ฟ้า พูลวรลักษณ์ | ต้องมีรัฐธรรมนูญที่แข็งแกร่ง ถึงจะมีความหวังที่รุ่งเรือง

ฟ้า พูลวรลักษณ์

หนังสือเรียนสำหรับเด็ก เล่มใหม่ (๔๕)

คืนวันหนึ่งฉันนอนในหุบเขา

ที่นั่นฉันได้สัมผัสบางสิ่งบางอย่างของโลกโบราณ เช่น

๑ ความมืด ไฟฟ้าที่นั่นเปิด-ปิดเป็นเวลา ดังนั้น ในเวลาที่ไม่มีไฟ ทุกอย่างจะตกอยู่ในความมืด

๒ ความโดดเดี่ยว เพราะที่นั่นไม่มี WiFi เท่ากับว่าฉันอยู่ในโหมด disconnected ฉันจะเริ่มรู้สึกหงอยเหงา

๓ ความหนาว ในหุบเขาแห่งนั้น เวลากลางวันจะร้อนตับแตก แต่เวลากลางคืน กลับหนาวเย็นยะเยือก

เท่ากับว่าฉันเจอสามสิ่งในโลกยุคโบราณ กล่าวคือ ความมืด ความโดดเดี่ยว และความร้อนหนาว สามสิ่งนี้ ในโลกปัจจุบัน คล้ายจะถูกลืมเลือนไป เรามีไฟฟ้าใช้ตลอดวันตลอดคืน เรา connected ต่อกัน จนเหมือนทั้งโลกเป็นบ้านหลังเดียว และเราสามารถควบคุมอุณหภูมิสิ่งรอบตัวได้ ด้วยแอร์คอนดิชั่น จนเราไม่รู้สึกถึงความร้อนหนาว

แต่สิ่งเหล่านี้ มีอยู่มากมายในโลกยุคโบราณ แต่เราลืมไปแล้ว ต้องมีคนสมัยใหม่ ที่อยู่ๆ บังเอิญหลงเข้าไป จึงจะรู้สึกตัว จึงจะสังเกต

คนโบราณในยามกลางคืน จะตกอยู่ในความมืดมิด คงมีแต่เศรษฐีเท่านั้น จึงจะจุดตะเกียงสว่างไสวในบ้าน คนปกติคงดับไฟแล้วนอน คนที่ตื่นขึ้นมากลางดึก คงเจอแต่ความมืด อาจมีเพียงบานหน้าต่างบ้างที่ให้แสงสว่าง แต่หลายห้องอาจไม่มีหน้าต่าง หรือมีก็แค่หน้าต่างบานเล็กนิดเดียว

แต่ความโดดเดี่ยวนี้น่ากลัวยิ่งนัก คนโบราณจะอยู่ตัวคนเดียวจริงๆ ในความร้อนหนาวของอากาศ

คืนวันนั้น ฉันนอนไม่หลับ จึงคิดเรื่องราวหลายอย่างในชีวิตฉัน และแล้วฉันก็พบว่า ที่ผ่านมานาน ๖๖ ปีนั้น ฉันเข้าใจเรื่อง sex เพียงบางส่วนเท่านั้น ไม่ทั้งหมด หรือจะพูดอีกที ฉันยังไม่เข้าใจมันอย่างแท้จริงเลย ในคืนนั้น ฉันเข้าใจมัน ๑๐๐% แต่ทว่า ฉันมาเข้าใจมัน ในวันที่ฉันหมดสมรรถภาพทางเพศเสียแล้ว มันย้อนแย้งกัน แต่ก็เป็นเช่นนี้แหละ นี้คือชีวิต

ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่า หลังสงครามโลกครั้งที่สองใหม่ๆ มนุษย์ได้ทดลองระเบิดปรมาณูกว่า ๑,๕๐๐ ลูก ส่งแสงสว่างวูบวาบไปทั่วจักรวาล

