ธุรกิจพอดีคำ | เมื่อคุณทะเลาะเพื่อนร่วมงาน

กวีวุฒิ เต็มภูวภัทรfacebook.com/eightandahalfsentences

“สามฟุต”

คุณเคยทะเลาะกับเพื่อนร่วมงานมั้ยครับ

ความเห็นของฉัน

ความเห็นของแก

เถียงกันจะเอาเป็นเอาตาย

ไม่ได้ข้อสรุป

อารมณ์เสีย

ออกจากห้องประชุม

จากที่เป็นเพื่อนกันดีๆ

ก็กลายเป็นมองหน้ากันไม่ค่อยจะได้

แกไม่เข้าใจฉัน

ทำไมแกไม่เข้าใจฉัน

เมื่อเช้าได้มีโอกาสเปิดวิทยุฟังคลื่นวิทยุคลื่นหนึ่งครับ

เขาเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์จีน

มีบ้านสองหลัง มีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ทั้งคู่หลายพันตารางฟุต

หากแต่ว่าเจ้าของบ้านทั้งสองนั้นไม่ถูกชะตากัน

เรื่องราวมาจากอาณาบริเวณที่ตกลงกันไม่ได้

ต่างฝ่ายต่างก็ยกเหตุผลต่างๆ นานา

บอกว่าอีกฝ่ายนั้นรุกล้ำเข้ามาในอาณาบริเวณของตัวเอง เป็นระยะทาง “สามฟุต”

ต่างถกเถียง ด่าทอ ทำให้ทั้งสองบ้านเกลียดกัน

ไม่มีความสุขมาแรมปี

เจ้าของบ้านหลังหนึ่งไม่พอใจ

จึงตัดสินใจปรึกษาปราชญ์ท่านหนึ่งมีนามว่า “จางอิง”

เจ้าของบ้านส่งจดหมายถึงจางอิง

ร้องเรียนว่า ท่านช่วยมาไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทนี้ที

มิฉะนั้น บ้านทั้งสองก็จะไม่มีความสุขอยู่อย่างนี้

เราต้องการคนกลางมาไกล่เกลี่ย

จางอิงเมื่อได้รับสารเช่นนั้น

ก็เกิดรอยยิ้ม

หลังจากตรึกตรองอยู่พักใหญ่

จึงตัดสินใจส่งจดหมายกลับไป

เวลาสองอาทิตย์ผ่าน

จดหมายถึงมือผู้รับ

พร้อมคำแนะนำในการแบ่งแยกเขตแดน

“จดหมายจากระยะทางพันลี้

ส่งมาเพื่อแก้ข้อพิพาทระยะสามฟุต

กำแพงเมืองจีนตั้งสง่าทุกวันนี้

แต่จิ๋นซีฮ่องเต้ก็ล่วงลับไปแล้ว”

เจ้าของบ้านอ่านจดหมายก็เกิดได้สติ

ผู้ยิ่งใหญ่อย่างจิ๋นซีฮ่องเต้ สร้างกำแพงเมืองจีนที่อยู่คู่ฟ้ามาทุกวันนี้

แต่ตัวเองก็เอาอะไรไปไม่ได้สักอย่าง

ไม่มีอะไรที่เป็นของเราจริงๆ

แล้วจะหวงดินแดนสามฟุต

แลกกับความทุกข์ในจิตใจ

ทั้งของตัวเองและคนในบ้านไปเพื่ออะไร

เมื่อคิดได้ดังนั้น จึงตัดสินใจนำธงเขตแดนที่ตัวเองไปปักจองพื้นที่ไว้

ร่นระยะลงมาสามฟุต

เมื่อข้างบ้านเห็นดังนั้นก็แปลกใจ

พิพาทกันมานานแสนนาน

ทำไมถึงเปลี่ยนใจง่ายขนาดนี้

เวลาผ่านไปไม่กี่สัปดาห์

เพื่อนบ้านเกิดความรู้สึกบางอย่าง

เห็นใจ เกรงใจ ไม่สบายใจ

จึงออกมาที่อาณาเขตบ้าน ที่ได้เพิ่มขึ้นมาสามฟุต

และตัดสินใจลดอาณาเขตของตัวเองลงมาสามฟุตเช่นกัน

ถึงตอนนี้จึงกลายเป็นพื้นที่กว้าง “หกฟุต”

ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ และไม่ทำประโยชน์

เป็นพื้นที่กว้าง ที่สะท้อนถึงความ “ใจกว้าง”

ยิ่งใจกว้างมากเท่าไร พื้นที่ก็กว้างมากเท่านั้น

ความสุข ความสบายใจก็เกิดขึ้น

พื้นที่หกฟุตที่เกิดขึ้นมาจากความใจกว้าง

จึงถูกทำเป็นที่สาธารณะของทั้งสองบ้าน

สามารถมาใช้ร่วมกันได้

กลายเป็นทั้งสองบ้านที่ใจเปิดออก

ได้พื้นที่เพิ่มขึ้นทั้งคู่ คนละหกฟุตทันที

เอาไว้ใช้ประโยชน์

แถมสร้างความสัมพันธ์อันดีให้กับบ้านทั้งสอง

ทำกิจกรรมสังสรรค์กันเป็นประจำ

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

กี่ครั้งที่เราถกเถียงกับเพื่อนร่วมงาน

ใช้เหตุและผลเพื่อหวังจะเอาชนะ

มองทุกอย่างจากมุมของตัวเอง

ไม่ลดราวาศอก เอาเป็นเอาตาย

จนสุดท้าย พอกลับมานั่งที่โต๊ะ

ก็ยังรู้สึกกังวล รู้สึกไม่ดี

ทำไมเราถึงหาทางออกกับเพื่อนร่วมงานไม่ได้

ทางเลือกที่สาม ไม่เคยได้เข้ามาอยู่ในการสนทนา

มีแค่ฉันถูก หรือเธอถูก

ไม่มีเราทั้งสองนั่นแหละ ถูกทั้งคู่

ถูกต้องจากมุมมองของตัวเองเท่านั้น

ถูกทั้งคู่ แต่ไม่สามารถตัดสินใจอะไรร่วมกันได้

ไม่ได้ทำให้ทีมงานดีขึ้น

ไม่ได้สร้างสรรค์อะไรเสียที

ก็เพราะมัวแต่ติดกับดัก “ความเป็นตัวเอง”

ที่ใหญ่กว่า “พันธกิจ” ของทีมงาน

ใจกว้างแค่ไหน โอกาสก็จะเปิดออกมากแค่นั้น

ความสุขก็เช่นกัน

บทความก่อนหน้านี้ความรุนแรงน่าเป็นห่วง ตลาดล่าง-ตลาดบน และชนบทที่เปลี่ยนไป ในมุมมองอรรถจักร์ สัตยานุรักษ์
บทความถัดไปเรื่องสั้น | หลุมลุ่มหลง