สมหมาย ปาริจฉัตต์ : ครูที่เป็นยิ่งกว่าครู (7)

สมหมาย ปาริจฉัตต์

กรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เสร็จภารกิจ ปิดจ๊อบที่โรงเรียนกุมรูกรงของครูดี โสพร เจ้าภาพพาไปลิ้มรสอาหารพื้นบ้านเขมร ต้มยำปลากรอบซดน้ำอร่อยแซบ ก่อนเดินทางต่อไปที่โรงเรียนครูลอย วีระ

ทั้งสองรายการได้ ดร.คิมเฮียง ฮอง ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยี กัมปงสปือ (Kampong Speu Institute of Technology) มหาบัณฑิตภาคภาษาอังกฤษ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และดุษฎีบัณฑิตบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา มาช่วยเป็นล่ามกิตติมศักดิ์ ให้คำอธิบายข้อสงสัยซักถามแก่คณะผู้มาเยือนอย่างคล่องแคล่ว ทั้งภาษาเขมร ภาษาไทย และอังกฤษ

เหตุจากสายสัมพันธ์ระหว่าง ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า ผู้อำนวยการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้า กับพี่สาว ผอ.สถาบันเทคโนโลยีเป็นเพื่อนอาจารย์ด้วยกัน เลยขอให้น้องชายมาช่วยดูแล

โรงเรียนของครูลอย เป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ชื่อ ฮุน เซน โรเลียพะเอีย (Hun Sen Roleapha Ear High school Kampong Chhnang) มี 31 ห้องเรียน ครู 108 คน เป็นครูหญิง 45 คน ปี 2018-2019 นักเรียน 1,355 คน เป็นหญิง 736 คน

ครูลอยสอนวิชาฟิสิกส์ ห้องเรียนที่เป็นครูประจำชั้น มีนักเรียน 47 คน เป็นหญิง 39 คน

 

หลังพิธีต้อนรับ กล่าวรายงานของฝ่ายเจ้าภาพและฝ่ายแขกผู้มาเยือนจบลง เป็นหน้าที่ของครูลอยในฐานะผู้ได้รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้าฯ คนที่ 3 ของกัมพูชา เล่าถึงแนวคิด ประสบการณ์การทำงานชีวิตความเป็นครู เหตุที่ทำให้ได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงศึกษาธิการ เยาวชนและกีฬา ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติระดับนานาชาตินี้ ก่อนหน้านี้ครูสอบได้คะแนนสูงสุดได้รับปริญญามหาบัณฑิตจากสมเด็จเดโช ฮุน เซน

ครูลอยเริ่มฉายภาพขึ้นจอก่อนบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ เริ่มต้นด้วยวิสัยทัศน์ในการทำงาน สร้างทรัพยากรมนุษย์ให้มีความรู้จริง มีทักษะชีวิต มีคุณธรรม รักความสุขสงบ รักชาติ ให้การศึกษานักเรียนเป็นนักเรียนรู้ตลอดชีวิต

พันธกิจ-มีสัมพันธ์ที่ดีกับโรงเรียน นักเรียน พ่อ แม่ ผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ ในการช่วยเหลือนักเรียนตลอดเวลา พยายามให้ดีที่สุด ให้การศึกษานักเรียนให้เป็นพลเมืองที่ดีของสังคม

หลักการทำงาน มีความเป็นนักวิชาชีพ มีความรู้สึกผิดชอบชั่วดี มีส่วนร่วมสนับสนุนกระทรวงศึกษาธิการ เคารพเวลาและความเป็นวิชาชีพ แสวงหาหนทางส่งผ่านความรู้ไปยังนักเรียนและมีเวลาสอนที่เพียงพอเหมาะสม พยายามหาช่องทางร่วมกับเพื่อนครูทำให้นักเรียนมีผลการเรียนดีขึ้น

สิ่งสำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จในวิชาชีพ 10 ข้อ อาทิ รู้สถานภาพของนักเรียนรายบุคคล ยากจน ขี้เกียจ ขยัน มีการสื่อสารที่ดี มีความร่วมมือกับพ่อ แม่ ผู้ปกครอง ผู้บริหาร ครู

 

กระบวนการจัดการเรียนการสอน นักเรียนเป็นศูนย์กลาง แอ๊กทีฟ เตรียมบทเรียน จัดแผนการสอน และจัดกิจกรรมการสอน นำนักเรียนให้ปฏิบัติทดลอง และอภิปรายกลุ่ม เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการศึกษา มีความสอดคล้องสัมพันธ์กับบทเรียน ทำให้ง่าย หาได้ง่าย ราคาไม่แพง ไม่ให้สิ้นเปลืองเงินทอง

การจัดการออกแบบห้องเรียนและสภาพแวดล้อม บรรยากาศ จัดที่นั่งในห้องเรียนให้เหมาะสม เช่น ให้นั่งกับเพื่อนที่เรียนดี ฉลาด ช่วยทำให้เขาจดจำสูตรต่างๆ ได้มากขึ้น กระบวนการทดลอง สอนถึงวิธีการทำบทเรียนง่ายๆ วิธีจูงใจเด็กด้วยคำพูดหรือสิ่งของ แสวงหาและผลิตสื่อใหม่ๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ แสดงโมเดล พฤติกรรมและกิจกรรมที่ดี ให้เป็นตัวอย่าง การพูด การแต่งกาย เสียสละเวลา กำลังและทรัพย์สินส่วนตัวเพื่อบรรลุผลดีที่สุด หลังเลิกเรียนและทุกวันหยุด ครูให้เวลาไปช่วยเหลือนักเรียนที่ยากจน เรียนอ่อน ตลอดมา

