จิตต์สุภา ฉิน : หุ่นยนต์ไม่ต้องครองโลก (มาช่วยงานบ้านก็พอแล้ว)

จิตต์สุภา ฉินFacebook.com/JitsupaChin

อนาคตของมนุษย์กับหุ่นยนต์เป็นหัวข้อที่ถูกหยิบยกขึ้นมาทีไรก็มีประเด็นให้ต้องถกเถียงต่อยอดกันยืดยาวทุกครั้ง

หนึ่งในประเด็นที่อาจจะเห็นไม่ตรงกันก็คือท้ายที่สุดแล้วหุ่นยนต์จะเป็นคุณหรือเป็นภัยต่อมนุษย์กันแน่

ซึ่งแม้ว่าจะแบ่งคนที่คิดออกได้เป็นสองฝ่าย แต่สิ่งหนึ่งที่สองฝ่ายนี้ดูจะเห็นตรงกันก็คือ ไม่ว่าจะอย่างไร วันที่หุ่นยนต์จะมาปะปนอยู่ร่วมกับเรานั้นก็จะต้องมาถึงแน่นอนไม่ช้าก็เร็ว

ฮิโรชิ อิชิกุโระ เป็นศาสตราจารย์และนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นที่ทำงานด้านหุ่นยนต์มานาน

เขามีบุคลิกที่โดดเด่นชนิดที่ว่าเห็นแค่ครั้งเดียวก็จะจำเขาได้ไปอีกนาน

ผมของเขายุ่งเหยิงกระเซอะกระเซิงอยู่เสมอ และคิ้วทั้งสองข้างนั้นก็มักจะถูกผูกปมเข้าหากันตลอดเวลา

นับตั้งแต่วันที่ฉันมีโอกาสได้เดินทางไปสัมภาษณ์เขาที่ญี่ปุ่นเมื่อเกือบ 10 ปีมาแล้วจนถึงทุกวันนี้ เขาไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่นิดเดียว

 

อิชิกุโระเป็นคนแรกๆ ของโลกที่สร้างหุ่นยนต์ที่มีหน้าตาและรูปร่างเหมือนมนุษย์ทุกประการ

โดยที่มีตัวหนึ่งถูกสร้างขึ้นมาด้วยการใช้ตัวเขาเองเป็นต้นแบบ แต่ความสามารถของหุ่นยนต์ที่เขาสร้างในสมัยที่ฉันมีโอกาสได้ไปสัมผัสนั้นมันแทบจะทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากการโค้งตัวท่อนบนตามคำสั่งของคนที่อยู่หน้าคอมพิวเตอร์อีกห้อง และให้เสียงโดยคนเดียวกันนั้น ไม่มีการประมวลผลด้วยตัวเอง ไม่สามารถโต้ตอบได้ เหมือนกับที่หุ่นยนต์ทุกวันนี้สามารถทำได้

ล่าสุด อิชิกุโระออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับมุมมองที่เขามีต่ออนาคตของหุ่นยนต์

เขาพูดถึงภาพยนตร์เรื่อง Blade Runner ที่ฉายครั้งแรกในยุคแปดศูนย์แต่เซ็ตเนื้อหาของเรื่องให้ตรงกับปี 2019 ซึ่งเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับหุ่นยนต์ที่ถูกพัฒนาให้เหมือนมนุษย์ทุกประการ

พร้อมกับพูดให้เราคิดขึ้นมาว่านี่เราก็พากันเดินมาจนถึงปี 2019 แล้ว เรายังไม่มีหุ่นยนต์ในแบบเดียวกับที่ผู้สร้างภาพยนตร์ได้จินตนาการเอาไว้เลย

และอันที่จริงก็น่าจะยังไม่ใกล้เคียงเสียด้วยซ้ำ

อิชิกุโระมองหุ่นยนต์ในแง่บวกเสมอ ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้เขาบอกว่าเขาไม่เข้าใจฮอลลีวู้ดเลยที่ชอบนำเสนอให้หุ่นยนต์ดูเป็นผู้ร้ายที่เอะอะก็จะลุกขึ้นมากวาดมนุษย์ให้ตายเรียบ

นอกจากเขาจะไม่กลัวแล้ว เขายังบอกอีกว่า คอยดูนะ เขาจะสร้างหุ่นยนต์ที่มีความฉลาดเฉลียว มีความรับรู้ มีความนึกคิดเหมือนมนุษย์ให้ได้ทุกแง่มุม

