รายงานพิเศษ/โชคชัย บุณยะกลัมพ/บ.บิทคอยน์ปิด เหรียญ bitcoin ไม่ปิด สร้างความวิตกนักลงทุน

รายงานพิเศษ/โชคชัย บุณยะกลัมพ https://www.facebook.com/ChokCyberAIEntertainment/

บ.บิทคอยน์ปิด

เหรียญ bitcoin ไม่ปิด

สร้างความวิตกนักลงทุน

 

จากข่าวเมื่อวันที่ 2 กันยายน ช่วงเช้ามีข่าวในวงการเงินดิจิตอล เมื่อ “บริษัท บิทคอยน์ จำกัด” ผู้ให้บริการ Crypto Exchange รายแรกและรายใหญ่ที่สุดของไทยบน BX.IN.TH ได้แจ้งยุติให้บริการภายในสิ้นเดือนกันยายน 2562 นี้ สร้างกระแสความตื่นตระหนกจากการปิดของบริษัท บิทคอยน์ จำกัด ที่ทำหน้าที่ซื้อขาย, แลกเปลี่ยน (เทรดดิ้ง) สินทรัพย์ดิจิตอล บิทคอยน์ ในประเทศไทย

จากข้อมูล BX บิทคอยน์ พบว่ามีทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท ทำธุรกิจเกี่ยวกับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ส่วนวัตถุประสงค์ของการทำธุรกิจคือ ประกอบกิจการค้าสกุลเงินที่ใช้สำหรับทำธุรกรรม BX บิทคอยน์ ก่อตั้งมาแล้วกว่า 5 ปี ในประเทศไทย มีปริมาณการซื้อขายสูงสุด

หลายคนอาจจะวิตกกังวลถึงอนาคตของวงการคริปโตในบ้านเรา และหวั่นว่าผู้ให้บริการ Crypto Exchange จะเดินรอยตามบิทคอยน์

แต่จริงๆ แล้วมีหลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจระบบการเงินดิจิตอล บิทคอยน์

 

ทั้งนี้ บริษัท bitcoin จำกัด ได้ดำเนินกิจการในเรื่องของเว็บไซต์ที่เป็นเว็บเทรดเงินดิจิตอลที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย โดยใช้เว็บไซต์ที่มีชื่อว่า BX.In.Th หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า BX ซึ่งเป็นเว็บเทรดที่เก่าแก่มาก อยู่กับประเทศไทยมานานหลายปีแล้ว

หลังจากเมื่อมีข่าวการยุติการให้บริการของ “บริษัท บิทคอยน์ จำกัด” จึงเกิดการรีบเทขายเหรียญกันขึ้น ถ้าเป็นแบบนี้ก็เท่ากับว่ามีคนเข้าใจผิดกันเยอะในเรื่องชื่อและการให้บริการ การที่ได้เห็นชื่อบริษัทว่าบิทคอยน์ หลายๆ คนก็เข้าใจว่า bitcoin ที่เป็นเหรียญ bitcoin กับบริษัท bitcoin แปลว่าเหรียญ bitcoin มันมีปัญหาหรือเปล่าก็เลยพากันเทขาย

ถ้าเป็นแบบนี้แล้วเหรียญ bitcoin มันจะไปต่อที่อื่นไม่ได้ หรือมันจะเอาไปใช้ที่อื่นไม่ได้

ซึ่งที่จริงแล้วบอกเลยว่าเป็นความเข้าใจผิดอีกหนึ่งอย่าง

ใครที่อยากจะเข้ามาเทรดหรืออยากจะเข้ามาลงทุนบนโลกของคริปโตเคอร์เรนซี่ เรื่องนี้เราควรที่จะทำความเข้าใจให้ถูกต้อง

 

เรื่องแรกต้องเข้าใจก่อนว่า บริษัท bitcoin จำกัด ไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเหรียญที่มีชื่อว่าเหรียญ bitcoin

บริษัท bitcoin จำกัด ที่กำลังจะปิดตัวลงเป็นแค่ชื่อบริษัทที่มีการจดทะเบียนบริษัทอยู่ตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทย ที่ใช้ชื่อว่าบริษัท bitcoin จำกัด กำลังจะปิดตัวลงเฉยๆ

แต่ว่าในแง่ของเหรียญ bitcoin ที่เป็นเหรียญบิทคอยน์ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัท bitcoin ที่ทำธุรกิจอยู่ในประเทศไทย เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายเหรียญในการเทรดเหรียญที่มีชื่อว่า BX

เหรียญที่มีชื่อว่า bitcoin เหรียญนี้ไม่ได้อยู่ภายใต้บริษัทไหน เหรียญนี้ไม่ได้อยู่ภายใต้องค์กรใดๆ มีความเป็นอิสระ เป็นเหรียญที่ใช้ได้ทั่วโลก ไม่รวมศูนย์

ไม่มีใครสามารถที่จะไปบริหารจัดการมันได้ ไม่เหมือนเงินตราที่เราใช้ทุกวันนี้ ทั้งเงินบาท เงินยูโร เงินดอลลาร์ เงินทั้งหมดที่อยู่บนโลก จะถูกดูแลควบคุมโดยธนาคารกลางของแต่ละประเทศ

แต่ในขณะที่ bitcoin เป็นเหรียญที่ได้ชื่อว่าไม่มีใครสามารถบริหารจัดการมันได้ เพราะว่าเป็นเหรียญที่มีความ decentralized หรือไม่รวมศูนย์ จึงเป็นจุดเด่นของเหรียญที่มีชื่อว่า bitcoin

