เครื่องเคียงข้างจอ /วัชระ แวววุฒินันท์ / ลีลา…ลีลาศ สุนทราภรณ์

วัชระ แวววุฒินันท์

เครื่องเคียงข้างจอ/วัชระ แวววุฒินันท์

ลีลา…ลีลาศ สุนทราภรณ์

 

“เอ้า ฮา เฮ่ ฮา เฉยช้าอยู่ไย..เอ้า ฮะฮะไฮ่ ใครต่อใครเขาร้ายทั้งนั้น”

ที่ว่า “ใครต่อใครเขาร้ายทั้งนั้น” ไม่ได้หมายถึงพวกคนในสภานะครับ แต่ใครต่อใครที่ว่าร้ายๆ นี่คือ “นักเต้นเท้าไฟ” ทั้งหลายนั่นเอง

เพราะนี่คือท่อนหนึ่งของบทเพลง “เริงลีลาศ” ของวงดนตรีสุนทราภรณ์ ที่แฟนเพลงสุนทราภรณ์รู้จักอย่างดี

“เอ้า ฮิ ฮิ ฮิ ดูให้ดี เขาลีลาศกัน ยักแย้ยักยัน เห็นเขาเต้นกัน เสียวซ่านอุรา”

เป็นที่รู้กันดีว่าบทเพลงของสุนทราภรณ์ที่มีเป็นพันๆ เพลงนั้น เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับใช้บรรเลงประกอบการเต้นลีลาศ ด้วยมีท่วงทำนองหลากหลายจังหวะ ทั้งยอดฮิตอย่างตะลุง บีกิน รุมบ้า ชะชะช่า วอลต์ ไปจนแบบยากๆ อย่างแทงโก้ ฟอกซ์ทรอต หรือแม้แต่รำวงแบบไทยๆ ก็มีอยู่มาก

ทั้งการเรียบเรียงดนตรีก็มีจังหวะที่ชัดเจน ช่วยให้นักเต้นรำจับจังหวะได้ง่าย การเต้นเกิดรสชาติสนุกสนาน

เรื่องอย่างนี้นักเต้นรำจะรู้ดี

 

ในวงสังคมสมัยก่อน การเต้นลีลาศถือเป็นกิจกรรมที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะมีงานที่ใด ทั้งงานเลี้ยง งานแต่งงาน งานเฉลิมฉลองต่างๆ ผู้คนมักนิยมเต้นลีลาศกัน ถือว่าเป็นวัฒนธรรมอันศิวิไลซ์ก็ได้ในช่วง 50-60 ปีที่ผ่านมา

หนุ่มๆ สาวๆ พอเริ่มโตขึ้นมาก็จะขอให้ญาติหรือครอบครัวหัดเต้นรำให้ เพื่อใช้ในการออกงาน ไม่อย่างนั้นก็จะต้องเป็นคนนั่งเฝ้าโต๊ะในขณะที่คนอื่นลุกขึ้นไปวาดลวดลายบนฟลอร์กัน

เหล่านักเรียนนายร้อยทั้งหลาย นอกจากจะฝึกการใช้อาวุธและการต่อสู้แล้ว ในหลักสูตรก็ยังบรรจุให้มีการฝึกเต้นรำอีกด้วย เพราะถือว่าเป็นสิ่งที่เสริมสร้างภาพลักษณ์ และใช้เข้าสังคมได้อย่างดี

สมัยก่อนตามโรงเรียนต่างๆ ก็มีชั่วโมงเต้นรำด้วย เด็กผู้ชายจับคู่กับเด็กผู้หญิง เต้นไปหัวเราะไปด้วยความเขินอาย ไม่รู้เดี๋ยวนี้ยังมีการเรียนการสอนอยู่ไหม

