การ์ตูนที่รัก/They Called Us Enemy เขาเรียกเราว่าศัตรู ตอนจบ

นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

การ์ตูนที่รัก/นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

They Called Us Enemy เขาเรียกเราว่าศัตรู ตอนจบ

คริสต์มาสแรกในค่ายกักกันของจอร์จ ทาเคอิและน้องๆ เป็นไปด้วยความสนุกสนานและน่าตื่นเต้นสำหรับเด็กๆ เด็กเฝ้ารอการมาถึงของซานตาคลอสซึ่งจำเป็นต้องไปแจกของขวัญให้แก่เด็กทุกบล็อกทุกโรงเรือนกว่าจะมาถึงที่อยู่ของตัวเอง

เฮนรี่และเรียวโกะสนุกมาก จอร์จก็สนุกเช่นกัน แต่เขารู้ในคืนนั้นเองว่าซานตาคลอสที่มาหาพวกเขาเป็นคนญี่ปุ่น มิใช่เซนต์นิโคลัสจริงๆ ว่ากันว่าความเป็นเด็กของเด็กอเมริกันจะหายไปในวันที่เขารู้ว่าซานตาคลอสไม่มีจริง ดูเหมือนของจอร์จจะหายเร็วกว่าเด็กคนอื่นๆ เสียแล้ว

เมื่อเริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่สอง แม้ว่าชาวญี่ปุ่นจะถูกกักบริเวณในค่าย แต่หลายคนพยายามอาสาไปรบ คนเหล่านี้เกิดในสหรัฐอเมริกาและคิดว่าตนเองเป็นคนอเมริกัน แต่พวกเขาถูกปฏิเสธมิให้ไปรบเสมอมา

เพราะไอ้ยุ่นคือไอ้ยุ่นวันยังค่ำ

จนกระทั่งถึงเดือนกุมภาพันธ์ปี 1943 ประเทศชาติต้องการพลรบทุกคนที่หาได้ไปแนวหน้า จึงมีประกาศรับอาสาสมัครชาวญี่ปุ่นไปรบ

แต่ก็ด้วยการตอบแบบสอบถามมากมาย รวมทั้งข้อคำถามที่ว่าตนเองจะรับใช้สหรัฐอเมริกาโดยไม่มีเงื่อนไขหรือไม่ และจะไม่จงรักภักดีต่อจักรพรรดิญี่ปุ่นอีกต่อไปหรือไม่

แบบสอบถามสองข้อนี้ทำให้เกิดความกระอักกระอ่วนไปจนถึงเจ็บแค้นแก่คนญี่ปุ่นในค่ายแตกต่างกันไป รวมทั้งพ่อ-แม่ของจอร์จด้วย

พวกเขาบางคนยังคงโกรธและเจ็บแค้นที่รัฐบาลสหรัฐทำกับพวกเขาซึ่งเป็นคนอเมริกันอย่างที่ทำอยู่นั่นคือริบทรัพย์สินแล้วต้อนเข้าค่ายกักกัน

บางคนแสดงออกอย่างเกรี้ยวกราดรุนแรงและถูกจับไปขัง

อีกกลุ่มหนึ่งรวมทั้งพ่อ-แม่ของจอร์จเองที่ไม่สบายใจกับข้อที่ว่าด้วยพระจักรพรรดิ การยอมรับข้อนี้เท่ากับยอมรับข้อกล่าวหาว่าพวกเขาเคยจงรักภักดีต่อจักรพรรดิและพวกเขาผิดจริง เท่ากับสร้างความชอบธรรมให้แก่รัฐบาลสหรัฐในการกระทำต่อคนญี่ปุ่นครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม มีเด็กหนุ่มรุ่นที่สองจำนวนมากสมัครไปรบ

ตุลาคม ปี 1944 กองกำลังรบชาวอเมริกันญี่ปุ่นเสียชีวิต 800 คนและถูกเยอรมันจับกุม 42 คนที่สมรภูมิทางตะวันออกของฝรั่งเศส เป็นปฏิบัติการเพื่อช่วยชีวิตทหารอเมริกัน 112 นายที่ถูกปิดล้อม เชลยศึก 42 คนนั้นได้รับการปล่อยตัวหลังสงคราม

ประธานาธิบดีทรูแมนได้กล่าวสดุดีวีรบุรุษหลังสงคราม แต่ที่เป็นหลักเป็นฐานมากกว่าคือเมื่อประธานาธิบดีคลินตันมอบเหรียญกล้าหาญแก่ทหารผ่านศึกชาวอเมริกันญี่ปุ่น พร้อมทั้งเอ่ยวาจายอมรับความกล้าหาญของพวกเขาทั้งที่ได้รับการกระทำอันเลวร้ายจากประเทศชาติของพวกเขาเอง

ย้อนไปพฤษภาคม ปี 1944 ผลพวงจากการที่พ่อ-แม่ของจอร์จปฏิเสธการตอบแบบสอบถามที่จะรับใช้กองทัพสหรัฐ และไม่จงรักภักดีต่อพระจักรพรรดิ ผู้ตอบแบบสอบถามเช่นนี้พร้อมเด็กๆ ถูกต้อนขึ้นรถไฟอีกครั้งหนึ่งเพื่อกลับไปทางตะวันตก

ครั้งนี้พวกเขาเดินทาง 5 วันไปถึงแคมป์ทูเลเลคซึ่งมีรั้วลวดหนามสามชั้น ป้อมยามพร้อมปืนกลมือเต็มอัตรา และรถถัง 7 คัน