“ครูต้องรู้จักตัวตนที่แท้จริงของนักเรียน ภูมิหลัง ชีวิตครอบครัว ประสานกับพ่อ-แม่เพื่อช่วยเหลือนักเรียน แนะนำให้ศึกษาเพิ่มเติมเมื่ออยู่บ้าน จูงใจนักเรียนที่เรียนช้า โดยให้คำปรึกษาที่ดีและอุปกรณ์เครื่องมือในการเรียน ให้ทำบทเรียน แบบฝึกหัดง่ายๆ ค่อยไปสู่ที่ยากขึ้น แนะนำให้ไปหาความรู้เกี่ยวโยงกับบทเรียน จูงใจพ่อ-แม่ผู้ปกครองให้รางวัลนักเรียนที่ผ่านการทดสอบระดับชาติและระดับจังหวัด กระตุ้นให้เรียนเพื่อผลดีในอนาคต และเป็นตัวอย่างสำหรับนักเรียนคนอื่นๆ”

สาระคำบรรยายของครูเป็นลำดับต่อเนื่อง เหมือนจะเตรียมขึ้นเวทีนำเสนอในการประชุมวิชาการ งานพิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 3 ปีที่จะมีขึ้นวันที่ 15 ตุลาคม 2562 ที่โรงแรมเซนทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ กทม. ครูเป็นหนึ่งใน 11 คนแห่งครูอาเซียนที่จะรับพระราชทานรางวัล

ครูลอยจบคำบรรยายลง พร้อมยกมือไหว้ทุกคนในห้อง

 

ดร.กฤษณพงศ์ ประธานกรรมการมูลนิธิกล่าวตอบคณะเจ้าภาพ มี ออง สุเพีย รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำปงชนัง เป็นหัวหน้าคณะ

“ขอชื่นชมความคิดสร้างสรรค์ที่ครูได้ใช้สิ่งของที่มีอยู่ในท้องถิ่นและหาง่ายมาใช้ในการสอนให้นักเรียนได้เข้าใจ ต่างจากประเทศไทยที่ได้จากการซื้อมาใช้ เลยไม่ค่อยมีคนรู้วิธีซ่อมเครื่องมือให้ใช้งานได้ต่อไปเมื่อเกิดชำรุดเสียหาย”

จากนั้นครูลอยนำคณะเดินชมห้องเรียน เด็กนักเรียนหญิง-ชาย นำเสนอผลงานความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ การทดลอง ต่อแผงวงจรไฟฟ้า มอเตอร์ อธิบายเป็นภาษาอังกฤษ เข้าใจง่าย ชัดเจน เปิดโอกาสให้คณะผู้มาเยือนพูดคุยกับเด็กแต่ละคนได้เต็มที่

เวลาผ่านไปกว่าสามชั่วโมง การเยี่ยมเยียนเสร็จสิ้นลงท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่น ต่างบอกลากันด้วยมิตรไมตรี

และความหวังว่าจะพบกันใหม่ที่เมืองไทยในงานพิธีรับพระราชทานรางวัล

 

เช้าวันรุ่งขึ้นหนังสือพิมพ์ Kampuchea Thmey รายงานบทสัมภาษณ์ครูลอย “ผมพยายามสร้างบรรยากาศดีๆ ในห้องเรียนเพื่อช่วยกระตุ้นให้นักเรียนสนใจ ศึกษาทำความเข้าใจพฤติกรรมของนักเรียน เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในแผนการสอน คัดเลือกเครื่องมือและสื่อการสอนให้เหมาะสมกับนักเรียนเหล่านั้น หลักการสอนที่ดี ไม่มีนักเรียนเรียนซ้ำชั้น ช่วยนักเรียนไม่เก่งให้กลายเป็นเรียนเก่งได้”

“รางวัลนี้เสริมกำลังใจให้ผมมุ่งมั่นตั้งใจต่อไปในการช่วยพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของกัมพูชาให้มีความสามารถยิ่งขึ้นเพื่อนำไปพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าในวันข้างหน้า เชื่อว่าการศึกษาจะทำให้ชีวิตของนักเรียนดียิ่งขึ้น”

ข้อคิด คำคมของครู ที่ปรากฏในสื่อมวลชนกัมพูชา สะท้อนบทบาทสื่อเพื่อการศึกษา เกาะติดรายงานอย่างต่อเนื่อง น่าชื่นชม

ครูลอย วีระ ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี คนที่ 3 ของกัมพูชา

บทความก่อนหน้านี้นายกฯนำครม.ร่วมทำจิตอาสาริมเจ้าพระยา สำรวจความเรียบร้อยเส้นทางเสด็จฯ
บทความถัดไปนายกฯแนะปชช.ทำจิตอาสา บ้านเมืองสวยงาม ขอรถควันดำหยุดวิ่ง คนอื่นจะได้ไม่เดือดร้อน