บิดาของข้าพเจ้าได้ชื่อว่าเป็น “นักเต้นรำเท้าไฟ” คนหนึ่ง ด้วยอาชีพข้าราชการต่างจังหวัด มีความจำเป็นต้องเต้นรำเป็นเพื่อใช้ในการออกสังคม บิดานั้นเต้นเก่งจนมีคนมาขอให้หัดให้บ่อยๆ

เมื่อต้องย้ายตามคำสั่งของต้นสังกัด ให้ไปปฏิบัติหน้าที่ที่จังหวัดศรีสะเกษก็ต้องไป  เมื่อ 50 ปีก่อน ศรีสะเกษยังเป็นเมืองเล็กๆ สงบ ไม่มีกิจกรรมอะไร เวลามีงานแต่งงาน พอกินเสร็จก็แยกย้ายกลับบ้าน

บิดาจึงปรึกษากับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดในตอนนั้นว่า น่าจะให้มีการฝึกเต้นลีลาศกัน เพื่อให้เกิดกิจกรรมของคนในจังหวัด ท่านผู้ว่าฯ เห็นด้วย จึงขอให้บิดาเป็นคนสอน จึงเป็นว่านอกจากจะปฏิบัติหน้าที่ราชการตามตำแหน่งแล้ว ยังพ่วงงาน “ครูสอนเต้นรำ” ขึ้นมาด้วย   เป็นข้าราชการที่ทำงานคุ้มทั้งงานหลวงงานราษฎร์จริงๆ

แต่บิดาก็สนุกที่จะทำ และผลก็คือ มีการเต้นรำเกิดขึ้นในสังคมของจังหวัดศรีสะเกษแต่นั้นมา

 

เมื่อ เจ เอส แอล ลุกขึ้นมาจัดละครเวทีชุด “สุนทราภรณ์ เดอะ มิวสิคัล” ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมาก็มีละครในลำดับที่ 4 ชื่อเรื่อง “เพลงรักของเธอ สุนทราภรณ์ เดอะ มิวสิคัล” ที่จับเอาจุดเด่นของบทเพลงสุนทราภรณ์ คือบทเพลงสำหรับการเต้นรำขึ้นมาเป็นแกนของเรื่อง

เรื่องราวของ 2 โรงเรียนสอนเต้นรำในแบบคลาสสิคดั้งเดิมกับแบบสมัยใหม่ ที่ต้องมาแข่งขันกัน โดยตัวพระตัวนางที่เป็นลูกของเจ้าของโรงเรียนทั้งสองนี้เกิดปะทะกัน ทั้งต้องแข่งเรื่องเต้นและแข่งเรื่องรักจึงเกิดขึ้นไปพร้อมๆ กัน นำแสดงโดย ไต้ฝุ่น-กนกฉัตร, รอน-ภัทรภณ  และโบว์-สาวิตรี

ที่เลือก “ไต้ฝุ่น” มาแสดงนั้น นอกจากจะเคยแสดงด้วยกันในละครเรื่องที่ 3 แล้ว ไต้ฝุ่นเองก็มีดีกรีเป็นนักเต้นลีลาศของมหาวิทยาลัย ลงแข่งขันในกีฬามหาวิทยาลัยมาแล้ว จึงเหมาะสมกับการแสดงเรื่องนี้อย่างมาก

ส่วนรอนและโบว์ แม้จะไม่ได้เป็นนักเต้นมาก่อน แต่ก็พร้อมจะฝึกอย่างหนักเพื่อแสดงละครเรื่องนี้ ยังจำบรรยากาศการซ้อมที่หนักหนาสาหัสได้ว่า ต้องใช้แรงกายและเม็ดเหงื่อไปไม่รู้เท่าไหร่เพื่อ

ซ้อมเต้น เต้น เต้น ให้อยู่หมัด เพราะต้องทำให้คนดูเชื่อว่าพวกเขาเป็นนักเต้นจริงๆ

ฉากสุดท้ายของเรื่องคือการเต้นประชันกันของสองโรงเรียน บรรยากาศการเต้นบนเวที ทุกคนปล่อยสุดพลัง เต้นสุดแรง จนเป็นภาพที่ออกมาสนุก ลุ้นอย่างมากเหมือนเป็นการแข่งขันกันจริงๆ

