พิศณุ นิลกลัด : สุดยอดนักเทนนิสหูไม่ได้ยิน

พิศณุ นิลกลัด

เมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว ผมเคยเล่าเรื่องน่าทึ่งของลี ดัค คี (Lee Duck-hee) หนุ่มเกาหลีใต้จากเมืองเจชอน (Jacheon) ที่มีความฝันจะเป็นยอดนักเทนนิสอาชีพ

เขาเริ่มเล่นเทนนิสตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ลงแข่งขันได้แชมป์ระดับเยาวชนหลายรายการ และเข้าร่วมรายการแข่งขัน ATP Challenger Tour ตั้งแต่อายุ 14 ปี

แต่ตลอดเส้นทางนักเทนนิสอาชีพ ลี ดัค คี ต้องเจอกับคนที่บอกว่าเขาไม่ควรมาเล่นเทนนิสและไม่มีวันจะเป็นนักเทนนิสที่เก่งได้หรอก…

เพราะหูเขาไม่ได้ยินตั้งแต่กำเนิด

พอได้ยินคำพูดที่บั่นทอนกำลังใจ เขาเคยคิดที่จะเลิกเล่น

แต่อีกใจหนึ่งก็อยากที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาสามารถจะเป็นนักเทนนิสที่เก่งได้

 

ล่าสุด ลี ดัค คี วัย 21 ปี มือวางอันดับ 208 ของโลกก็พิสูจน์ให้เห็นแล้ว ด้วยการชนะ 1 นัดในรายการ Winston-Salem Open 2019 ที่สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา

โดยในการแข่งขันรอบแรก ลี ดัค คี เจอกับเฮนรี่ ลาคโซเนน (Henri Laaksonen) นักเทนนิสลูกครึ่งสวิตเซอร์แลนด์-ฟินแลนด์

ลี ดัค คี ชนะ 2 เซ็ตรวด 7-6 (7-4), 6-1 ทำให้เขาสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเทนนิสหูไม่ได้ยินคนแรกที่สามารถชนะการแข่งขัน ATP Tour รอบ main draw ได้สำเร็จ

 

ลีดัค คี ผ่านเข้ารอบ 32 คนสุดท้ายไปเจอฮูเบิร์ต เฮอร์แคชซ์ (Hubert Hurkacz) นักเทนนิสชาวโปแลนด์วัย 22 ปี มือวางอันดับ 3 ของรายการ

ในการแข่งขันกับเฮอร์แคชซ์ ลีชนะในเซ็ตแรก 6-4 แต่แพ้ใน 2 เซ็ตหลัง 0-6, 3-6 จึงจบเส้นทางแค่รอบที่ 2

แต่อย่างน้อยก็เป็นการพ่ายแพ้ที่ไม่น่าเสียดายนัก

เพราะท้ายที่สุด ฮูเบิร์ต เฮอร์แคชซ์ ผ่านเข้าไปคว้าแชมป์ Winston-Salem Open 2019

และเป็นแชมป์ ATP Tour รายการแรกในชีวิตของเขาด้วย

 

ลีดัค คี หูไม่ได้ยินตั้งแต่กำเนิด โดยคนในครอบครัวทราบเรื่องนี้ตอนเขาอายุ 2 ขวบ แต่เขาสามารถพูดสื่อสารเป็นภาษาเกาหลีกับคนปกติได้โดยไม่ต้องใช้ภาษามือ เพราะแม่ของเขาฝึกให้อ่านริมฝีปากและฝึกเปล่งเสียงพูดตั้งแต่เด็ก เพราะไม่อยากให้ลูกต้องพึ่งล่ามแปลภาษามือในการสื่อสาร

ดังนั้น เมื่อเห็นคลิปสัมภาษณ์ลี ดัค คี แม้ว่าการพูดภาษาเกาหลีของเขาจะไม่ชัดเจนเท่ากับคนปกติ แต่ดูแล้วก็จะไม่ทราบเลยว่าเขาหูไม่ได้ยิน

เวลาฝึกซ้อมกับโค้ชซึ่งเป็นชาวเกาหลี ก็ใช้วิธีการสอนลี ดัค คี ด้วยการพูดเหมือนคนปกติ

โดยลี ดัค คี อ่านริมฝีปากโค้ช หรือบางทีก็ใช้วิธีเขียนบนกระดาษ หรือพิมพ์บนโทรศัพท์มือถือ

แม้ตัวลี ดัค คี จะบอกว่า การแข่งขันเทนนิสโดยที่หูไม่ได้ยินไม่ใช่เรื่องลำบากมากมายสำหรับเขา โดยเขามองโลกในแง่ดีว่านั่นทำให้เขามีสมาธิกับการแข่งขันได้เต็มที่

แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธความจริงที่ว่า การได้ยินเป็นสิ่งสำคัญมากในการเล่นเทนนิส

เพราะโดยพื้นฐานนักเทนนิสต้องคอยฟังสัญญาณต่างๆ จากผู้ตัดสินและไลน์แมน เช่น การให้สัญญาณเสิร์ฟ หรือการขานลูกออก ซึ่งนี่เป็นปัญหาที่ลี ดัค คี เคยเจอบ่อยครั้ง

