วิเคราะห์ : 18 ปี 9/11 18 ปี สงครามอัฟกานิสถาน

11 กันยายนนี้ก็จะครบ 18 ปีพอดิบพอดี กับโศกนาฏกรรมช็อกโลก จากเหตุการณ์วินาศกรรมโจมตีสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 กันยายน ปี ค.ศ.2001 ที่เรียกกันติดปากว่า เหตุการณ์ 9/11

ซึ่งเป็นชนวนเหตุให้สหรัฐเปิดฉากสงครามโจมตีอัฟกานิสถานในอีกหนึ่งเดือนถัดมา

โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการล่าตัวโอซามา บิน ลาเดน หัวหน้าเครือข่ายก่อการร้ายอัลเคด้า ที่รัฐบาลจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในขณะนั้น ฟันธงว่าเป็น “จอมบงการ” ก่อเหตุ 9/11 ได้เข้าไปกบดานซ่อนตัวอยู่ในแถบเทือกเขาแนวตะเข็บชายแดนอัฟกานิสถาน

แต่รัฐบาลทาลิบันซึ่งกุมอำนาจปกครองประเทศอัฟกานิสถานในช่วงเวลานั้น ปฏิเสธที่จะส่งมอบตัวจอมบงการของกลุ่มอัลเคด้าให้กับทางการสหรัฐ

จากวันนั้นถึงวันนี้ ระบอบปกครองทาลิบันในอัฟกานิสถานถูกโค่นล้มลงไปแล้ว ไม่นานหลังจากสหรัฐนำกองกำลังชาติพันธมิตรเข้าไปบดขยี้กลุ่มติดอาวุธทาลิบันและเซลล์ก่อการร้ายอัลเคด้าในอัฟกานิสถาน

ส่วนตัวบิน ลาเดนเองก็ถูกกองทัพสหรัฐร่วมกับฝ่ายความมั่นคงของปากีสถานบุกจู่โจมปลิดชีพไปเป็นที่เรียบร้อยในอีก 10 ปีต่อมา

ทว่าเหตุการณ์ความไม่สงบและการนองเลือดรุนแรงยังคงดำเนินต่อไป แม้อัฟกานิสถานจะมีรัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งภายใต้การนำของประธานาธิบดีอัชรัฟ กานี มาตั้งแต่ปี 2014 ปีเดียวกับที่กองกำลังนานาชาติได้ประกาศยุติการทำสงครามสู้รบในอัฟกานิสถานลงพร้อมกับการถอนกำลังทหารออกไปเป็นส่วนใหญ่ โดยคงเหลือไว้เพียงกำลังทหารที่ไว้ช่วยฝึกรบให้กับทหารอัฟกานิสถานเท่านั้น

เฉพาะสหรัฐเองมีการคงกำลังทหารอยู่ในอัฟกานิสถานจนถึงขณะนี้เหลืออยู่ประมาณ 14,000 นาย จากที่ส่งเข้ามาประจำการสูงสุดกว่า 110,000 นายในช่วงปี 2011

 

รัฐบาลสหรัฐในปัจจุบันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้ยึดนโยบาย “อเมริกามาก่อน” ที่ยังคงเดินหน้าการเจรจาสันติภาพกับกลุ่มทาลิบันอยู่ ได้ตั้งเป้าที่จะถอนทหารอเมริกันออกจากอัฟกานิสถานทั้งหมดให้ได้ในเร็ววัน เพราะไม่อยากจะแบกรับภาระและละลายเงินงบประมาณจำนวนมหาศาลของประเทศไปในสมรภูมิรบแห่งนี้อีกต่อไป

โดยขณะที่ประธานาธิบดีกานีออกมาเปิดเผยเมื่อช่วงต้นปีว่ารัฐบาลสหรัฐได้หมดเงินไปกับการทำสงครามในอัฟกานิสถานไปแล้วมากกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แต่ตัวเลขที่ออกมาจากปากเพนตากอนหรือกระทรวงกลาโหมสหรัฐชี้ว่างบประมาณใช้จ่ายทางทหารในอัฟกานิสถานของกองทัพสหรัฐนับจากเดือนตุลาคมปี 2001 จนถึงเดือนมีนาคมปี 2019 นี้มีมูลค่าทั้งสิ้นแล้วกว่า 760,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แต่รายงานการศึกษาถึงค่าใช้จ่ายด้านสงคราม จัดทำโดยมหาวิทยาลัยบราวน์ บอกว่าตัวเลขที่ทางการอัฟกานิสถานและสหรัฐระบุไว้เป็นการประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง ที่เชื่อว่าน่าจะมีสูงถึงประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

