คนมองหนัง | “อโนชา สุวิชากรพงศ์” คน (ทำหนัง) ไทยรายที่ 2 ผู้คว้ารางวัล “Prince Claus” จากเนเธอร์แลนด์

คนมองหนัง

“อโนชา สุวิชากรพงศ์” นักทำหนังชาวไทย คือหนึ่งในผู้ได้รับรางวัล “Prince Claus Awards” ประจำปีนี้

การมอบรางวัล “Prince Claus Awards” ถือเป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งในการดำเนินงานของ “Prince Claus Fund” กองทุนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เนเธอร์แลนด์

ทั้งนี้ ทางกองทุนและคณะกรรมการจะมอบรางวัลให้แก่ผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในการสร้างผลงานเชิงวัฒนธรรมและการพัฒนา

โดยมุ่งเน้นความใส่ใจไปยังเหล่าศิลปินและนักกิจกรรมเพื่อสังคมจากอาณาบริเวณที่มี “ข้อจำกัด” ทางด้านทรัพยากร ตลอดจนโอกาสในการแสดงออกทางวัฒนธรรม, การผลิตผลงานเชิงสร้างสรรค์ และการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม

“Prince Claus Fund” ได้บรรยายถึงคุณลักษณะของผู้กำกับฯ หญิงเก่งชาวไทยรายนี้เอาไว้ว่า

“อโนชาเป็นนักทำหนังทดลองผู้ผลักเคลื่อนอาณาเขตทางสุนทรียศาสตร์, ระบบสัญลักษณ์ และรูปแบบของภาพยนตร์ เพื่อจะส่องสะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์และภาวะร่วมสมัยของสังคมไทย

“ผลงานของอโนชานั้นมีตั้งแต่การเพ่งพินิจพิจารณาระบอบปิตาธิปไตยและวิธีการแสดงออกทางศิลปะใน “เจ้านกกระจอก” (2009) มาจนถึงการสำรวจตรวจสอบความทรงจำและประวัติศาสตร์ใน “ดาวคะนอง” (2016)

“นอกจากนี้ ในปี 2017 เธอยังเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับรางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากงานประกาศรางวัลของสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติในประเทศไทย

“ขณะเดียวกัน อโนชาก็มีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้นในการสนับสนุนการสร้างภาพยนตร์อิสระในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“เธอมีสถานะเป็นครูสอนวิชาภาพยนตร์ทั้งในและต่างประเทศ บริษัท Electric Eel Films ของเธอ ได้อำนวยการสร้างผลงานของคนทำหนังฝีมือดีรุ่นใหม่ๆ ตลอดจนบรรดาผู้กำกับฯ ที่เพิ่งทำหนังยาวเป็นเรื่องแรก

“ในปี 2017 เธอได้ร่วมก่อตั้งและทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Purin Pictures กองทุนภาพยนตร์ที่มุ่งส่งเสริมกลุ่มคนทำหนังซึ่งมักถูกมองข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักทำหนังสตรี”

อโนชาเกิดในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ.2519 ก่อนจะเดินทางไปศึกษาต่อระดับมัธยม-ปริญญาตรี-ปริญญาโทที่สหราชอาณาจักร

ต่อมา เพราะมีความสนใจเรื่องหนัง เธอจึงเบนเข็มไปศึกษาต่อปริญญาโทเพิ่มเติมอีกหนึ่งใบในสาขาการผลิตภาพยนตร์ ณ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

“Graceland” ภาพยนตร์สั้นซึ่งเป็นผลงานจบการศึกษาของอโนชาคือ “หนังสั้นไทยเรื่องแรกสุด” ที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าฉายในสายการประกวดหลักของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ 2006

ก่อนที่เธอจะได้กำกับภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่อง “เจ้านกกระจอก” และ “ดาวคะนอง” ตามลำดับ

“อโนชา สุวิชากรพงศ์” คือคนไทยรายที่สองซึ่งได้รับรางวัลอันทรงเกียรติจาก “Prince Claus Fund”

หลังจากเมื่อ ค.ศ.2016 หรือ พ.ศ.2559 “อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล” อีกหนึ่งนักทำหนังชาวไทย เคยได้รับรางวัล “The Principal Prince Claus Award” ซึ่งถือเป็นรางวัลสำคัญสูงสุดของกองทุนดังกล่าว

โดยอโนชาจะเข้ารับพระราชทานรางวัลจากเจ้าชายคอนสแตนติน พระราชอนุชาในสมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลม-อเล็กซานเดอร์แห่งเนเธอร์แลนด์ ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ของคณะกรรมการกองทุนฯ ในวันที่ 4 ธันวาคมนี้

ภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องล่าสุดของอโนชา (กำกับฯ ร่วมกับ “เบน ริเวอร์ส” ศิลปิน-นักทำหนังชาวอังกฤษ) คือ “Krabi, 2562” ซึ่งเพิ่งเข้าฉายรอบปฐมทัศน์โลกที่เทศกาลภาพยนตร์โลการ์โน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเดือนสิงหาคม

ก่อนจะบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต ประเทศแคนาดาในช่วงต้นเดือนกันยายน และเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ในช่วงต้นเดือนตุลาคม

หนังเรื่องนี้จะสำรวจภูมิทัศน์และเรื่องเล่าต่างๆ ของจังหวัดกระบี่ ผ่านการจับภาพช่วงเวลาพิเศษเฉพาะ ที่ยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์, อดีตที่เพิ่งผ่านพ้น และโลกปัจจุบัน ได้ปะทะชนกัน

หนังของอโนชาและริเวอร์สจะเล่นกับความกำกวมพร่าเลือนของหลายองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างการปรากฏตัวกับไม่ปรากฏตัวของบุคคลแปลกหน้า, ระหว่างช่วงเวลาก่อนหน้ากับช่วงเวลาในภายหลัง, ระหว่างเรื่องแต่งกับความเป็นจริง, ระหว่างสารคดีกับการจัดฉาก และระหว่างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกับการก่อกำเนิดของยุคสมัยทางธรณีวิทยาที่เรียกว่า “โฮโลซีน”

“Krabi, 2562” ยังไม่มีกำหนดการเข้าฉายในประเทศไทย

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กตู่’ โวย รัฐมนตรีห่วย โทษนายกฯ เตือนจะเอา ‘ประยุทธ์’ คนนี้หรือคนเก่า
บทความถัดไปชาวโคราชเลิกเถียงกัน ได้ข้อยุติแบบรถไฟทางคู่ ยกระดับผ่านเมือง