เขาอยากรู้มากว่า ถ้าเขาสามารถใส่ความเป็นมนุษย์เข้าไปในหุ่นยนต์ได้ หุ่นยนต์จะกลายเป็นมนุษย์ได้มากขึ้นหรือเปล่า (ช่างลึกซึ้งดีแท้)

 

อิชิกุโระบอกว่า ด้วยเทคโนโลยีอย่างแมชชีน เลิร์นนิ่ง ที่ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถรู้จำรูปแบบต่างๆ ได้ดีขึ้นก็จะทำให้เราเข้าใกล้อนาคตแห่ง Blade Runner ได้มากขึ้น (หรือหากจะให้เห็นภาพง่ายๆ ก็คือ ก่อนหน้านี้คอมพิวเตอร์ทำงานด้วยการรอคำสั่งจากมนุษย์เท่านั้น แต่ตอนนี้มันมีหู มีตา ที่สามารถรับฟังและมองเห็นสิ่งรอบตัวและประมวลผลได้แล้ว)

ส่วนที่ทางของหุ่นยนต์ว่าจะไปอยู่ที่ไหนนั้น เขามีความเชื่อมั่นว่าหุ่นยนต์จะต้องมาอยู่ใน “บ้าน” กับมนุษย์ ในฐานะของการเป็นผู้ช่วยมนุษย์ทำงานบ้านต่างๆ อำนวยความสะดวกให้เรามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หน้าที่ของมันจะต้องมีตั้งแต่ทำกับข้าวให้เรากิน เอาขยะไปทิ้ง ไปจนถึงคอยดูแลผู้ป่วย ผู้สูงวัยภายในบ้านแทนเรา แต่จุดหมายสูงสุดก็จะไม่ใช่การทำให้หุ่นยนต์เป็นแค่เครื่องมือที่คอยช่วยงานพื้นฐานต่างๆ ให้เรา แต่ที่สุดแล้วหุ่นยนต์จะต้องเป็นเพื่อน เป็นคู่หูของเราได้ด้วย

ทุกวันนี้ก็มีหุ่นยนต์ที่ถูกออกแบบมาให้เป็นหุ่นยนต์ประจำบ้านหลายตัวอยู่เหมือนกัน มีตั้งแต่หุ่นยนต์ตัวเล็กๆ ที่อยู่กับที่นิ่งๆ และทำหน้าที่แค่คอยรับฟัง ให้ข้อมูล ช่วยโทรศัพท์ วิดีโอคอลหาคนในครอบครัว ไปจนถึงแบบที่มีล้อให้สามารถวิ่งไปวิ่งมาในบ้านเพื่อสำรวจความเรียบร้อย ดูแลความปลอดภัย

 

ล่าสุดสถาบันวิจัยของ Toyota ก็ออกมาประกาศว่ากำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาหุ่นยนต์ผู้ช่วยภายในบ้านที่สามารถเรียนรู้และเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวมันเองโดยมีจุดเด่นอยู่ที่เราสามารถสอนมันได้

และถ้าคุณผู้อ่านได้เห็นคลิปวิดีโอประกอบไปด้วย (https://youtu.be/6IGCIjp2bn4) ก็อาจจะมีอาการคล้ายๆ ฉัน คืออดไม่ได้ที่จะปรบมือดังๆ เพราะในคลิปหุ่นยนต์ตัวนี้กำลังถูพื้นไป เช็ดถูทำความสะอาดเคาน์เตอร์ครัวและกระโดดข้ามไปเช็ดกระจกต่อ แม้ว่ามันจะไม่ได้มีใบหน้าที่สามารถแสดงอารมณ์ได้ แต่ไม่รู้ทำไมฉันถึงได้จินตนาการว่ามันกำลังทำงานบ้านทั้งหมดนั้นด้วยอารมณ์ที่ร่าเริง และถ้าผิวปากได้มันก็คงผิวปากไปแล้ว

หุ่นยนต์ตัวนี้จะถูกตั้งค่าในซอฟต์แวร์ให้ทำงานประเภทต่างๆ ในขณะที่ก็เรียนรู้งานใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา และจะเรียนรู้สิ่งแวดล้อมภายในบ้านที่ไม่เหมือนกันในแต่ละหลังด้วย