 

อย่างเวลาไลน์แมนขานลูกออก ตัวเขาก็ยังตีต่อ หรือบางทีผู้ตัดสินบอกว่าให้รอก่อนอย่าเพิ่งเสิร์ฟ ตัวเขาก็ไม่ได้ยิน แล้วก็เสิร์ฟออกไป กลายเป็นลูกเล็ต ดังนั้น เขาจึงต้องคอยสังเกตสัญญาณมือจากผู้ตัดสินและคนในทีมตลอดเวลา

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องความได้เปรียบในการแข่งขัน เพราะเวลาเราได้ยินเสียงแร็กเก็ตของคู่แข่งกระทบลูกเทนนิส จะทำให้เราทราบว่าลูกเทนนิสที่คู่แข่งตีมานั้นเร็ว แรงขนาดไหน เป็นลูกสปินหรือแฟลต เพื่อที่จะได้เตรียมตัวรับลูกได้ถูก เลือกช็อตโต้กลับที่เหมาะสม ถูกจังหวะ

ซึ่งเมื่อลี ดัค คี ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย เขาจึงเสียเปรียบคู่แข่งพอสมควร

ดังนั้น การที่ลี ดัค คี สามารถชนะเฮนรี่ ลาคโซเนน ได้ในการแข่งขันระดับ ATP Tour จึงถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่อีกขั้นหนึ่งในชีวิต

 

เทนนีส แซนด์เกรน (Tennys Sandgren) นักเทนนิสชาวอเมริกัน วัย 28 ปี แชมป์ ASB Classic 2019 ออกมาชื่นชมชัยชนะของลี ดัค คี

โดยบอกว่า เขาเคยชนะลี ดัค คี ในการแข่งขัน Vancouver Open รอบ 32 คนสุดท้ายเมื่อปี 2017 ซึ่งหลังจบเกม ลี ดัค คี ก็เดินเข้ามาสอบถามเขาผ่านโปรแกรมแปลภาษาของ Google ว่า อะไรบ้างที่เป็นจุดอ่อนในตัวเขา

เทนนีสรู้สึกทึ่งในความมุ่งมั่นตั้งใจของลี ดัค คี มาก ถ้าหากเขาเป็นคนที่หูไม่ได้ยินและพูดภาษาอังกฤษไม่เก่งเลยสักนิด เขาคงไม่กล้าออกมาทำอย่างที่ลี ดัค คี กำลังทำอยู่

เพราะในการเล่นเทนนิส คุณสามารถเรียนรู้อะไรได้มากมายจากการได้ยินเสียงลูกกระทบไม้คู่แข่ง

ดังนั้น การที่หูคุณไม่ได้ยินอะไรเลย คุณจำเป็นต้องมีทักษะเทนนิสในระดับสุดยอดจึงจะสามารถเอาชนะคู่แข่งได้

 

แอนดี้ เมอร์เรย์ (Andy Murray) นักเทนนิสชาวสกอตแลนด์ วัย 32 ปี อดีตหมายเลข 1 ของโลก และแชมป์แกรนด์สแลม 3 รายการ กล่าวชื่นชมลี ดัค คี บอกว่า ถ้าตัวเขาต้องแข่งเทนนิสโดยสวมหูฟังไว้ตลอดเวลา ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยในสนาม นั่นจะเป็นข้อเสียเปรียบอย่างใหญ่หลวง เพราะเขาไม่สามารถจะจับความเร็ว แรง และการสปินของลูกที่คู่แข่งตีออกมาได้เลย

ดังนั้น การที่ลี ดัค คี สามารถต่อกรกับนักเทนนิสหูปกติได้จึงต้องใช้ความพยายามที่ยิ่งใหญ่มาก

 

ในตอนนี้ ลี ดัค คี มีเป้าหมายที่จะคว้าแชมป์ในระดับ ATP Challenger Tour ให้ได้สักครั้งในชีวิต โดยผลงานดีที่สุดของเขาคือรองแชมป์ Little Rock Open 2019 ในรัฐอาร์คันซอ สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

แต่เหนือสิ่งอื่นใดเขาต้องการที่จะรักษาผลงานเพื่อแข่งขันในระดับ ATP Tour ต่อไปเรื่อยๆ เพื่อจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเขาสามารถแข่งเทนนิสในระดับสูงได้แม้หูจะไม่ได้ยิน

ลี ดัค คี ส่งข้อความเพื่อสร้างกำลังใจให้คนที่มีปัญหาในการได้ยินเหมือนเขาได้ทราบว่า…

อย่าให้ใครมาทำให้คุณท้อแท้หมดกำลังใจ เพราะถ้าคุณพยายามอย่างเต็มที่ คุณก็สามารถทำทุกสิ่งได้เหมือนกับคนหูปกติ

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กป้อม’ ลงพื้นที่รับฟังความเดือดร้อนของ ‘ชาวแปดริ้ว’ ลั่นรัฐบาลพร้อมดูแลทุกเรื่อง
บทความถัดไป“สกลธี” บอก “กรณ์” ลองเดินทางเท้า จะได้เข้าใจหัวอกคนใช้ หลังจี้กทม.ยุติจัดระเบียบแผงลอย