ใส่บ่าแบกหาม/พรพิมล ลิ่มเจริญ/Music Teacher

พรพิมล ลิ้มเจริญ

ใส่บ่าแบกหาม/พรพิมล ลิ่มเจริญ

Music Teacher

 

เธอจ๊ะ

ดูหนังอินเดียกันเถิดเรา

หนังอินเดียเป็นความสบายใจของฉัน ดูแล้วคิดถึงตอนเด็กๆ ที่ชีวิตยังไม่ซับซ้อน ได้ดูหนังอินเดียในโทรทัศน์ขาว-ดำ ไม่มีรีโมตคอนโทรล

หรือไม่ก็ต้องไปหาดูก็ต้องโอกาสสำคัญ อย่างเช่น เวลามีหนังกลางแปลงมาฉาย เมื่อนั้นจะได้ดูหนังมีสี เป็นความสุขสันต์ของฉันโดยแท้

แต่พอโตๆ มาฉันวิเคราะห์ตนเองพบว่ากิจกรรมนั้นมันวางพื้นฐานการชมมหรสพของฉัน

ฉันเลยชอบดูหนังเพลง ดูละเม็งละครเวทีแบบมิวสิเคิล เพราะมันเหมือนกันกับหนังอินเดีย การแสดงมีบทพูดและมีร้องเพลงในเรื่องเดียวกัน

Music Teacher พูดภาษาฮินดีเป็นหลัก มีภาษาอังกฤษแทรกบ้างเล็กน้อย

เหมือนคนไทยพูดภาษาไทยแล้วพูดทับศัพท์ภาษาอังกฤษบางคำ

 

เรื่องก็เริ่มที่ Beni หนุ่มใหญ่ไฟมอดแล้ว ทำงานเป็นครูสอนดนตรี ตามชื่อเรื่อง บ้านอยู่เมืองในหุบเขาชื่อเมืองชิมลา ตั้งอยู่บนไหล่เขาหิมาลัย อยู่ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย

บ้านช่องในหุบเขาเหล่านั้นสร้างบนพื้นที่ลดหลั่นเป็นขั้นบันได

เขาทาสีบ้านต่างสีกันไป มองไกลๆ สวยงามนัก

ถนนที่มีให้เดินทางไปไหนมาไหนก็จะเป็นทางลาดทางชัน อากาศดีเช้าๆ มามีหมอกหนา ตกเย็นตกค่ำก็ใส่เสื้อหนาวกัน

หนังเขาไม่ได้บอกอะไรในตอนต้น หนังเขาให้เราเห็นเมืองสวยงาม

ช่างตรงกันข้ามกับพี่เบนี่ที่หน้าตาอมทุกข์ ไม่ยิ้มแย้ม ไม่แจ่มใส ตกดึกก็ร้องเพลงให้ตัวเองฟัง

เบนี่อยู่บ้านกับแม่และน้องสาวที่กำลังจะแต่งงาน

แม่หน้าตาไม่สบอารมณ์ เมื่อรู้ข่าวว่าจะมีนักร้องดังระดับบอลลีวู้ดมาเปิดการแสดงที่เมืองนี้

I can’t believe she sang

your father’s song.

Without paying us any royalty.

Such a shameless woman!

ไม่อยากจะเชื่อว่า

เจ้าหล่อนจะร้องเพลงของพ่อเจ้า

ไม่จ่ายค่าลิขสิทธิ์สักแดง

คนอะไรหน้าไม่อาย

shameless ใช้อธิบายคน หมายถึง (คน) หน้าไม่อาย (คน) ไม่มียางอาย (คน) ไม่รู้จักอาย (คน) ไม่รู้จักความละอาย เลือกใช้ความหมายได้ตามสถานการณ์

ฟังน้ำเสียงแม่และเหลือบมองสีหน้าและแววตาเพียงแว้บเดียว ก็รู้ได้ว่าแม่ไม่สบอารมณ์เอามากๆ

น้องสาวสิตื่นเต้น

Your student has become a star.

