามองคนเห็นต่างเป็นศัตรู

 

คําบรรยายของ พล.อ.อภิรัชต์ ก่อให้เกิดปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ

เปลว สีเงิน แห่งไทยโพสต์ เขียนเรื่อง ความพิเศษของ “บิ๊กแดง” ในฉบับ 12 ตุลาคม ชื่นชมว่า

ทำได้ไม่เลว…ลีลา พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก บรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง “แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง” คล้ายๆ ซีอีโอยุคใหม่ขึ้นเวทีบรรยายทิศทางบริษัท ชัดถ้อย ชัดคำ สุภาพและหนักแน่น ตามสไตล์ชายชาติทหาร

จากนี้ไปสังคมไทยจะได้ถกเถียงประเด็น “ความมั่นคง” กันอย่างจริงจังเสียที หลังจากปล่อยให้เด็กเขี่ยไฟเล่นมาหลายวัน… ฯลฯ

จากนักการเมือง นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช ปชป. ชี้ว่า เป็นการบรรยายที่เพิ่มดีกรี ทำให้บรรยากาศทางการเมืองร้อนแรงขึ้น เพราะจะมีการเผชิญหน้ากันระหว่างกลุ่มอำนาจ น่าห่วงว่าจะมีการขยายความขัดแย้งลุกลามออกไปมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทั้งสิ้น เพราะบ้านเมืองของเราบอบช้ำมามากพอแล้ว จึงไม่อยากให้มีการสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำกลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย (กตป.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า พล.อ.อภิรัชต์กล่าวหานักการเมืองและคนอีกหลายกลุ่มหลายฝ่ายด้วยข้อหาร้ายแรง ทั้งหมดนี้เป็นการกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานและไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ

การที่ ผบ.ทบ.ซึ่งมีกองทัพอยู่ในมือพูดแบบนี้ โดยไม่ได้แสดงว่าจะอาศัยระบบและกลไกตามปกติในการแก้ปัญหาแต่อย่างใด ยิ่งทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องน่ากลัว เท่ากับเห็นเพื่อนร่วมชาติที่เห็นต่างเป็นศัตรูเต็มไปหมด ถึงขนาดเป็นศัตรูในสงคราม การพูดเช่นนี้จะสร้างความขัดแย้งบาดหมางให้รุนแรงยิ่งขึ้น ทำให้เกิดความหวาดกลัว หวาดระแวง และสร้างความเกลียดชัง เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในสังคมรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก

อีกความเห็นจากนายสามารถ แก้วมีชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า คำพูดของ ผบ.ทบ.ส่งผลให้เกิดช่องว่างในสังคม และอาจจะทำให้สถานการณ์หนักกว่าในปี 2557 อยากถามว่าการพูดของ ผบ.ทบ.ต้องการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ ต้องยอมรับว่าวันนี้ประชาชนลำบากมาก หากปฏิวัติอีกโดยสร้างเรื่องปลุกผีคอมมิวนิสต์ ประชาชนคงไม่แซ่ซ้องสรรเสริญอย่างแน่นอน

นี่เป็นส่วนเล็กๆ จากปฏิกิริยาหลายแนวที่เกิดขึ้น

ที่แน่ๆ ทำให้การเมืองน่าสนใจขึ้นอีกว่า ไฮบริดวอร์แฟร์-สงครามลูกผสม ที่เกิดขึ้นแล้วนี้ จะคลี่คลาย หรือจะจบลงอย่างไร

บทความก่อนหน้านี้ภาพยนตร์/นพมาส แววหงส์ /JOKER ‘อภิมหาวายร้าย’
บทความถัดไป“จิรายุ” ซัด โทรโข่งมือใหม่พปชร.รำไม่ดีโทษปี่โทษปู “บิ๊กตู่ บริหารมา 6ปี กู้เงิน 2.5 ล้านล้าน ยังมีหน้ามาโทษจำนำข้าว