และจากการทำละครเรื่องนี้ ทำให้ได้รู้ว่าเพลงของสุนทราภรณ์มีจังหวะร็อกด้วย นับว่าทันสมัยจริงๆ โดยเราเลือกใช้เพลงชื่อ  “กบใต้กอบัว” มาให้นักแสดงเต้นกันอย่างคึกคัก

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ ก็อยากชี้ให้เห็นถึงเสน่ห์ของการเต้นลีลาศโดยมีบทเพลงของสุนทราภรณ์เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ แม้บางคนจะไม่ได้เป็นนักเต้น แต่ดูคนเต้นรำเก่งๆ ก็เพลิดเพลินได้เช่นกัน

 

และด้วย “เสน่ห์” ที่ว่านี้ เจ เอส แอล และพาราไดซ์ พาร์ค จึงได้จัดกิจกรรมสำหรับนักเต้นรำขึ้น ชื่องานว่า “ลีลา…ลีลาศ สุนทราภรณ์” โดยจะเปิดฟลอร์ให้ผู้ชื่นชอบการเต้นรำทั้งหลายได้มาวาดลวดลายประชันกัน โดยมีวงดนตรีสุนทราภรณ์วงใหญ่ พร้อมนักร้องประจำวงมาสร้างเสียงเพลงให้นักเต้นรำได้เต้นอย่างสนุกสนานตลอด 3 ชั่วโมงเต็ม

ไม่เท่านั้น ยังมีนักร้องรับเชิญที่เป็น “คู่พระ-นาง” จากละครเวทีสุนทราภรณ์ เดอะ มิวสิคัล เรื่องล่าสุด “บ้านเรือนเคียงกันฯ” คือ ปอ อรรณพ และแป้ง มิตรชัย มาร่วมร้องเพลงสุนทราภรณ์ให้พี่ๆ น้าๆ ได้เต้นรำด้วย

ยังไม่หมด ยังมีโชว์พิเศษ เป็นโชว์เต้นรำจาก “ไต้ฝุ่น-กนกฉัตร” ซึ่งมีดีกรีเป็นนักเต้นลีลาศระดับมหาวิทยาลัยตามที่ได้เล่าไปแล้ว มาวาดลวดลายกับคู่เต้นของเขาให้ผู้ชมได้ชม รวมทั้งยังมีนักแสดงสาวดีกรีนักเต้นทีมชาติมาร่วมโชว์ด้วยคือ “พลอย-รัญดภา” จากช่อง 7 สี ที่จะทำให้ผู้ชมประทับใจแน่นอน

งาน “ลีลา…ลีลาศ สุนทราภรณ์” นี้จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม เวลา 14.00-17.00 น. ณ ลานชั้น 1 รอยัล พาร์ค พลาซ่า ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ถนนศรีนครินทร์ ถ้าท่านใดสนใจอยากมาร่วมงาน ติดต่อซื้อบัตรหรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ 09-6953-3018 นะครับ

แต่งตัวสวยๆ ชวนคู่ของคุณหรือเพื่อนๆ มาร่วมเต้นรำกัน ในงานมีมุมถ่ายภาพสวยๆ มีของว่างและเครื่องดื่มบริการตลอดงาน และมีของรางวัลให้หนีบกลับบ้านด้วย

“ลีลา…ลีลาศ สุนทราภรณ์” ครับ มาลับความเป็นไฟที่เท้าคุณกัน

 

 

บทความก่อนหน้านี้“ธนาธร” ถามกลับ บิ๊กป้อม กล้าเจอผมมั้ย? งงเอาอำนาจอะไร เรียกสอบ ปมจ้างล็อบบี้ยิสต์
บทความถัดไปการ์ตูนที่รัก/นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์/ They Called US Enemy เขาเรียกเราว่าศัตรู