I’m sure she knows a lot of

people in the music industry.

นักเรียนของพี่เป็นดารา

ฉันมั่นใจว่าเขาต้องรู้จัก

คนในวงการเยอะเลย

อ๋อ นักร้องดังที่จะมาเปิดการแสดงนี้ เคยเป็นนักเรียนของพี่เบนี่มาก่อน

แต่ต้องมีอะไร ไยพี่เบนี่ไม่ตื่นเต้น หากแลวิตกกลุ้มใจไปจนถึงลังเล ที่เห็นเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์คือพี่เบนี่กำลังจัดงานแต่งงานให้น้องสาว ว่าแล้วก็เลือกวันงานตรงกับวันที่น้องดารานักร้องคนนั้นเปิดการแสดง

มันต้องมีอะไรในกอไผ่สินะ ทำไมทำเหมือนไม่อยากเจอ?!

 

แล้วก็มีเหตุบังเอิญให้โทรศัพท์ที่บ้านของพี่เบนี่เสีย เลยต้องไปขอยืมโทรศัพท์เพื่อนบ้าน เพื่อนบ้านเป็นสาวอายุไล่เลี่ยกัน อยู่บ้านกับพ่อที่แก่มากแล้ว

พี่เบนี่กับเพื่อนบ้านเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน แต่สาวเจ้าดูมีใจให้มากกว่าเพื่อน แต่พี่เบนี่ไม่สังเกตเห็นหรือไร

พี่เบนี่ต้องติดต่องานผ่านโทรศัพท์ เลยให้เบอร์โทร.เพื่อนบ้านสาวสวยคนนี้ไป แล้วเย็นๆ ค่ำๆ ก็ไปรอรับโทรศัพท์จากคนที่นัดให้โทร.มา

You used to tell me how you

wished to go to Mumbai

to work as a playback singer.

ไหนเธอเคยบอกฉัน

ว่าอยากไปทำงานที่มุมไบ

เป็นนักร้องเบื้องหลัง

playback singer เป็นนักร้องในอินเดียที่ร้องเพลงอัดเสียงเพลงซาวด์แทร็กไว้ แล้วให้ดาราที่แสดงไปใช้ลิปซิ้งเวลาถ่ายทำ เป็นนักร้องที่ใช้เสียงหากิน ไม่ได้ขายหน้าตา แต่ฝั่งอินเดียไม่ได้ปกปิดนักร้อง ดาราไม่ได้ร้องเพลงเองในหนังก็ไม่มีใครถือสาว่ากระไร

ฝั่งฮอลลีวู้ดเขาก็มีนักร้องแบบนี้ แต่ฝั่งฮอลลีวู้ดจะปิดเป็นความลับ ให้คนดูคิดไปเองว่านักแสดงนั้นๆ ร้องเพลงเอง

กว่าเราจะรู้ว่า Marni Nixon ร้องเพลงให้ Audrey Hepburn เรื่อง My Fair Lady มี Bill Lee ร้องเพลงให้ Captain von Trapp ที่ Christopher Plummer แสดงเรื่อง The Sound of Music อะไรแบบนั้นหนังก็เลิกฉายไปนานแล้ว

Music Teacher เขาใช้วิธีตัดสลับไปมาช่วงอดีตกับปัจจุบัน เขาจัดชุดจัดการแต่งหน้าทำผมนักแสดงได้ดีงาม แตกต่างกันได้ธรรมชาติดีมากๆ เลย พี่เบนี่เคยใช้ชีวิตในเมืองอย่างที่ฝัน

แต่ไฉนไยจึงกลับคืนถิ่น

 

เบนี่กับน้องนางเอกได้มารู้จักกัน เพราะพ่อกับแม่ของน้องนางเอกจ้างพี่เบนี่ให้มาเป็นครูสอนร้องเพลง