ระเบิดเหล่านั้น คือการทดลองระเบิดปรมาณู ที่ทำขึ้นในสถานที่ต่างกัน เช่นที่ Bikini Atoll หรือที่ Marshall Islands ในมหาสมุทร Pacific หรือใน Algeria หรือ French Polynesia ในทะเลทรายใน Australia ใน Semipalatinsk ในรัสเซีย Kazakhstan และ Novaya Zemlya ในมหาสมุทร Arctic ในหนองน้ำชื้นแฉะใน Lop Nor ที่เมืองจีน และสถานที่อื่นๆ อีกมากมายในโลก

ทุกครั้งที่เกิดการระเบิด จะส่งแสงเจิดจ้าที่มองเห็นได้ แม้ตัวคุณจะอยู่ห่างไกลในดวงดาว

การที่มนุษย์พยายามจะสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาว พยายามส่งคลื่นสัญญาณวิทยุไป พยายามคิดข้อความ สิ่งเหล่านี้ไร้สาระ หากเทียบกับแสงสว่างวูบวาบนี้ เพราะแสงนี้เดินทางด้วยความเร็วเท่าที่วัตถุจะเดินทางได้ และไปไกลทั่วจักรวาล มันวูบวาบ และเยอะมาก จนกระทั่งว่า หากสิ่งมีชีวิตต่างดาวมีอยู่จริง ในมุมใดในดาราจักร พวกเขาก็จะมองเห็น

พวกเขาจะรู้แล้ว

พวกเขามองเห็นคุณแล้ว มนุษย์ เมื่อคุณใช้ระเบิดปรมาณู เหมือนคุณได้จุดสัญญาณสากลขึ้น เพียงแค่หนึ่งหรือสองลูก ไม่เป็นไร แต่หากนับพันๆ ลูก ทันใดนั้น นี้คือสัญญาณชัดเจนในจักรวาล ว่าเกิดสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดในจักรวาล

ชีวิตที่เต็มเปี่ยมด้วยสัญชาตญาณในการทำลายล้างตัวเอง

โลกที่ฉันอยู่นี้ คือเวทีการต่อสู้ระหว่างชีวิตที่ไม่มีสภาวะกวี กับชีวิตที่มีสภาวะกวี มันแตกต่างกันมากในรายละเอียด ยากที่จะแยกแยะได้ว่าใครถูก

คนที่มีสภาวะกวี ในแง่หนึ่ง คือคนเพ้อฝัน ทำเรื่องโง่ๆ มากมาย จนเจ้าตัวก็จำไม่ได้ รู้แต่ว่า หากย้อนกาลเวลากลับไป ฉันก็จะทำอย่างเดิม เพราะมันเกิดจากสภาวะกวี ต้องทำลายสภาวะกวีในตัวฉันก่อน ฉันจึงจะเปลี่ยน

ความผิดถูกเหล่านั้น จึงเป็นความซึ้งใจของชีวิตฉัน

โลกของวัตถุแผ่ขยายตัวเร็วมาก อย่างคาดไม่ถึง ตอนฉันเกิด มาจนถึงวันนี้ ฉันเห็นโลกของวัตถุแผ่ขยายออกไปกว้างใหญ่ ด้วยเพราะตัวมันไม่มีสภาวะกวี มันจึงแผ่ขยายได้รวดเร็ว และยิ่งใหญ่ จากหนึ่งกลายเป็นล้าน จากล้านกลายเป็นล้านล้าน จากพื้นที่เล็กๆ เท่าสนามฟุตบอล มันพร้อมจะขยายตัว จนครอบคลุมไปได้หมดทั้งระบบสุริยจักรวาล

แต่สภาวะกวี เป็นเพียงพื้นที่เล็กๆ ในจิตของใครคนหนึ่งเท่านั้น แต่มันก็ทระนง และพอใจในตัวเอง มันมีค่ามาก หากวันหนึ่ง ฉันมาเจอมนุษย์ต่างดาวที่เจริญกว่าฉันล้านเท่า ฉันก็จะไม่รู้สึกอะไรเลย เพราะตัวฉันพอใจในตัวเองเสียแล้ว

