E-DUANG : บทสรุป จากอภิปราย ทั่วไป กับ “ความจริง” ที่ถูกเพิกเฉย

หลังผ่านการอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ในทางรูปแบบเหมือนกับว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประสบชัยชนะ

เพราะเมื่อไม่มีการลงมติ ภายหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา ตอบทุกอย่างก็เรียบร้อย

ยิ่งการร่ายยาวโดยอิงกับหลักการบริหารประเทศ อิงกับคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญจากนักกฎหมายระดับ นายวิษณุ เครือ งาม ก็เป็นที่ประจ่าง

การถวายสัตย์ปฏิญาณตนเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมก็ไม่มีปัญ หา การแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ก็ครบถ้วนสมบูรณ์

ไม่มีอะไรผิดมาตรา 161 ไม่มีอะไรผิดมาตรา 163

 

กระนั้น หากไล่เรียงจากแต่ละถ้อยคำในการอภิปรายของฝ่ายค้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก นายปิยบุตร แสงกนกกุล และจาก นายสุ ทิน คลังแสง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แน่ใจหรือไม่ นายวิษณุ เครืองาม แน่ใจเพียงใด

เพราะความเป็นจริงที่แม้แต่รัฐบาลก็มิได้ปฏิเสธ

นั่นก็คือ การกล่าวนำคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ผิดพลาดและคลาด เคลื่อนจากที่บัญญัติไว้ในมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญจริง

นั่นก็คือ การแถลงนโยบายของรัฐบาลเมื่อวันที่ 25 กรกฎา คม เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ไม่เป็นไปตามที่บัญญัติเอาไว้ในรัฐธรรมนูญจริง

ไม่ว่าจะฟังจาก นายปิยบุตร แสงกนกกุล หรือ นายสุทิน คลังแสง ไม่ว่าจะฟังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ นายวิษณุ เครืองาม ก็เป็นเช่นนี้

คำถามก็คือ เมื่อทำความผิดแล้วทำไมจึงไม่มีการแก้ไขให้ถูก

 

ที่คิดว่าเป็นชัยชนะ ที่คิดว่าเป็นความพ่ายแพ้ ที่ชนะแล้วก็ดีใจ ที่พ่ายแพ้แล้วก็เสียใจ

ในที่สุดก็เสมอเป็นเพียงการคิดเองเออเอง

เพราะความเป็นจริงที่ได้ยินเต็ม 2 รูหูเป็นอย่างหนึ่ง เป็นความผิดพลาด คลาดเคลื่อน ไม่เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

“ความจริง”และ”ความเป็นจริง”ต่างหากที่ถูกละเลย

บทความก่อนหน้านี้ปิยบุตร สับ บิ๊กตู่ หนีปัญหา ทำตัวเหนือรัฐธรรมนูญ ชี้แบบนี้ส่งเรื่องไปองค์กรไหนก็รอด
บทความถัดไป“จุรินทร์”สั่งค้าภายในเข้มงวด ห้ามอ้างน้ำมันขึ้น ปรับราคาอุปโภคบริโภค