พี่เบนี่ไปบ้านน้องนางเอกให้พ่อกับแม่สัมภาษณ์ พี่เบนี่ก็พูดเสียน่าประทับใจ

“When one starts learning music, it is one hundred percent theoretical. Then, it becomes one hundred percent perfection. And then, it ends up into something that is one hundred percent emotion.” ตอนเราเริ่มเรียนดนตรี เป็นเรื่องทฤษฎีเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ จากนั้นจะเป็นความสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วจะจบลงที่อารมณ์ความรู้สึกร้อยเปอร์เซ็นต์

Music needs to be learned

with all your heart.

ดนตรีต้องเรียน

ด้วยหัวใจ

พี่เบนี่เขาพูดดี แต่ที่ไหนได้…

I jabbered whatever came to my mind

to save my skin.

นึกอะไรได้ก็พูดโพล่งๆ ไป

เอาตัวรอดให้ได้ก่อน

jabber หมายถึง พูดเร็วๆ รัวๆ ไม่ได้ใส่ใจว่าจะเป็นสาระ

สองคนเลยได้ขำกัน รู้สึกถูกชะตากันแต่แรกพบ และเมื่อใช้เวลาด้วยกันบ่อยๆ ก็เริ่มชอบพอกัน

วันหนึ่งที่หมู่บ้านมีการจัดประกวดร้องเพลง พี่เบนี่ก็คะยั้นคะยอแกมกะเกณฑ์ให้น้องนางเอกไปร่วมแข่งขัน พี่เบนี่สนใจไหมว่าน้องเขาอยากประกวดหรือเปล่า

I’m taking part in this competition

to make you happy.

ฉันไปเข้าแข่ง

ก็ให้คุณมีความสุขนะ

พี่เบนี่จะได้ยินไหมหนอที่น้องเขาพูด จะเข้าใจไหมหนอนัยยะที่น้องเขาหมายความ

การประกวดครั้งนั้นแหละเปิดประตูสู่โลกกว้างให้น้องเขา ได้ไปโลดแล่นในวงการบันเทิง ได้เป็นนักร้องดัง เป็นซูเปอร์สตาร์แห่งวงการบอลลีวู้ด

แล้วเวลาก็ผ่านไปแปดปีเต็มๆ สองคนจะได้กลับมาเจอกันใหม่ไหม ในเมื่อพี่เบนี่จัดตารางเหมือนอยากให้ไม่ได้เจอกันเยี่ยงนั้น

แล้วถ้าได้เจอกันจริงๆ พี่เบนี่จะแก้ตัวกับเขาอย่างไร ผลักไสเขาไปเสียขนาดนั้น?

I’m stuck here.

I have responsibilities.

ผมไปไหนไม่ได้

ผมมีเรื่องต้องรับผิดชอบหลายเรื่อง

I’m stuck here. หมายถึง ติดแหง็กอยู่ตรงนี้ ไม่มีหนทางจะไปไหนได้

หนังเขาทำออกมาดีหนาฉันว่า ให้เราเห็นการเฝ้ารอ…รอแล้วรอแล้วรอไม่สิ้น

แต่ทีนี้เรื่องบางเรื่องจะแก้ไขได้ต้องอาศัยความสมัครใจทั้งสองฝ่าย

อีกฝ่ายเขารอเราพร้อมกันไปกับเราหรือเปล่าล่ะ นี่สิคำถามสำคัญ

ฉันเอง

บทความก่อนหน้านี้สุจิตต์ วงษ์เทศ/พระแท่นประทับของพระเจ้าตาก และสังฆราชชื่น วัดราชบัลลังก์ฯ เมืองแกลง จ.ระยอง
บทความถัดไป“จตุพร” ตัดพ้อ น้อยใจโชคชะตา ชี้ด่านแรกต้องแก้ ม.256 ตั้ง ส.ส.ร.จัดทำรธน.ใหม่ให้ได้ก่อน