ดังนั้น เราก็จะไม่ต้องอยู่กับหุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมมาแข็งๆ ให้ทำอะไรได้แบบตามคู่มือเป๊ะๆ

แต่จะคล้ายๆ กับรับแม่บ้านคนใหม่เข้ามา ที่เราต้องคอยสอนงานไปด้วยทีละเล็กทีละน้อยจนแม่บ้านคุ้นเคยและสามารถจัดการทุกอย่างภายในบ้านด้วยตัวเองได้แบบที่เราไม่ต้องชี้แนะอะไรเพิ่มอีก

 

ดูคลิปต่อไปอีกหน่อยฉันก็เริ่มมองเห็นอนาคตของการที่ฉันจะขี้เกียจตัวเป็นขนและไม่ต้องทำงานบ้านด้วยตัวเองอีกต่อไปได้ชัดขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันสามารถจัดระเบียบข้าวของในบ้านได้ด้วยการถามเราว่าอยากให้มันเก็บของชิ้นไหน และหากตอบว่า “แก้ว” มันก็จะเอาแขนกลของมันหนีบแก้วขึ้นไปเก็บไว้ในตู้ แขนเดียวกันนี้ยังไปเปิดตู้เย็น หยิบเครื่องดื่มเย็นๆ มาส่งให้ถึงมือของมนุษย์ได้ด้วย

จะขาดอยู่หนึ่งสิ่งและน่าจะเป็นสิ่งที่คนรักหุ่นยนต์อย่างอิชิกุโระน่าจะต้องการมากที่สุดก็คือรูปร่างของมันที่ยังมีความเป็นหุ่นยนต์กลไกจ๋าๆ และไม่ได้ใกล้เคียงกับมนุษย์นั่นแหละ

ฉันไม่แน่ใจเหมือนกันว่าในอนาคตเราจะสบายใจกับการมีหุ่นยนต์ผู้ช่วยในบ้านที่หน้าตาเป็นหุ่นยนต์ หรือเหมือนคนแทบทุกประการมากกว่ากัน

แต่มันจะต้องเป็นไปในทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ครึ่งกลางค้างคาอยู่ตรงกลางให้เราต้องขนลุกทุกครั้งเวลาตื่นมาเห็นสิ่งที่เหมือนมนุษย์แต่ก็ไม่มากพอที่จะทำให้เรารู้สึกเป็นพวกเดียวกันได้ ถ้าแบบนั้นฉันขอให้มันหน้าตาเหมือนหุ่นยนต์ Toyota ตัวนี้ไปเลยดีกว่า

ถึงหุ่นยนต์ประจำบ้านตัวนี้จะดูเป็นทางออกที่ดีสำหรับคนขี้เกียจทำงานบ้านแค่ไหน แต่มันก็คงไม่ได้เข้ามาอยู่ในบ้านเราเร็วๆ นี้แน่ๆ

ดีที่สุดที่พอจะคาดหวังได้ก็คือ กว่าที่ฉันจะแก่ตัวไปจนถึงจุดที่ขยับร่างกายไม่คล่องแคล่วและดูแลตัวเองได้น้อยลงแล้ว หุ่นยนต์ประเภทนี้จะพร้อมย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านด้วยกันและทำให้ชีวิตในบั้นปลายของฉันที่อาจจะไม่ได้ห้อมล้อมไปด้วยลูกหลานสุขสบายให้ได้มากที่สุด

และถ้ามันจะมีความเป็นมนุษย์ อย่างการมีความรับรู้ ความนึกคิด เหมือนที่อิชิกุโระอยากได้ก็คงจะดี ฉันเชื่อว่าถ้าวันหนึ่งเราสามารถสร้างหุ่นยนต์ที่มีความเป็นมนุษย์ขึ้นมาได้

มันก็จะสะท้อนให้เราเข้าใจความเป็นมนุษย์ของตัวเราเองมากขึ้นได้ด้วยเหมือนกัน

บทความก่อนหน้านี้วิเคราะห์ : คำเตือนถึงซัพพลายเชนอสังหาริมทรัพย์
บทความถัดไปจัตวา กลิ่นสุนทร : งานศิลป์ร่วมสมัย ของ “กมล” สู่การถือกำเนิด “บ้านศิลปินแห่งชาติ”