โลกหมุนเร็ว/ เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง/ ความฝัน สำหรับหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในประเทศไทย

เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง

โลกหมุนเร็ว/เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง [email protected]

ความฝัน

สำหรับหมู่บ้านแห่งหนึ่ง

ในประเทศไทย

 

เช้านี้ได้แรงบันดาลใจจากคอลัมน์โกลบอลโฟกัสของปิยมิตร ปัญญา ในมติชนรายวัน ที่ชื่อไชนีสดรีม

คุณปิยมิตรเขียนไว้ว่า “ดังนั้น นักวิชาการและผู้สันทัดกรณีจำนวนหนึ่งจึงชี้ว่า ตัวแทนความสำเร็จของจีนที่ผ่านมา อาจบางทีไม่ได้อยู่ที่ตึกระฟ้าโอฬารในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หรือเมืองใหญ่อื่นๆ หากแต่เป็นเมืองเล็กๆ ที่ไม่เป็นที่รู้จักอย่างเมือง ‘ไป๋โกว’ ในมณฑลเหอเป่ยต่างหาก”

ย้อนกลับมาดูประเทศไทย

ประเทศไทยจะสร้างความสำเร็จจากเมืองหรือหมู่บ้านเล็กๆ ได้หรือไม่

กรุงเทพฯ กำลังขยายออกไปทุกทิศทาง โดยเฉพาะบริเวณที่รถไฟฟ้าและใต้ดินไปถึง อาคารสูงที่อยู่อาศัยกำลังก่อสร้าง พาเอาฝุ่นหนามาสู่ปอดคนกรุง ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ศูนย์การค้า เบ่งบานทุกซอกมุม ชนชั้นกลางพากันนัดไปกินอาหารอร่อยๆ ไม่หวาดไหว

แต่ที่อำเภอไกลโพ้น จังหวัดร้อยเอ็ด หนุ่มแน่นถูกพัดไปกับสายน้ำ เพราะกินเหล้าเมา หลังน้ำลดลงเมื่อเข้าสู่ภาวะปกติ หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ก็ยังดวดสุรากันต่อไป ส่วนใหญ่มีหนี้และหลายคนฆ่าตัวตาย ที่ทำกินที่พ่อ-แม่ทำไว้ให้เป็นมรดกถูกเปลี่ยนมือไปก่อนหน้านี้นานแล้ว

มีชัย วีระไวทยะ

 

ข้อเขียนของปิยมิตรทำให้คิดว่า ความสำเร็จหรือล้มเหลวของสังคมไทยก็เช่นกัน ไม่ได้อยู่ที่กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร แต่อยู่ที่อำเภอ ตำบล หรือแม้แต่หมู่บ้านแบบที่ร้อยเอ็ด

ก็เหมือนร่างกายของคนที่ประกอบด้วยเซลล์มากมาย เมื่อมะเร็งร้ายเริ่มต้นที่เซลล์หนึ่ง มันก็จะขยายไปทั่วร่างกาย และทำให้เจ้าของร่างกายเสียชีวิตได้ ถ้าหากแต่ละเซลล์มีสุขภาพดี เจ้าของร่างกายก็มีสุขภาพดี

ประเทศไทยของเรานี้ถ้าเปรียบเป็นร่างกายของคนคนหนึ่ง ก็จะพบว่ามีบางส่วนที่ยังดีอยู่ บางส่วนมีมะเร็งร้ายที่ต้องรีบรักษาเพื่อให้ร่างกายยังอยู่ได้

ณ ส่วนนั้นส่วนนี้ของร่างกายยังมีความเข้มแข็ง แม้รัฐบาลจะยังไปไม่ถึงไหนเรื่องทรัพยากรมนุษย์ แต่ก็ยังมีนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างคุณมีชัย วีระไวทยะ เจ้าของโรงเรียนมีชัยพัฒนา ดร.อาจอง ชุมสาย เจ้าของโรงเรียนสัตยาไส ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล แห่งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ดร.สุกรี เจริญสุข ผู้ก่อตั้งวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

คนเหล่านี้ที่ทุ่มเทสร้างคนที่มีคุณภาพอยู่เงียบๆ

อีกคนที่มาแรงและเป็นนักพัฒนาเศรษฐกิจโดยผ่านกีฬาคือคุณเนวิน ชิดชอบ ที่พัฒนาเมืองบุรีรัมย์จนประชาชนมีรายได้ดีจากการกีฬา และต่อมาได้ยกตำแหน่งหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยให้คุณอนุทิน ชาญวีรกูล บุคคลที่น่าจับตามองอยู่ ณ เวลานี้

อันที่จริงนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ยังมีมากกว่านี้แต่ไม่เป็นที่รู้จัก

 

ถ้าหากคุณอนุทินเดินนำขบวนแบนสารเคมี 3 ตัวได้สำเร็จ ขอเชียร์ให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนต่อไป แม้จะหวาดเสียวแทนเรื่องความปลอดภัยส่วนตัวในขณะนี้

สารเคมีเป็นมะเร็งร้ายต่อสุขภาพของทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค ถ้าแบนได้สำเร็จก็เท่ากับทรัพยากรมนุษย์ของเราจะปลอดภัยขึ้น ทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค

ณ เวลานี้ 4 รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทั้งอุตสาหกรรม เกษตร สาธารณสุข และพาณิชย์ ก็นัดกันจะหาทางออกด้วยกัน ขอให้จริงใจ หนักแน่น และเกาให้ถูกที่คันด้วยเถิด