หากคำนวณให้ครอบคลุมถึงภารกิจสงครามของสหรัฐทั้งในอัฟกานิสถานและปากีสถานที่เกี่ยวเนื่องกัน และนั่นยังไม่นับรวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อีก เช่น ค่าใช้จ่ายในการดูแลทหารผ่านศึกและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านสงคราม

 

ที่สำคัญ ยังไม่มีการนับรวมถึงการสูญเสียชีวิตเลือดเนื้อของทหารและพลเรือนอีกจำนวนมาก

โดยตัวเลขความสูญเสียของทางการสหรัฐระบุว่า นับจากเปิดฉากสงครามกับกลุ่มทาลิบัน สหรัฐได้สูญเสียกำลังทหารไปแล้ว 2,300 นาย และมีทหารอเมริกันได้รับบาดเจ็บราว 20,500 นาย

แต่เมื่อเทียบกับความสูญเสียของคนในอัฟกานิสถานแล้วถือว่ายังห่างไกลกันมาก โดยในช่วงต้นปีนายกานีเปิดเผยว่าอัฟกานิสถานได้สูญเสียกำลังพลไปแล้วมากกว่า 45,000 นายนับจากวันที่เขาก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี

ขณะที่ข้อมูลขององค์กรช่วยเหลือในอัฟกานิสถานของสหประชาชาติ (ยูนามา) ระบุว่า นับจากที่ยูนามาเข้ามาเก็บรวบรวมและบันทึกข้อมูลการสูญเสียเลือดเนื้อของชาวอัฟกานิสถานตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา พบว่ามีพลเรือนชาวอัฟกานิสถานที่เสียชีวิตจากผลของสงครามและเหตุความรุนแรงไปแล้วมากกว่า 32,000 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกราว 60,000 คน

ท่ามกลางการตั้งข้อสังเกตว่า นับวันการสูญเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและพลเรือนชาวอัฟกานิสถานจะเพิ่มเป็นทวีคูณ

หลังจากช่วงปีสองปีที่ผ่านมานี้กลุ่มติดอาวุธทาลิบันกลับคืนมายึดควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ในอัฟกานิสถานได้มากถึงประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์

 

การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐกับกลุ่มทาลิบัน ที่เริ่มต้นขึ้นมาตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้วและดำเนินมาหลายรอบแล้ว กำลังถูกคาดหวังให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ เพื่อจะเป็นย่างก้าวเริ่มต้นของการสานต่อไปยังการเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลอัฟกานิสถานกับกลุ่มทาลิบัน เพื่อยุติการเกิดเหตุนองเลือดรุนแรงและนำความสงบกลับมาสู่ประเทศอัฟกานิสถานให้ได้ในที่สุด

ซัลเม คาลิลซาด ทูตพิเศษสหรัฐ ผู้นำการเจรจาสันติภาพกับกลุ่มทาลิบัน ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ รอบล่าเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาออกมาเปิดเผยว่า สหรัฐจะยอมถอนทหารอีก 5,400 นายออกจากอัฟกานิสถานภายใน 5 เดือนนี้ และสหรัฐจะปิดฐานทัพ 5 แห่งที่มีอยู่ในอัฟกานิสถานลงเพื่อแลกกับหลักประกันจากกลุ่มทาลิบันว่าอัฟกานิสถานจะไม่ถูกใช้เป็นฐานที่มั่นของกลุ่มติดอาวุธในการเคลื่อนไหวโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐและชาติพันธมิตรอีกต่อไป

สิ้นเสียงการบอกเล่าผลคืบหน้าการเจรจากับกลุ่มทาลิบันของทูตพิเศษสหรัฐไปไม่ทันไร เพียงชั่วข้ามคืนก็เกิดเหตุระเบิดรถแทร็กเตอร์ถล่มในกรุงคาบูลขึ้นตามมา ทำให้มีคนล้มตายอีกอย่างน้อย 16 คน บาดเจ็บอีกกว่าร้อยคน

โดยกลุ่มติดอาวุธทาลิบันออกมาประกาศว่าอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุรุนแรงครั้งนี้เอง!

บทความก่อนหน้านี้นร.มัธยมฮ่องกงหลายร้อย แสดงพลังห่วงโซ่มนุษย์หนุนผู้ประท้วง
บทความถัดไป“บิ๊กตู่” บอก เอาเวลาไปแก้น้ำท่วม ดีกว่าเตรียมตัวแจงสภา