นี่เป็นป้อมค่ายทางทหารเต็มรูปแบบเพื่อกักกันคนญี่ปุ่นที่ไม่จงรักภักดีต่อสหรัฐอเมริกาจำนวน 18,000 คนโดยที่ครึ่งหนึ่งเป็นเด็ก

ความเป็นอยู่ในค่ายใหม่มีทั้งดีและไม่ดี ห้องที่พวกเขาได้มีขนาดกว้างกว่าเดิม มากพอที่แม่จะแบ่งสัดส่วนห้องนอนและห้องนั่งเล่น แต่ห้องน้ำอยู่ไกลมากทำให้น้องๆ ของจอร์จไม่สามารถไปห้องน้ำได้ทันเวลาในเวลากลางคืน สุดท้ายแม่ต้องทำกระโถนไว้ในห้อง

ในประดากลุ่มที่ถูกกวาดต้อนมารอบนี้ หลายคนหัวรุนแรง พวกเขาประท้วงและก่อความสงบเพื่อต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมที่ได้รับ ทำให้บางคนถูกจับกุม หรือมีคำสั่งห้ามทำงานในค่าย กระทบถึงการปันส่วนอาหารลดลง พวกที่เชื่อฟังและสงบเสงี่ยมมากกว่าจะได้งานทำและมีความเป็นอยู่ที่สงบสุขมากกว่า ด้วยวิธีนี้ทำให้คนญี่ปุ่นในค่ายแตกคอกันเองและเหยียดหยามกันเอง

พ่อเป็นที่พึ่งของจอร์จได้เสมอในเวลานั้น เมื่อเขาสงสัยในการกระทำของคนญี่ปุ่นหรือของทหารยามเขาจะมาถามพ่อ เมื่อเขาไม่เข้าใจคำด่าทอหรือเหยียดหยามกันเขาจะมาถามพ่อ “พ่อตอบได้เสมอ” คือความภาคภูมิใจที่เด็กชายมีต่อพ่อในวันวาน

มีบางครั้งที่จอร์จเห็นทหารยามกระทำรุนแรงต่อคนญี่ปุ่นในค่ายและจอร์จขอให้พ่อช่วย แต่พ่อรีบจูงมือเขาเดินหนีไป ตอนนี้เด็กชายทาเคอิไปไม่พ้นพัฒนาการปกติของเด็กทั่วไปแล้ว นั่นคือเขาเคยนึกว่าพ่อรู้ทุกอย่าง ทำได้ทุกเรื่อง แก้ปัญหาให้ได้ทุกคนมาตลอด เป็นคนดีที่ไม่ด่างพร้อย

แต่บัดนี้พ่อเองก็เดินหนีจากการกระทำที่ไม่ถูกต้องโดยไม่ช่วยเหลือ

จอร์จเล่าว่า หลังจากเหตุการณ์ในค่ายผ่านไปหลายปี ตอนที่เขาเป็นหนุ่ม เขาเคยถามพ่อว่าทำไมพ่อสมยอมต่อทหารอเมริกันมากมายขนาดนั้นทั้งที่พวกเขาทำเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

เมื่อพ่อตอบว่าเป็นความจำเป็นในตอนนั้น พ่อมีแม่และลูกสามคนต้องดูแล

จอร์จไม่พอใจกับคำตอบนี้อย่างมาก เขาลุกขึ้นโต้เถียงพ่อที่พ่อไม่ช่วยเหลือคนอื่น เขาจำเหตุการณ์ที่พ่อจูงมือเขาเดินหนีได้ดี

“พ่อเอาแต่พูดว่า โตขึ้นแล้วลูกจะเข้าใจ ก็ผมโตแล้วนี่ไง!” จอร์จโมโห

คือฉากคลาสสิคของวัยหนุ่มจริงๆ ทุกชาติทุกภาษาเป็นเหมือนกันหมด ก็ผมโตแล้วไง!

กรกฎาคม ปี 1944 รัฐสภาสหรัฐผ่านกฎหมายให้โอกาสคนญี่ปุ่นที่ปฏิเสธแบบสอบถามที่จะจงรักภักดีต่อสหรัฐ และยกเลิกการจงรักภักดีต่อจักรพรรดิญี่ปุ่นให้เดินทางกลับประเทศญี่ปุ่นได้ ทั้งนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนกับเชลยศึกอเมริกัน

บัดนี้พวกเขาได้รับโอกาสที่จะเป็นศัตรูต่างชาติอย่างถูกกฎหมายเสียที!

เล่ามาทั้งหมดนี้เป็นเพียงครึ่งเล่มแรก

หลังสงครามสงบ จอร์จวัยหนุ่มต้องต่อสู้กับจิตใจของตนเองเพื่อเรียกความยุติธรรมคืนมาให้แก่คนญี่ปุ่น 120,000 ที่ถูกกักกัน

เขาจะได้พบมาร์ติน ลูเธอร์ คิง

ได้ท่องอวกาศไปกับยานเอ็นเตอร์ไพรส์

และขึ้นดำรงตำแหน่งกัปตันยานเอ๊กเซลซิเออร์ใน Star Trek VI The Undiscovered Country ในที่สุด

10 สิงหาคม 1988 ประธานาธิบดีเรแกนกล่าวขอโทษชาวอเมริกันญี่ปุ่นและยอมรับความผิดพลาดของรัฐบาลสหรัฐอย่างเป็นทางการ

บทความก่อนหน้านี้หนุ่มเมืองจันท์ | ความกลัว-โอกาส
บทความถัดไป“จาตุรนต์” อัด “อภิรัชต์” คนสร้างความเสียหายร้ายแรงแก่ชาติ