ดังนั้น เมื่อเราได้ยินข่าวว่า บริษัท bitcoin กำลังจะปิดตัวลง คงไม่ใช่ว่าเหรียญบิทคอยน์มีปัญหา เราควรเข้าใจตรงกันนะว่าบริษัท bitcoin ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับเหรียญบิทคอยน์

การปิดเว็บไซต์เทรดเหรียญที่ชื่อว่า BX bitcoin ไปแล้ว ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่มีบริการที่ใช้เทรดเหรียญ bitcoin อีก

ในประเทศไทยมีผู้ให้บริการเงินคริปโตในประเทศไทยได้รับอนุญาตเป็นทางการ 4 ราย หลังจาก BX.in.th ปิดบริการไปก็จะเหลือ 3 ราย คือ bitkub.com, satang.pro และ coins.co.th

ซึ่งก็ได้รับความนิยมอย่างสูงเช่นกัน ใครที่อยากต้องการจะเทรดเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่ ต้องการจะแลกเปลี่ยนเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่เป็นเงินสกุลอื่นๆ สามารถเข้าใช้บริการได้เหมือนกันทั้งหมด

ในการโอนเหรียญ bitcoin ก็ไม่จำเป็นต้องไปแลกเป็นเงินบาทหรือตัวเงินออกมาก่อน

แค่ทำการเคลื่อนย้ายแบบเปลี่ยนกระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ส่วนตัว (Personal Wallet) บนโลกอินเตอร์เน็ต โดยใช้ address ใหม่ที่เราไปสมัครที่อื่นเอาไว้กับเว็บเทรดเหรียญ มูลค่าของเหรียญมันก็ยังคงเดิม

โดยที่เราไม่ต้องไปลดมูลค่าของเหรียญด้วยการเทขายเหรียญออกไป

 

จากกรณีที่เกิดขึ้นนี้ กลต.แจ้งเตือนลูกค้าของ BX ให้ระมัดระวังเว็บไซต์หรือเฟซบุ๊กหลอกลวงให้โอนเงินหรือสินทรัพย์ดิจิตอล

และทางบริษัท bitcoin จำกัด ได้ออกมาชี้แจงว่า

“บริษัท บิทคอยน์ จำกัด ได้ตัดสินใจยุติบทบาทการประกอบธุรกิจเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตอล หรือการให้บริการด้านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Asset Wallet) เนื่องจากบริษัทได้เล็งเห็นถึงโอกาสในการพัฒนาธุรกิจในทางอื่นๆ แทนการประกอบธุรกิจเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตอล

ดังนั้น ภายหลังจากวันที่ 30 กันยายน 2562 ลูกค้าจะไม่สามารถทำการซื้อขาย, แลกเปลี่ยน (เทรดดิ้ง) ผ่านเว็บไซต์ BX.in.th ได้อีกต่อไป แต่ลูกค้ายังคงทำคำสั่งถอนได้ตามปกติ

และขอเรียนแจ้งให้ลูกค้าทุกท่านทำการเปิดคำสั่งถอนสินทรัพย์ดิจิตอลและเงินออกจากบัญชีของท่านที่มีอยู่ภายใต้ระบบ BX.in.th เพื่อเข้าสู่บัญชีธนาคารพาณิชย์และหรือกระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ส่วนตัว (Personal Wallet) ของทุกท่านที่ได้ลงทะเบียนไว้กับเราให้เรียบร้อยก่อนวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 บริษัทจะยังคงเปิดเว็บไซต์ BX.in.th ต่อไปเพื่อเป็นช่องทางให้ลูกค้าสามารถติดต่อบริษัทในการดำเนินการถอนทรัพย์สินของลูกค้าที่ยังคงค้างอยู่ในระบบเท่านั้น

ทั้งนี้ บริษัทจะยุติการทำรายการฝากหลังวันที่ 6 กันยายน 2562 ดังนั้น ลูกค้าจะไม่สามารถทำรายการฝากรายการใหม่ได้อีกต่อไป

หากลูกค้าท่านใดได้รับปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือในการถอน กรุณาส่งคำร้องของท่านผ่านทาง Support Ticket และพนักงานของเราจะทำการติดต่อและช่วยเหลือท่านต่อไป

ท้ายที่สุดนี้ คณะผู้บริหารและพนักงานทุกคน ขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่านอย่างสุดซึ้งสำหรับความไว้วางใจในบริษัท บิทคอยน์ จำกัด รวมถึงในการใช้บริการ BX.in.th มาตลอดระยะเวลากว่า 5 ปีด้วยดีเสมอมา

ด้วยมาตรฐานในการกำกับดูแลและให้บริการทุกท่านด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทขอให้ท่านมั่นใจได้ว่าเงินหรือสินทรัพย์ดิจิตอลของลูกค้าทุกท่านได้ถูกเก็บรักษาไว้อย่างปลอดภัย และลูกค้าทุกท่านจะได้รับเงินหรือสินทรัพย์ดิจิตอลของท่านคืนทั้งหมด 100% อย่างแน่นอน”

บทความก่อนหน้านี้จดหมาย/ฉบับประจำวันที่ 20-26 กันยายน 2562
บทความถัดไปอาทิตย์ละมื้อ/”คนข้างครัว”/ กุ้งทอดซอสมะขาม