ทุกวันนี้โลกของเราเปลี่ยนไปมาก คิดง่ายๆ ไม่นานมานี้ หากเรามองโลกจากอวกาศ เราจะเห็นเป็นดาวเคราะห์สีน้ำเงิน สวยงามเกินบรรยาย แต่วันนี้ เราจะเห็นดาวเคราะห์ดวงเดิมนี้เอง ถูกปกคลุมด้วยขยะ จำนวนมหาศาล ล่องลอยเป็นบริวาร ชั้นแล้วก็ชั้นเล่า หมุนโคจรรอบโลก

กลายเป็นดาวเคราะห์ป่วยไข้ เหมือนเด็กออกหัด

ขยะเหล่านั้น คือมลภาวะของโลกวัตถุ

ในจักรวาลนี้ ไม่มีอะไรได้มาฟรี โลกของวัตถุ จึงจ่ายราคาแพง ด้วยการสร้างมลภาวะไม่สิ้นสุด ยิ่งมันขยายตัว มันก็ขยายมลภาวะนั้นเป็นเงาตามตัว

หากมนุษย์ต่างดาวมีอยู่จริง พวกเขาก็มองเห็นเราแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๖ สิงหาคม 1945 ซึ่งเป็นวันแรกที่มนุษย์ทิ้งระเบิดปรมาณูลูกแรก ที่ Hiroshima และอีกสามวันต่อมา ทิ้งลูกที่สองที่ Nagasaki และอีกมากมายในกาลต่อมา ในรูปแบบของการทดลอง แต่มันก็ส่งแสงสว่างทัดเทียมกันหรือสว่างยิ่งกว่า

ปีนี้คือปี 2019 เท่ากับว่า มนุษย์ต่างดาวที่อยู่ห่างจากเรา ๗๔ ปีแสง จึงจะเริ่มมองเห็น แสงสว่างนั้น แสงที่ผิดปกติ เริ่มฉายออกจากดาวเคราะห์เล็กๆ ดวงนี้ และที่อยู่ไกลออกไป ก็จะค่อยๆ มองเห็น ตามความเร็วของแสง ที่ขับเคลื่อนไป

๑๐ สมมติฉันเป็นนักการเมือง

แปลกที่ทางการเมือง ฉันมองแค่เพียงจุดเดียว คือศาลรัฐธรรมนูญ

ดังนั้น ในทางการเมือง ฉันจะขอให้เรามีหนึ่งจุดที่ยอมรับได้ นั่นคือขอให้ผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญเป็นกลางที่แท้จริง

พรรคไหนจะมาเป็นรัฐบาล เป็นเรื่องรองแล้ว ใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็เป็นเรื่องรอง บัดนี้มีกติกาสากลที่เราสามารถพึ่งพาได้ หากจำเป็น

๑๑ ในจักรวาลกว้างใหญ่ หากมีอาณาจักรใด เรืองอำนาจขึ้นมา เขาต้องมีรัฐธรรมนูญที่แข็งแกร่งเกินบรรยาย หากเขาหวังจะรุ่งเรือง ขยายตัวต่อไปเรื่อย

เขาจะไม่ลืมอะไรเลย เพราะรัฐธรรมนูญของเขาไม่อนุญาต นี้คือสังคมที่เต็มไปด้วยข้อมูล เต็มไปด้วยความละเอียดอ่อน และไม่กลัวอะไรเลย

บทความก่อนหน้านี้เงาปีศาจ : เปิดโปงวงจรอุบาทว์ “ล้มบอล VS ล็อกผล” แผน “ปาหี่” ตุ๋นคนดู
บทความถัดไป‘ป้อม’ ยัน ฟ้องม.116 แกนนำฝ่ายค้าน เรื่องกม.ล้วนๆ ในพื้นที่เป็นผู้พิจารณาฟ้องเอง