ผู้เขียนมีความเชื่อส่วนตัวว่าทุกอย่างเริ่มที่ทรัพยากรมนุษย์ นโยบายแบบ ชิม ช้อป ใช้ เป็นการแก้ที่ปลายเหตุ แค่ปั่นจีดีพีชั่วครั้งชั่วคราว ในเมื่อประชากรส่วนใหญ่ยังยากจนอยู่ ขาดความรู้อยู่ การจะทำให้ประชากรมีรายได้ต่อหัวสูงขึ้นเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้

ในข้อเขียนของคุณปิยมิตร ปัญญา ไชนีสดรีม หมายถึงประชากรจะสร้างรายได้ต่อหัวอยู่ในระดับเดียวกับญี่ปุ่นและฝรั่งเศสภายในปี 2049 โดยที่ชนชั้นกลางของจีนจะพุ่งขึ้นเป็น 800 ล้านคน

ฌอน บูรณะหิรัญ

 

สําหรับประเทศไทย รัฐบาลไม่ได้แสดงความสนใจเรื่องการพัฒนาคน คงมีก็แต่บุคคลและองค์กรที่มีบทบาท ถ้าหากมีการขยายผลจากกลุ่มบุคคลเหล่านี้ไปสู่กลุ่มอื่นๆ

เช่น การที่คุณมีชัย วีระไวทยะ สร้าง entrepreneur อยู่ที่บุรีรัมย์ ที่โรงเรียนมีชัยพัฒนา เป็นไปได้หรือไม่ที่จะใช้โมเดลของคุณมีชัยที่จังหวัดร้อยเอ็ด คนในหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จะได้หันมาพัฒนาตัวเองแทนที่จะดื่มสุราไปวันๆ

การพัฒนาคนต้องเริ่มตั้งแต่เด็ก เริ่มที่โรงเรียนในหมู่บ้านที่ผู้บริหารยอมรับและมีศรัทธาในการอบรมเด็กตามแนวใหม่ ดร.อาจองก็ไปถ่ายทอดแนวคิด คุณธรรมให้

ส่วนคุณมีชัยก็ไปอบรมครูและถ่ายทอดแนวคิด entrepreneur ให้

ส่วนมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงก็เข้าไปดูเรื่องการทำมาหากินของครอบครัวในหมู่บ้าน ทำการเพาะปลูกแบบไม่ใช้สารเคมี นำศาสตร์พระราชาเรื่องน้ำมาใช้ คนที่เป็นแกนกลางนำความคิดดีๆ มารวมกันน่าจะเป็นคนหนุ่มไฟแรงที่ลึกซึ้งอย่างนิ้วกลม หรือฌอน บูรณะหิรัญ ที่ยังมีเรี่ยวมีแรงทำวิจัยโมเดลที่ลงตัวแต่ก็ยังต้องปรับปรุงพัฒนาไปเรื่อยๆ

อันที่จริงกลุ่มคนที่น่าสนใจที่จะทำการทดลองนี้คือกลุ่มชาติพันธุ์อย่างกะเหรี่ยงที่บ้านบางกลอยที่ขณะนี้มีผู้นำความคิดที่เข้มแข็งอย่างมีนอ หรือพิณนภา พฤกษาชาติ ภรรยาของ “บิลลี่” ที่เสียชีวิตไปแล้ว มีนอมีความคิดก้าวหน้าไกลถึงการสมัครเป็น ส.ส. เพื่อเป็นปากเป็นเสียงให้คนชาติพันธุ์ในสภาผู้แทนราษฎร

ปกติแล้วการทดลองทำการวิจัยใดๆ ก็ตามมักเริ่มต้นที่กลุ่มคนที่มีแนวโน้มรับความคิดใหม่

คนชาติพันธุ์มีจิตสำนึกเรื่องการทำมาหากิน ความรักแผ่นดิน ไม่สำมะเลเทเมาอยู่แล้ว การทดลองก็ควรทำกับคนไทยอย่างคนร้อยเอ็ดควบคู่กันไป แล้วศึกษาเปรียบเทียบว่าผลออกมาเป็นอย่างไร

 

ดร.อาจอง ชุมสาย ให้สัมภาษณ์ว่า เด็กนักเรียนของโรงเรียนสัตยาไสเรียนตามหลักสูตรของกระทรวงแต่แทรกแนวคิดคุณธรรมเข้าไปในวิชาต่างๆ แม้แต่คณิตศาสตร์ก็มี และเด็กเหล่านี้นอกจากจะมีคุณธรรมแล้วก็เรียนเก่งด้วย สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ 100%

การสร้างทรัพยากรมนุษย์เริ่มที่เด็ก ถ้ารัฐบาลทำไม่เป็น ก็ต้องอาศัยผู้นำความคิดทำให้ดูก่อน แล้วรัฐบาลก็จะเห็นเอง นักการเมือง นักปฏิบัติที่มีวิสัยทัศน์อย่างคุณอนุทินก็คงจะสนใจนำไปขยายผล สร้างสังคมที่เข้มแข็ง จากหนึ่งหมู่บ้านไปสู่หลายๆ หมู่บ้าน

จากนั้นก็จะมีหมู่บ้านที่สร้างรายได้ดีขึ้นๆ แทนที่จะเป็นหนี้สิน ที่ดินหลุดมือ และกินเหล้าเมายากันเป็นอาจิณ

บทความก่อนหน้านี้ตลาดแตก!! “ธนาธร” ลงพื้นที่ช่วย “ไพรัฏฐโชติก์” หาเสียงเลือกตั้งซ่อมนครปฐม​ -​ ขอพี่น้องสามพราน เป็นแรงบันดาลใจให้เขตเลือกตั้งซ่อมอื่นทั่วประเทศ
บทความถัดไป“พิธา” กางงบ “จัดการน้ำ” ชี้ไม่รับ เพราะ “บริหารขาดประสิทธิภาพ- รวมศูนย์ – ไม่ใช้ป้องเหตุแต่ทุ่มเงินให้หลังวิกฤต”